PTTGC คว้าอันดับ 1 จาก S&P Global 7 ปีต่อเนื่อง บริษัทแรกของโลกในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์
PTTGC คว้าอันดับ 1 จาก S&P Global 7 ปีต่อเนื่อง บริษัทแรกของโลกในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 ก.พ. 69 12:03 น.
PTTGC ได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เป็นองค์กรแรกของโลกในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemicals Sector) จากการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) และได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบธุรกิจที่มีความยั่งยืน หรือ S&P Global Sustainability Yearbook Member 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ในฐานะองค์กรนวัตกรรมที่สามารถสร้างความแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) โดยสามารถบูรณาการมิติความยั่งยืน เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปี 2025 GC ได้รับคะแนนประเมินสูงสุดโดดเด่นในด้าน นโยบายและระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน การบริหารจัดการพลังงาน และกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- PTTGC ยังมุ่งมั่นเร่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ตอกย้ำการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน
นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTTGC เผยความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความแตกต่างผ่านการลงมือทำอย่างจริงจัง แม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สร้างสรรค์และแตกต่าง คือกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ตัวอย่างความสำเร็จ
- การพัฒนาน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)
- การเลือกใช้องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีอยู่มาปรับกระบวนการผลิตให้สามารถรับน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil หรือ UCO) เป็นวัตถุดิบ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงานใหม่
- สามารถผลิต SAF สำหรับอุตสาหกรรมการบินเป็นรายแรกของประเทศไทย พร้อมทั้งต่อยอดการผลิตผลิตเป็นเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพได้อีกหลากหลายชนิด
- ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าจากการนำของเสียในประเทศกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเป็นรูปธรรม
มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- ตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
- ดำเนินโครงการสำคัญที่เป็นรูปธรรมหลายโครงการ อาทิ การยกระดับประสิทธิภาพในทุกกระบวนการผลิตผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย การใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานคาร์บอนต่ำ
- ผลจากการดำเนินงานผ่านโครงการที่หลากหลาย ส่งผลให้ PTTGC สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมในช่วงปี 2564 2568 ได้มากกว่า 400,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่
เดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
- ร่วมมือกับคู่ค้าและ พันธมิตร เพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
- โครงการ GC YOUเทิร์น นวัตกรรมการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร ซึ่งร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรกว่า 140 องค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และชุมชนทั่วประเทศ
- ส่งเสริมให้ประชาชนนำขวดพลาสติกใส PET และขวดพลาสติกขุ่น HDPE ที่ใช้แล้วมาทิ้งยังจุดทิ้งพลาสติกใช้แล้ว (Drop Point) กว่า 400 จุด เพื่อคัดแยกตั้งแต่ต้นทางก่อนนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า
- การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นจริงในระดับประเทศ และสามารถนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้กว่า 122,000 ตัน
ในมิติด้านสังคมและชุมชน
- PTTGC ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและช่วยเหลือชุมชนและสังคมโดยรอบในทุกพื้นที่การดำเนินงาน เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของการดำเนินธุรกิจและคุณภาพชีวิตที่ดี
- มุ่งส่งเสริมการสร้างงานและสร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ผ่านโครงการพัฒนาทักษะอาชีพและวิสาหกิจชุมชนต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตของธุรกิจจะก้าวไปพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพื่อให้ชุมชนแข็งแกร่ง และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
การประเมินความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
- S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประเมินประสิทธิผล (Performance) ในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนครอบคลุม ESG ทั้ง 3 มิติ (Environment, Social, Governance)
- นักลงทุนส่วนใหญ่นำมาพิจารณาประกอบควบคู่กับปัจจัยอื่นๆ ในการลงทุน
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ