“วิริยะ” ลุยปรับเบี้ยประกัน “รถ EV” รายยี่ห้อ เหตุอะไหล่แพง เบี้ยพุ่งกว่ารถสันดาป 20%
นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 วิริยะประกันภัยตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมอยู่ที่ 44,646 ล้านบาท เติบโต 4% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) 38,865 ล้านบาท โต 3% ประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 5,780 ล้านบาท โต 9.7%
ขณะที่ตลาดประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดย วิริยะประกันภัย ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ด้วยพอร์ตเบี้ยรวมกว่า 2,800 ล้านบาท หรือประมาณ 40% ของตลาด แม้ธุรกิจยังขาดทุนจากการเคลมราว 10%
บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ด้วยการ ทยอยปรับเบี้ยประกันและเงื่อนไขความคุ้มครองตามความเสี่ยงของแต่ละรุ่นและยี่ห้อ เพื่อให้พอร์ตธุรกิจมีความยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่ปัจจุบัน เบี้ยประกันรถ EV ยังสูงกว่ารถยนต์สันดาปประมาณ 20% จากต้นทุนอะไหล่และค่าแรงซ่อมที่แตกต่างกันในแต่ละแบรนด์
ทั้งนี้ต้องยังเฝ้าระวัง ความเสี่ยงการฉ้อฉลประกันภัย หลังราคารถ EV ใหม่ปรับลดลงเร็ว จนอาจต่ำกว่าทุนประกันเดิม ซึ่งอาจจูงใจให้เกิดมิจฉาชีพได้ จึงเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินไหมอย่างเป็นธรรมและละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ
สำหรับปี 2569 วิริยะประกันภัย ได้วางกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนองค์กร
1.การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลมและการรับประกัน
2.การบริหารจัดการฐานข้อมูล (Data-Driven) เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์ความเสี่ยง
3. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร กว่า 7,000 คนทั่วประเทศ ให้มีความพร้อมในการดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานเดียวกันภายใต้นโยบาย “ความเป็นธรรมคือนโยบาย”
ส่วนแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งยกระดับคุณภาพงานบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและคู่ค้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานบริการ ทั้งระบบการรับประกันภัย การเคลมสินไหมทดแทน การเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้าให้รวดเร็ว แม่นยำ และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา
รวมถึงยกระดับการให้บริการภายใต้แนวทาง One Stop Service ให้ครอบคลุมทุกงานบริการ ทั้งการให้บริการของศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ผ่านสายด่วน 1557 การให้บริการผ่านระบบออนไลน์แบบ Self Service บน LINE Official เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและครบวงจร ควบคู่กับการกำกับดูแลคุณภาพงานเคลม การตรวจสอบอุบัติเหตุ และคุณภาพงานจัดซ่อมให้ได้มาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า
บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานและประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้เกิดประสิทธิภาพในงานบริการสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบงานต่าง ๆ ให้มีความรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น อาทิ ระบบ E-Agency โปรแกรมที่ช่วยรองรับการทำงานของตัวแทนฯ, V-Inspection บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัยด้วย AI, VClaim on VCall บริการเคลมนัดหมายออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลที่รวดเร็วและครอบคลุมทุกจังหวัด
รวมถึงวางแนวทางพัฒนาบริการ Fast Track Claim สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้จากการนอนโรงพยาบาล (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) และยังมีแผนพัฒนาการแจ้งซ่อมออนไลน์และเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงานของพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุ 1,400 คนที่ประจำอยู่ตามศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทั่วประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงขับเคลื่อนกลยุทธ์ Data Driven ด้วยการนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์พฤติกรรม ความต้องการ และความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มประกันภัย Motor และ Non-Motor ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของประชาชน และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
สำหรับปี 2568 วิริยะประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เติบโต 5% แม้เศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติสร้างความผันผวน แต่ยังรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัยของไทยได้ต่อเนื่องโครงสร้างรายได้หลักมาจากประกันภัยรถยนต์ (Motor) 37,654 ล้านบาท เติบโต 3.5% ประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) มีเบี้ย 5,269 ล้านบาท เติบโต 17.09%
สะท้อนการขยายผลิตภัณฑ์ประกันภัยหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าฐานะการเงิน มีสินทรัพย์รวม 68,166 ล้านบาท อัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 357.21% สูงกว่าระดับที่กฎหมายกำหนด สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน
“ปี 68 เผชิญเหตุภัยพิบัติทั้งน้ำท่วม แผ่นดินไหว ทำให้มีค่าสินไหมราว 3,000 ล้านบาท แต่ยังมีกำไรสุทธิกว่า 1,600 ล้านบาท”