โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดโลกป่วนรับเดือนมี.ค. น้ำมันพุ่ง-หุ้นสายการบินร่วง หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่มอิหร่าน

efinanceThai

เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 09.10 น.

ตลาดโลกป่วนรับเดือนมี.ค. น้ำมันพุ่ง-หุ้นสายการบินร่วง หลังสหรัฐฯอิสราเอลถล่มอิหร่าน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 มี.ค. 69 16:10 น.

ตลาดการลงทุนทั่วโลกเปิดการซื้อขายสัปดาห์แรกของเดือนมี.ค.อย่างระมัดระวัง หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังระอุอย่างต่อเนื่อง ฝั่งตลาดเอเชียเคลื่อนไหวแดนลบถ้วนหน้า ขณะที่แรงเทขายบางส่วนถูกชดเชยด้วยการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและเหมืองทองคำ โดยเฉพาะในออสเตรเลีย

หุ้นพลังงานพุ่งแรง

ราคาพลังงานทะยานขึ้น หลังนักลงทุนเร่งประเมินความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจลุกลามในวงกว้าง

ณ เวลา 14.27 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นราว 8.5% มาอยู่ที่ 72.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งกว่า 9% แตะที่ 79.53 ดอลลาร์ ตลาดน้ำมันยังจับตาสถานการณ์โดยรอบช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นจุดสัญจรหลักในการขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก

แม้ยังไม่มีการประกาศปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเป็นทางการ แต่ปริมาณเรือบรรทุกน้ำมันชะลอลงเกือบหยุดนิ่ง ท่ามกลางค่าเบี้ยประกันภัยสงครามที่พุ่งสูงและการระงับการขนส่งบางส่วน ธนาคาร JPMorgan ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ตลาดประเมินความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ทันที แทนที่จะค่อยๆ ปรับตามปัจจัยพื้นฐาน และยังเตือนว่า หากการหยุดชะงักยืดเยื้อนานเกินสามสัปดาห์ ผู้ผลิตน้ำมันในแถบอ่าวเปอร์เซียอาจไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับเก็บน้ำมันเพิ่มเติม และจำเป็นต้องลดกำลังการผลิต ซึ่งอาจดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นสู่กรอบ 100120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

หุ้นพลังงานในภูมิภาคเอเชียปรับตัวขึ้นแรง อาทิ Woodside Energy และ Santos ในออสเตรเลีย พุ่งกว่า 6% ขณะที่ Inpex และ Japan Petroleum ในญี่ปุ่น พุ่งขึ้น 6.08% และเกือบ 12% ตามลำดับ

หุ้นสายการบินร่วงหนัก

หุ้นสายการบินเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยสายการบินหลักในเอเชียต่างเผชิญแรงขาย

ข้อมูลจาก Circium ระบุว่า เที่ยวบินกว่า 50% ที่มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางถูกยกเลิกเมื่อช่วงเช้าวันนี้ พร้อมระบุว่าตัวเลขอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากบางสายการบินยังไม่ได้ปรับตารางบินอย่างเป็นทางการ

หุ้นสายการบิน Qantas ของออสเตรเลีย ร่วง 5% แม้เที่ยวบินไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่ ANA และ Japan Airlines ของญี่ปุ่น ร่วงกว่า 5% เช่นกัน

สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า Japan Airlines ยกเลิกเที่ยวบินจากโตเกียวไปโดฮาเมื่อวันเสาร์ ขณะที่หุ้น Singapore Airlines ลดลง 4.74% และ Eva Air ของไต้หวัน ลดลง 4.47%

หุ้นกลาโหมขยับขึ้น

หุ้นกลุ่มกลาโหมปรับขึ้นเล็กน้อย โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการเนื่องในวันหยุดราชการ ทำให้การซื้อขายในภูมิภาคค่อนข้างเบาบาง

หุ้น Mitsubishi Heavy Industries และ IHI ของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นกว่า 3% ขณะที่ ST Engineering ของสิงคโปร์ ปรับขึ้น 4%

นักวิเคราะห์จาก Franklin Templeton ระบุว่า ในระยะสั้นให้น้ำหนักบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ขนส่ง ประกันภัย และกลาโหม พร้อมระมัดระวังหุ้นวัฏจักรที่อ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน เช่น สายการบิน

สินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรย่อตัวลง

ราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 1.89% ส่วนทองคำล่วงหน้าปรับขึ้น 1.77% หุ้นเหมืองทองในเอเชีย โดยเฉพาะในออสเตรเลีย ปรับขึ้นกว่า 4% เช่น Northern Star Resources และ Evolution Mining

เคิร์ต เฮเมกเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Gold Token SA กล่าวว่า นักลงทุนย้ายเงินเข้าสู่โลหะมีค่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเรื่องค่าเงิน

บิตคอยน์ฟื้นตัวจากการร่วงก่อนหน้า ปรับขึ้น 1.5% มาอยู่ที่ราว 66,675 ดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนต.ค. 2025 ประมาณ 126,000 ดอลลาร์

เฮเมกเกอร์ระบุว่า การปรับขึ้นของราคาทองสะท้อนความต้องการความมั่นคงและการป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน

ด้านค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าราว 0.61% ขณะที่ฟรังก์สวิสแข็งขึ้นเล็กน้อย 0.1% มาอยู่ที่ 0.7681 ต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เงินเยน ซึ่งปกติถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยของเอเชีย กลับอ่อนค่าลง 0.57% เมื่อเทียบดอลลาร์

แมทธิว ไรอัน หัวหน้ากลยุทธ์ตลาดของบริษัทบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน Ebury ระบุว่า การอ่อนค่าของเงินเยนอาจสะท้อนสถานะของญี่ปุ่นในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ และบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยของเงินเยนที่ลดลงในช่วงที่ตลาดปิดรับความเสี่ยง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น

ไม่เพียงเงินเยนที่เคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหมาย อัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือบอนด์ยีลด์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังปรับขึ้นหลังเหตุโจมตี ซึ่งสะท้อนว่า นักลงทุนเทขายพันธบัตร แทนการเข้าซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเล็กน้อยทุกรุ่น โดยบอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นราว 0.6 เบซิสพอยต์ ขณะที่อายุ 30 ปี เพิ่มขึ้น 2 เบซิสพอยต์ ส่วนฝั่งเอเชีย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดลงเล็กน้อยทุกรุ่น

เบนจามิน โจนส์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยทั่วโลกของ Invesco กล่าวว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจปรับขึ้นในระยะสั้น จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้น แม้พันธบัตรรัฐบาลบางประเทศอาจได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ความกังวลเงินเฟ้อมีแนวโน้มเป็นปัจจัยหลัก

จากปัจจัยเหล่านี้ และเมื่อพิจารณาความเป็นอิสระด้านพลังงานของสหรัฐฯ คาดว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าพันธบัตรรัฐบาลยุโรปและญี่ปุ่น โจนส์กล่าว

ที่มา CNBC

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...