สหรัฐอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ปัจจัยหลัก ทำน้ำมันโลก-ทองคำพุ่งต่อ
ราคาน้ำมันและทองคำดีดตัวขึ้นในวันจันทร์(2มี.ค.) หลังสงครามทางอากาศระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านขยายวงกว้างและมีแนวโน้มยืดเยื้อ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 4.21 ดอลลาร์ ปิดที่ 71.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 4.87 ดอลลาร์ ปิดที่ 77.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันขึ้นแรง หลังอิสราเอลกับสหรัฐฯโจมตีอิหร่าน กระตุ้นให้เตหะรานตอบโต้ ส่งผลให้ที่ตั้งทางน้ำมันและก๊าซทั่วตะวันออกกลางต้องปิดปฏิบัติการ และเกิดความปั่นป่วนด้านการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ นักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน
ความวิตกต่อความเป็นไปได้ที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ ตามหลังสหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน กระตุ้นให้นักลงทุนถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ดันราคาทองคำปิดบวกในวันจันทร์(2มี.ค.) โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟีเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 1.2% ปิดที่ 5,311.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดในกรอบแคบๆในวันจันทร์(2มี.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผัวผวน และฟื้นตัวจากที่ดิ่งลงหนักในช่วงต้น ตามหลังสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเล่นงานอิหร่าน แต่แกว่งตัวขึ้นในช่วงท้าย จากแรงช้อนซื้อของนักลงทุน
+++ดาวโจนส์ ลดลง 73.14 จุด ปิดที่ 48,904.78
+++เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 2.74 จุด ปิดที่ 6,881.62 จุด
+++แนสแดค เพิ่มขึ้น 80.65 จุด ปิดที่ 22,748.86 จุด
#สงครามตะวันออกกลาง
#น้ำมันทองคำตลาดโลก