โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัว Xiaomi 17 Ultra “เจ้าแห่งราตรี” ผนึก Leica ดันกล้องมือถือสู่ระดับโปร เซนเซอร์ 1 นิ้ว ซูมกลไก 200MP ครั้งแรกของโลก

สยามรัฐ

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 03.23 น.

โทรศัพท์มือถือหรือ “สมาร์ทโฟน”ยุคนี้เรียกได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์พกพาอเนกประสงค์ ใช้งานได้เพื่อการสื่อสารทั้งการพูดคุย ส่งข้อความและภาพ ท่องโลกอินเทอร์เน็ต ดูหนัง ฟังเพลง นำทางด้วยGPS ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ ฯลฯ แต่ที่น่าสนใจคือ “การถ่ายภาพ” เพราะจากรายงานปี 2024-2025 พบว่าภาพถ่ายทั้งหมดในโลกถูกถ่ายด้วยสมาร์ทโฟนสูงถึง 92.5% - 94% ในขณะที่กล้องถ่ายรูปทั่วไปมีสัดส่วนเหลือเพียงประมาณ 7% เท่านั้น

ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคดังกล่าวส่งผลให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแข่งขันกันพัฒนาประสิทธิภาพในการถ่ายภาพจากกล้องมือถือ หนึ่งในนั้นคือ “เสียวหมี่” (Xiaomi) ค่ายมือถืออันดับต้นของจีนและของโลก ที่เพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “เสียวหมี่ 17 อัลตร้า” (Xiaomi 17 Ultra) ที่ตอบโจทย์คนที่ชอบถ่ายภาพทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ

Xiaomi 17 Ultra ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่เกิดจากความร่วมมืออย่างลึกซึ้งระหว่างเสียวหมี่ และ ไลก้า (Leica) แบรนด์กล้องและเลนส์ระดับพรีเมี่ยมสัญชาติเยอรมันที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 100 ปี โดยจับมือกันมาตั้งแต่ปี 2022 ออกผลิตภัณฑ์แล้วหลายรุ่น จนกลายเป็นหุ้นส่วนเชิงสร้างสรรค์ที่มีเป้าหมายเดียวกันคือผลักดันภาพถ่ายบนมือถือให้ไปถึงจุดสูงสุดที่เทคโนโลยีปัจจุบันจะทำได้ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเสมือนงานศิลป์แห่งวิศวกรรมที่ตั้งใจออกแบบเพื่อเป็นสุดยอดประสบการณ์กล้องในยุคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานถ่ายภาพกลางคืน โดยเสียวหมี่ได้ตั้งฉายารุ่นนี้ว่า Master of Night หรือ “เจ้าแห่งราตรี”

ความร่วมมือของสองแบรนด์ยักษ์ เสียวหมี่-ไลก้าในปีที่4เน้นไปที่การสร้างสรรค์งานร่วมกัน 3 ด้านคือ 1. เลนส์ที่ยอดเยี่ยม 2.สุนทรียภาพของการถ่ายภาพ 3.ประสบการณ์การใช้งาน เพื่อสร้างความเหนือกว่าและแตกต่างกว่าภาพถ่ายจากมือถือทั่วไป

ทีมวิศวกรของเสียวหมี่เปิดเผยว่าสิ่งที่ทำให้ Xiaomi 17 Ultra โดดเด่นเหนือรุ่นอื่น คือระบบกล้องหลักที่ได้รับการปรับแต่งร่วมกันตั้งแต่ตัวเลนส์ไปจนถึงการประมวลผลภาพ เซนเซอร์หลักขนาด 1 นิ้ว รุ่นLight Fusion 1050L เสริมด้วยเทคโนโลยี LOFIC (Lateral Overflow Intergration Capacitor) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เสมือน “ถังเก็บแสงสำรอง” ทำให้ภาพที่ได้มีไฮไลต์ที่ไม่หลุดขาว รายละเอียดส่วนมืดที่ยังคงอยู่ และโทนสีที่คงความเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ประมวลผลหนักๆที่มักทำให้ภาพดูหลอกตา ส่งผลให้ลดโอกาสภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว เหมาะมากกับการถ่ายภาพกลางคืนที่มีแสงน้อย หรือมีไฟเคลื่อนไหว เช่น การแสดงไฟ ดอกไม้ไฟ หรือฉากย้อนแสงจัดหรือแสงจ้า

อีกจุดเด่นของ Xiaomi 17 Ultra ที่ทีมวิศวกรเสี่ยวหมี่เปิดเผยอย่างไม่หวงความลับคือ การเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่นำเลนส์เทเลโฟโตระดับ 200 ล้านพิกเซลมาใช้ร่วมกับระบบซูมเชิงกล “Mechanical Optical Zoom” ที่ครอบคลุมช่วง 75–100 มม. ที่ไม่ใช่ซูมดิจิทัลครอปภาพแบบที่มือถือส่วนใหญ่ทำ แต่เป็นการขยับเลนส์จริงแบบเดียวกับกล้องโปร ส่งผลให้คุณภาพของภาพอยู่ในระดับสูงทุกระยะ คมชัดเท่ากันตั้งแต่ 75 มม. จนถึง 100 มม. แบบไม่มีการลดความละเอียด ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของโลกมือถือที่สามารถรักษาความละเอียดระดับ 200 ล้านพิกเซลได้ตลอดช่วงซูม

“สิ่งนี้ยิ่งทรงพลังเมื่อร่วมกับเลนส์ Leica APO ที่เป็นเทคโนโลยีระดับสูงที่สามารถแก้ปัญหาขอบม่วงและความคลาดของแสง ทำให้ภาพเทเลคมชัด สีตรง และดูมืออาชีพราวกับถ่ายด้วยเลนส์กล้องจริง นอกจากนี้การซูมยังปรับได้สูงสุดถึง 400 มม.หรือซูมได้ถึง 17.2 เท่า เมื่อเทียบกับกล้องหลัก” หนึ่งในทีมวิศวกรมของเสี่ยวหมี่กล่าว

แม้จะมีความสามารถด้านกล้องที่ล้ำหน้า แต่ Xiaomi 17 Ultra ก็ไม่ได้ละเลยการใช้งานด้านอื่น ตัวเครื่องถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องคลาสสิก มีความเรียบหรู จับถนัดมือ น้ำหนักเบาเพียง 219 กรัม และบางเพียง 8.29 มม. หน้าจอ Hyper RGB ความสว่างสูงสุดถึง 3,500 nits ช่วยให้มองเห็นได้ชัดแม้อยู่กลางแจ้ง สเปคชั้นเซียนขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 8 Gen 5 แบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจขนาด 6,000 mAh

ทั้งหมดนี้ทำให้ Xiaomi 17 Ultra ไม่ได้เป็นมือถือรุ่นใหม่ที่มีแค่คำโปรยขายสวยๆ แต่เป็นสมาร์ทโฟนที่ตั้งใจมอบประสบการณ์ใหม่ จากการทำงานหนักของทีมวิศวกรในโรงงานอัจฉริยะ เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกว่า “มือถือก็เป็นกล้องตัวหลักได้จริง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...