โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"นายกฯอนุทิน" ออกคำสั่งด่วน ห้ามส่งน้ำมันทุกชนิด-ก๊าซ ออกนอกราชอาณาจักร ยกเว้น สปป.ลาวกับเมียนมา โดยมีผลทันที

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

วันนี้( 6 มีนาคม 2569) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 58 ง. เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สำหรับสาระสำคัญของประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า โดยที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่านได้ทวีความตึงเครียดและนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรงโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย อีกทั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลน้ำมันเชื้อเพลิง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรี จึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1. คำสั่งนี้ให้ไช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นไป (มีผล 6 มีนาคม 2569) ข้อ 2. ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง (1) น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ (ก) น้ำมันเบนซิน (ข) น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน (ค) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (ง) น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ1

(2) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ข้อ3 คำสั่งนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) การส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (2) น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (3) น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้ รัฐบาลสั่งตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชาชน กังวลต่อสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางและ เริ่มมีการกักตุนน้ำมันว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน ได้ให้คำยืนยันในเรื่องของราคาดีเซลแล้วว่า จะตรึงราคาไว้อย่างน้อย 15 วัน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปกักตุน เรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ก็ไปดำเนินการติดตามทั้งเรื่องราคาน้ำมันและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดพลังงานยันน้ำมันสำรองใช้ได้นาน 95 วัน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังจากการประชุมร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงาน โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 95 วัน และจะยังคงมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสัดส่วนสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สำหรับมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน จะยกเว้นให้กับ สปป.ลาว และเมียนมาเท่านั้น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานระหว่างกัน ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการบางพื้นที่เกิดจากความกังวลของประชาชน จึงได้กำชับให้กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการกักตุน และจะเร่งจัดส่งน้ำมันให้เพียงพอโดยเร็ว ด้านมาตรการลดภาระค่าครองชีพ รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาดีเซล 15 วัน (ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569) หากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะพิจารณาเรื่องการชดเชยอีกครั้ง นอกจากนั้น มีแผนที่จะนำน้ำมันดีเซล B100 ที่ผลิตได้เองภายในประเทศมาใช้ และอาจพิจารณานำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปที่มีมาตรฐานรองลงมา เนื่องจากมีราคาถูกกว่า ในขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้าได้เร่งจัดหา LNG เพิ่มเติม พร้อมเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ชีวมวล ถ่านหิน และเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...