ใบเหลือง-ใบแดง! วิเคราะห์ความแตกต่างบทลงโทษ มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ กับ มาร์ค เกฮี
หลักใหญ่ใจความของเรื่องนี้มาจากการตั้งคำถามของ สล็อต ว่าทำไม ลาครัวซ์ ดึงไหล่ มาเตอุส คุนญ่า ล้มในเขตโทษถึงโดนใบแดง แต่กรณีของ มาร์ค เกฮี ดึงเสื้อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตรงกรอบเขตโทษถึงได้แค่ใบเหลืองเท่านั้น
จังหวะดังกล่าววีเออาร์เข้ามาแทรกแซงแต่ผลลัพธ์ที่ออกมาต่างกันราวฟ้ากับเหว และแน่นอนว่าผลการแข่งขันของ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต่างกันด้วย ดังนั้นลองมาวิเคราะห์กันว่าทำไมทั้งสองจังหวะถึงมีความแตกต่างกัน
- จังหวะฟาวล์ที่ใกล้เคียงกัน
ลาครัวซ์ เจตนาดึงไหล่ คุนญ่า ตั้งแต่นอกกรอบเขตโทษแต่ด้วยความฉลาดของ ดาวเตะชาวบราซิเลียน ที่ยื้อตัวเองจนกระทั่งเข้าไปในเขตโทษก่อนจะล้มลง และกรรมการเป่าเป็นจุดโทษทันที ขณะที่ เกฮี ก็ทำแบบเดียวกันแต่เป็นการดึงเสื้อ โม ซาลาห์ ในขณะกำลังจะหลุดเข้าไปในเขตโทษ ซึ่งทั้งสองจังหวะมีความชัดเจนว่าเป็นการขัดขวางผู้เล่นฝ่ายรุกไม่ให้หลุดเข้าไปลุ้นทำประตู
- ฟาวล์เหมือนกันแต่ผลลัพธ์ต่างกัน
แน่นอนว่าทั้งสองจังหวะเป็นการฟาวล์ที่ชัดเจนมาก โดย คุนญ่า กำลังหลุดทะลุเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตู แต่การดึงของ ลาครัวซ์ ทำให้เขาเสียจังหวะและล้มลงทันที ส่วน ซาลาห์ ถูกดึงจนล้มหน้ากรอบเขตโทษ ในขณะที่กำลังจะหลุดเข้าไปทำประตู ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำดังกล่าวของ ลาครัวซ์ กับ เกฮี เป็นการทำฟาวล์โดยเจตนาอย่างชัดเจน และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะรอดจากการโดนลงโทษ
- ทำไมทั้งสองคนถึงโดนลงโทษไม่เหมือนกัน
หากวิเคราะห์ตาม "หลักการตัดสิน" ของกติกาซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายข้อ โดยเฉพาะกติกา "การขัดขวางการทำประตูหรือโอกาสในการทำประตูที่ชัดเจน" หรือ "DOGSO" (Denial of an Obvious Goal-Scoring Opportunity) จะเห็นได้ว่าตอนนั้น คุนญ่า กำลังจะได้หลุดเดี่ยวไปดวลกับ ดีน เฮนเดอร์สัน, จังหวะการคุมบอลได้เปรียบ, ทะลุเข้าไปในเขตโทษ และ ลาครัวซ์ เป็นกองหลังคนสุดท้าย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่วีเออาร์เช็ค และ คริส คาวานาห์ ตัดสินใจควัก "ใบแดง"
ส่วนกรณีของ ซาลาห์ กรรมการมองว่ายังไม่เข้าข่ายการขัดขวางการทำประตูหรือโอกาสในการทำประตูที่ชัดเจน เพราะตอนที่ เกฮี ดึง ซาลาห์ ในขณะกำลังหลุดเข้าไปในเขตโทษ จังหวะนั้นมีผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ กำลังวิ่งเข้ามาซ้อนทัน ส่วน "บังโม" ยังคุมบอลไม่สมบูรณ์ และทิศทางไม่ได้ตรงดิ่งไปที่หน้าประตูแบบดวลตัวต่อตัวกับ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารชาวอิตาเลียน นั่นจึงเข้าข่าย "ขัดขวางเกมรุกที่มีแนวโน้มอันตราย" หรือ "SPA" (Stopping a Promising Attack) ซึ่งนั่นทำให้ผู้ตัดสินพิจารณาแจก "ใบเหลือง" เท่านั้น
- คิดต่างจากอดีตท่านเปาชื่อดังและ อาร์เน่อ สล็อต
มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินแถวหน้า มองจังหวะของ เกฮี ว่าต้องโดนใบแดงไล่ออกสถานเดียว และถือว่าโชคดีมากๆ ที่ยังได้อยู่ในสนาม เพราะจังหวะดังกล่าวเป็นการตัดโอกาสในการทำประตูอย่างชัดเจน เพราะการที่ ดาวเตะชาวอังกฤษ ดึง ซาลาห์ จากด้านหลังตรงกรอบเขตโทษ มันเป็นการหยุดโอกาสที่ สตาร์ชาวอียิปต์ จะพุ่งไปที่ประตูและดวลกับ ดอนนารุมน่า ส่วนกองหลังที่วิ่งซ้อนก็ยังอยู่ห่างมาก ดังนั้นมันชัดเจนว่ามีโอกาสที่จะได้ลุ้นทำประตู และ เกฮี โชคดีที่ได้อยู่ในสนามต่อไป
ขณะที่ สล็อต ก็มองในมุมที่คล้ายคลังกัน เพราะ ซาลาห์ มีโอกาสได้หลุดเดี่ยวเข้าไปลุ้นทำประตู ส่วนแนวรับคู่แข่งก็ไม่น่าจะวิ่งมาป้องกันได้ทัน ดังนั้นนี่เป็นจังหวะที่ เกฮี ต้องโดนลงโทษมากกว่าใบเหลือง พร้อมย้ำชัดเจนว่าจังหวะที่ ลาครัวซ์ ทำฟาวล์ คุนญ่า สมควรเป็นใบแดงจริงๆ เช่นเดียวกับจังหวะที่ เกฮี ทำกับ "บังโม" !!!
- การตัดสินที่ทำให้ผลการแข่งขันแตกต่างกัน
การที่ แมนฯ ยูฯ ได้เปรียบตัวผู้เล่นเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พวกเขาพลิกสถานการณ์กลับมาแซงชนะ พาเลซ เพราะหากทั้งสองทีมต้องสู้กับ 11 vs 11 เชื่อว่าผลการแข่งขันจะออกมาอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะถึง "ดิ อีเกิ้ลส์" จะโดนตีเสมอ แต่ฟอร์มการเล่นของทีมก็ไม่ได้เป็นลอง "ปีศาจแดง" มากนัก แม้จะโดนบุกมากกว่าแต่จังหวะลุ้นทำประตูก็มีเช่นกัน
สวนทางกับ ลิเวอร์พูล หากจังหวะดังกล่าว เกฮี โดนไล่ออก มีโอกาสสูงที่ทัพ "หงส์แดง" จะสามารถกดดัน แมนฯ ซิตี้ ด้วยการมีผู้เล่นมากกว่า และอาจจะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอ หรือพลิกชนะก็ได้
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงแค่การคาดการณ์เท่านั้น เพราะทุกอย่างมันจบไปแล้ว และ แมนฯ ยูฯ ชนะ พาเลซ 2-1 ส่วน ลิเวอร์พูล โดน แมนฯ ซิตี้ ถลุงยับคาเอติฮัด สเตเดี้ยม สกอร์ 0-3 !!!