รัฐบาลเคลียร์ชัด ข่าวเลิก “สมาคมฌาปนกิจ” ไม่กระทบ 3,839 แห่งทั่วประเทศ
รองโฆษกรัฐบาลชี้แจงกระแสแชร์ข่าวเลิกสมาคมฌาปนกิจในโซเชียล ยืนยันสมาคมส่วนใหญ่ทั่วประเทศยังดำเนินการตามปกติ และการเลิกสมาคมต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายเท่านั้น
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จาการกรณีการแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สร้างความกังวลให้ประชาชนหลายคนที่จ่ายเงินสมทบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในพื้นที่อื่น ๆ นั้น ขอชี้แจงว่า
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน ซึ่งการพิจารณารับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ และการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้น ๆ
โดยต้องทำคำสั่งเลิกปิดประกาศไว้ที่สมาคมฯ และส่งคำสั่งเลิกนั้นให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งเป็นอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้นายทะเบียนกลางออกประกาศการเลิกสมาคมฯ ตามคำสั่งของนายทะเบียนท้องที่ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในการลงประกาศราชกิจจานุเบกษา
และเมื่อประกาศแล้วจะส่งประกาศราชกิจจาฯ นั้น กลับคืนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฯ มีการยกเลิกแล้ว และดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป ดังนั้น นายทะเบียนกลาง จึงไม่มีอำนาจในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
สำหรับเหตุในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งเป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พศ 2545 กำหนดไว้ 3 กรณี ได้แก่
1) ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก
2) นายทะเบียนท้องที่สั่งให้เลิกตามมาตรา 52 ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นเป็นไปโดยทุจริต และนายทะเบียนท้องที่ได้สอบสวนพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว มีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ หรือมีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าโดยเพราะเหตุใดๆ และ
3) ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา 54 ทั้งนี้ หากนายทะเบียนท้องที่เพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 52 เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอศาลอาจสั่งให้เลิกสมาคมชำระสงเคราะห์นั้นได้
“จากข้อมูลพบว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศมีกว่า 4,874 แห่ง ปัจจุบันยังดำเนินการอยู่ 3,839 แห่งขอประชาชนอย่าเป็นกังวล ซึ่งการยกเลิกสมาคมฌาปนกิจมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป และไม่ส่งผลกระทบกับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น ๆ ทั้งนี้ การยกเลิกสมาคมฌาปนกิจจะต้องผ่านการพิจารณาและสั่งเลิกจากนายทะเบียนท่องที่” นางสาวอัยรินทร์ ย้ำ
อ้างอิง : thaigov.go.th