แต่งเมียปุ๊บ สงครามปั๊บ! แรงงานบุรีรัมย์ลุ้นตั๋วกลับอิสราเอลสะดุด
หนุ่มแรงงานที่เพิ่งกลับมาพักและถือฤกษ์แต่งงานกับแฟนสาว หอบเอกสารขอคำปรึกษาจัดหางานบุรีรัมย์ หวั่นสงครามยืดเยื้อเดินทางกลับไปทำงานไม่ทันตามกำหนด โอดยอมเสี่ยงไปทำงานต่างแดนเพราะค่าแรงสูง หวังมีเงินสร้างครอบครัวมั่นคง แต่ต้องมาเจอสงครามถึง 2 รอบ ห่วงเพื่อนร่วมงานขอให้ปลอดภัย
วันที่ 2 มี.ค.69 นายฐิติพงษ์ นวนผ่อง อายุ 39 ปี ชาวอำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในแรงงานที่เดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ได้นำเอกสารสัญญาจ้าง อินเตอร์วีซ่า และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปติดต่อสอบถามขอคำปรึกษา จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดหางานต่างประเทศ สำนักงานจัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากที่เดินทางกลับมาพักผ่อน และถือโอกาสแต่งงานกับแฟนสาว เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 ที่ผ่านมา และมีกำหนดจะต้องเดินทางกลับไปทำงานที่เมืองอัชเกล็อน รัฐอิสราเอล ห่างจากฉนวนกาซ่าประมาณ 10 กิโลเมตร ในวันที่ 15 มี.ค.69 ที่จะถึงนี้ แต่มาเกิดสงครามระหว่างอิสราเอล-สหรัฐ และอิหร่านก่อน เกรงจะเดินทางกลับไปทำงานไม่ได้ตามกำหนด
โดย ว่าที่ ร้อยตรี สมชาย ละอองทอง จัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้มาพูดคุยให้แนะนำกับแรงงานรายดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยแนะนำว่าใกล้จะครบกำหนดให้ติดต่อกับล่ามและนายจ้าง เพื่อแจ้งสาเหตุที่ไม่สามารถกลับไปทำงานได้ตามกำหนด เนื่องจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มรุนแรงและขยายวงกว้าง ซึ่งขณะนี้มีการปิดน่านฟ้ายังไม่สามารถที่จะเดินทางกลับไปได้
นายฐิติพงษ์ หนุ่มแรงงาน กล่าวว่า รอบนี้เป็นรอบที่ 2 ที่เดินทางไปทำงาน ประเทศอิสราเอล เป็นงานเกี่ยวกับภาคการเกษตร โดยรอบแรกสัญญาจ้าง 5 ปี 3 เดือน แต่ไปได้แค่ 4 ปี 2 เดือน ก็เกิดสงครามกับกลุ่มฮามาส ทำให้ทางการไทยต้องอพยพแรงงานไทยกลับภูมิลำเนา พอเหตุการณ์สงบลง นายจ้างรายเดิม ก็ต่อสัญญาให้กลับไปทำงานต่ออีก 3 ปี สิ้นปีนี้ก็จะครบตามสัญญาจ้าง แต่เมื่อวันที่ 15 ก.พ.69 ได้ขอลากลับมาพักผ่อนที่บ้าน และถือฤกษ์แต่งงานกับแฟนสาว มีกำหนดจะเดินทางกลับวันที่ 15 มี.ค.69 แต่มาเกิดสงครามก่อน หากสถานการณ์ยืดเยื้อคงยังไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานได้ จึงได้มาปรึกษากับเจ้าหน้าที่จัดหางาน
ทั้งนี้นายฐิติพงษ์ ยอมรับว่า การเดินทางไปทำงานอิสราเอล แม้ว่าจะเสี่ยงแต่ก็คุ้มกับค่าแรงที่ได้รับเฉลี่ยเดือนละ 70,000 - 80,000 บาท ก็อยากจะกลับไปทำงานให้ครบตามสัญญาจ้าง เพื่อจะได้มีเงินเก็บไว้ดูแลครอบครัวและชำระหนี้สินต่างๆ ด้วย ก็อยากให้เหตุการณ์สงบลงเร็วๆ จะได้กลับไปทำงานเหมือนเดิม ซึ่งได้โทรศัพท์สอบถามเพื่อนร่วมงานที่ยังทำงานอยู่อิสราเอล ถึงสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้น ซึ่งเพื่อนร่วมงานแจ้งว่ายังมีการยิงสู้รบกับต่อเนื่อง และมีสัญญาณเตือนภัยให้แรงงานเข้าหลุมหลบภัยเป็นระยะ แทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน ซึ่งห่วงและส่งกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคนปลอดภัยด้วย
ทั้งนี้ จากข้อมูลฝ่ายจัดหางานต่างประเทศ สำนักงานจัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า ขณะนี้มีแรงงานจากหลายอำเภอใน จ.บุรีรัมย์ อาทิ อ.กระสัง อ.ลำปลายมาศ อ.พุทไธสง และ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลกว่า 1,700 คน นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศแถบตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามครั้งนี้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีแรงงานในประเทศต่างๆ อีกกี่ราย