โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘เอเซีย พลัส’ ชี้ช่องหลบภัยสงคราม ซบหุ้น ‘อิงนโยบายรัฐ’ รับอานิสงส์ตั้งรัฐบาลใหม่

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 04.11 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 04.11 น. • The Bangkok Insight

"บล.เอเซีย พลัส" ชี้ช่องหลบภัยสงคราม ซบหุ้น "อิงนโยบายรัฐ" รับอานิสงส์ตั้งรัฐบาลไทยฉลุยเร็วกว่าคาด ชู CPAXT-BJC-CBG เด่น

บล. เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก โดยระบุว่าสงครามระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอล ที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 12 เริ่มมีสัญญาณความรุนแรงที่ลดลง แม้ล่าสุดอิหร่านจะก่อเหตุยิงเรือการค้า 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "เรือมยุรี นารี" สัญชาติไทยของบริษัท PSL รวมถึงขู่จะโจมตีครั้งใหญ่หากสหรัฐถล่มท่าเรืออิหร่านก็ตาม

เอเซีย พลัส

อย่างไรก็ดี ตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวลลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาประกาศว่าสงครามใกล้จะจบลงแล้ว เนื่องจากแทบไม่เหลือเป้าหมายให้โจมตีในอิหร่าน ผสานกับการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) มีมติระบายน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อแก้ปัญหาอุปทานขาดแคลน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกย่อตัวลงมาได้ ขณะที่ในสัปดาห์หน้า (18 มี.ค.) แนะนำให้นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และการเปิดเผย Dot Plot โดยล่าสุดตลาดคาดการณ์ว่า FED อาจจะลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ ช่วงเดือนกันยายน 2569

ตั้งรัฐบาลไทยเร็วกว่าคาด 1.5 เดือน หนุน SET ลุ้นบวกแรง

สำหรับปัจจัยในประเทศ บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าประเทศไทยมีแนวโน้มจะได้รัฐบาลใหม่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมราว 1-1.5 เดือน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดทุน โดยไทม์ไลน์ความชัดเจนจะเริ่มตั้งแต่การเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มี.ค. ตามด้วยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. และคาดว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถเริ่มบริหารประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนพฤษภาคม 2569 การจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็วขึ้นจะช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) และทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ไม่สะดุด นอกจากนี้ จากสถิติในอดีตช่วงจัดตั้งรัฐบาลลุงตู่ในปี 2562 พบว่าหลังจากเปิดประชุมสภา ดัชนี SET ปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 100 จุด (จาก 1,600 จุด สู่ 1,700 จุด) แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสงครามการค้าในขณะนั้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับปัจจุบัน

กลยุทธ์การลงทุน : หลบสงคราม ลุยหุ้น "Domestic Consumption" ในด้านกระแสเงินทุน (Fund Flow) พบว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางทำให้ต่างชาติเทขายหุ้นเอเชียอย่างหนักตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงถึง -7.9% บล.เอเซีย พลัส จึงแนะนำกลยุทธ์ "หลบสงคราม ซบหุ้นอิงนโยบายรัฐ" โดยเน้นไปที่กลุ่มการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Consumption) ที่มีความปลอดภัยสูง ฝ่ายวิจัยคาดหวังว่ารัฐบาลผสม (พรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย) จะเร่งผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพแบบรวดเร็ว (Quick Win) ภายใน 100 วันแรก

เอเซีย พลัส

แนะนำหุ้นเด่น 3 กลุ่มหลักที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์

  • กลุ่มค้าปลีก (CPAXT, BJC): รับอานิสงส์เต็ม ๆ จากนโยบาย "คนละครึ่งพลัส" ที่รัฐบาลช่วยจ่าย 50% สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค
  • กลุ่มสินค้าเครื่องดื่ม (CBG, OSP, ICHI): นอกจากจะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการจับจ่ายแล้ว ยังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นฤดูร้อนที่ยอดขายจะเติบโตสูงสุดในรอบปี
  • กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, TIDLOR): ได้รับผลดีจากนโยบายแก้หนี้-พักหนี้ และสภาพคล่องของประชาชนที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย (NPL) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม : แนะนำติดตามหุ้น LAOPU GOLD (6181 HK) ที่แจ้งปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 2025 อย่างแข็งแกร่ง และหุ้น NEBIUS GROUP (NBIS US) ที่ราคาพุ่งขึ้น 16% หลัง NVIDIA ประกาศร่วมลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...