โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เทรด Future คืออะไร? สรุปวิธีทำกำไรทั้งขาขึ้น-ขาลง ฉบับมือใหม่

บล.หยวนต้า

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 02.09 น.

ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ Futures กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยโอกาสในการทำกำไรที่สูง แต่หลายคนยังไม่เข้าใจว่า Future คืออะไร ทำงานอย่างไร และต่างจากการซื้อหุ้นทั่วไปอย่างไร บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจกลไกพื้นฐาน ระบบมาร์จิ้น และสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเทรด Future ครั้งแรก

Future คืออะไร? เข้าใจง่ายใน 1 นาที

เทรด Future คือการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures Contracts) ที่ตกลงราคาซื้อขายสินค้าอ้างอิงในอนาคต ใช้หลักประกัน (มาร์จิ้น) เพียง 5-20%ของมูลค่าทั้งหมด สามารถเปิด Long (ซื้อ) หรือ Short (ขาย) ได้ทั้งตลาดขึ้นและลง มีโอกาสกำไรสูงแต่ก็มีความเสี่ยงสูงตาม เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้และวินัย

การซื้อFuture ต่างจากการซื้อหุ้นอย่างไร

นิยามสัญญา Futures และสินค้าอ้างอิง

สัญญา Futures เป็นสัญญาที่ตกลงซื้อหรือขายสินค้าอ้างอิงวันนี้ แต่จะชำระราคาหรือส่งมอบจริงในอนาคต โดยสัญญาที่ซื้อขายในตลาด TFEX เป็นสัญญามาตรฐานที่กำหนดรายละเอียดของสินค้าอ้างอิง ขนาด ปริมาณ และวันหมดอายุไว้ชัดเจน ทำให้การซื้อขายเป็นไปอย่างโปร่งใสภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.

สินค้าอ้างอิงใน TFEX มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น SET50 Index Futuresที่อ้างอิงดัชนีหุ้น 50 บริษัทชั้นนำ Single Stock Futuresที่เทรดหุ้นรายตัว Gold Futuresและ Silver Futuresสำหรับโภคภัณฑ์ รวมถึง Currency Futuresอย่าง USD/THB, EUR/USD ที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

5 ความแตกต่างหลักระหว่าง Future กับหุ้น

1. ทิศทางการทำกำไร- หุ้นทั่วไปต้องซื้อก่อนแล้วรอราคาขึ้น แต่ Futures สามารถเปิดสถานะเป็นผู้ซื้อ (Long) หรือผู้ขาย (Short) ได้ทั้งสองทิศทาง ทำให้สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง

2. ระบบมาร์จิ้น- การซื้อหุ้นต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน แต่ Futures ใช้หลักประกันเพียง 5-20% ของมูลค่าสัญญา ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงตลาดด้วยเงินทุนน้อยกว่า

3. วันหมดอายุ- หุ้นไม่มีวันหมดอายุสามารถถือไว้ได้ตลอด แต่สัญญา Futures มีวันหมดอายุที่ชัดเจน นักลงทุนต้องปิดสถานะก่อนหมดอายุหรือต่ออายุสัญญา

4. Leverage Effect- การใช้มาร์จิ้นทำให้ผลตอบแทนคำนวณจากมูลค่าสัญญาทั้งหมด ไม่ใช่เงินที่วางจริง หากทิศทางถูก กำไรจะสูงมาก แต่หากผิดทิศทาง ขาดทุนก็สูงตามไปด้วย

5. การชำระราคา- การซื้อหุ้นจะได้ใบหุ้นจริง แต่ Futures เป็นการชำระผลต่างด้วยเงินสด ไม่มีการส่งมอบสินค้าอ้างอิงจริง (ยกเว้นบางประเภทที่เลือกรับมอบได้)

ระบบมาร์จิ้นใน TFEX ทำงานอย่างไร

มาร์จิ้นคืออะไร? ทำไมใช้เงินเพียง 5-20%

มาร์จิ้น (Margin) คือเงินหลักประกันที่นักลงทุนต้องวางไว้กับโบรกเกอร์เพื่อเปิดสถานะ Futures โดยไม่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนของมูลค่าสัญญา เปรียบเสมือนการวางเงินมัดจำ ซึ่งอัตราหลักประกันแต่ละสินค้าแตกต่างกันตามความผันผวนของตลาด

ตัวอย่างเช่น หากต้องการเทรด SET50 Futures มูลค่า 100,000 บาท อาจต้องวางมาร์จิ้นเพียง 15,000 บาท (15%) แต่กำไร-ขาดทุนจะคำนวณจากมูลค่า 100,000 บาท ทำให้ผลตอบแทนคูณตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

Initial Margin vs Maintenance Margin

Initial Marginคือหลักประกันเริ่มต้นที่ต้องวางเมื่อเปิดสถานะใหม่ ส่วน Maintenance Marginคือระดับหลักประกันขั้นต่ำที่ต้องดำรงไว้ตลอดเวลา หากมูลค่าพอร์ตลดลงต่ำกว่า Maintenance Margin โบรกเกอร์จะแจ้ง Margin Call ให้เติมเงินเพิ่ม มิฉะนั้นอาจถูกบังคับปิดสถานะโดยอัตโนมัติ

ประเภท Futures และสินค้าที่เหมาะกับมือใหม่

1.Index Futures (SET50) - เหมาะกับคนที่เทรดหุ้นมาก่อน

SET50 Index Futures เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ที่คุ้นเคยกับตลาดหุ้นไทย เพราะราคาจะเคลื่อนไหวตามดัชน SET 50 ที่รวมหุ้นชั้นนำในประเทศไทย 50 ตัวไว้ ช่วยกระจายความเสี่ยงกว่าการเทรดหุ้นรายตัว และมีสภาพคล่องสูง

2.Single Stock Futures - เทรดหุ้นรายตัวแบบ Futures

เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ติดตามหุ้นรายตัวอยู่แล้วและต้องการใช้ประโยชน์จากระบบมาร์จิ้น สามารถเลือกเทรดหุ้นที่ตนเองเข้าใจดีและมี Liquidity สูง

3.Commodity Futures (ทองคำ เงิน) - ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ

Gold Futures และ Silver Futures เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ Hedge จากความผันผวนของค่าเงินหรือเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน

การ "Hedge" (เฮดจ์)ในที่นี้คือ "การป้องกันความเสี่ยง" จากมูลค่าเงินที่ลดลง อธิบายง่ายๆ คือ เมื่อเกิดเงินเฟ้อสูง (ของแพงขึ้น) หรือค่าเงินบาทอ่อนค่าลง อำนาจการซื้อของเงินสดที่เราถืออยู่จะน้อยลง นักลงทุนจึง "Hedge" โดยการซื้อสินทรัพย์ที่มักจะมีราคาสูงขึ้นในภาวะนั้นๆ เช่น ทองคำ แม้ว่าเงินสดจะมีค่าน้อยลง แต่กำไรที่ได้จากมูลค่าทองคำที่เพิ่มขึ้นจะเข้ามาช่วยชดเชยความสูญเสียนั้น ทำให้รักษาความมั่งคั่งโดยรวมไว้ได้

4.Currency Futures (USD/THB) - เหมาะกับคนติดตามข่าวเศรษฐกิจโลก

สำหรับนักลงทุนที่สนใจตลาดเงินและติดตามนโยบายธนาคารกลางทั่วโลก Currency Futures เป็นเครื่องมือที่ช่วยทั้งป้องกันความเสี่ยงและเก็งกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

4 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเทรด Future ครั้งแรก

1. เงินทุนและ Money Management

กฎข้อแรกคือไม่ใช้เงินทั้งหมดที่มี แนะนำให้เริ่มต้นด้วยเงินที่พร้อมเสี่ยงไม่เกิน 10-20% ของเงินออมทั้งหมด และในแต่ละ Position ไม่ควรเสี่ยงเกิน 2-3% ของเงินทุนเทรด เพื่อรับมือกับความผันผวนที่สูง

2. ความรู้พื้นฐานและการวิเคราะห์

ก่อนเทรดควรเรียนรู้การอ่านกราฟเทคนิค ตัวชี้วัด และข่าวสารเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อสินค้าอ้างอิง การทดลองเทรดบน Demo Account ก่อนเทรดด้วยเงินจริงจะช่วยสร้างความมั่นใจและทดสอบกลยุทธ์

3. จิตวิทยาและวินัย

Futures มีความผันผวนสูง อารมณ์เป็นศัตรูตัวฉกาจ ต้องมีวินัยตั้ง Stop Loss เสมอ ไม่โลภเมื่อกำไร และไม่หวังคืนทุนเมื่อขาดทุน การควบคุมอารมณ์สำคัญไม่แพ้ทักษะการวิเคราะห์

4. เครื่องมือและแพลตฟอร์มที่เหมาะสม

เลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. มีแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย ข้อมูลครบถ้วน และทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา Yuanta Securitiesเป็นโบรกเกอร์ที่มีประสบการณ์กว่า 49 ปี พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ทันสมัยและบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์มืออาชีพ

ซึ่งสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรด Future ได้ที่ “5 กลยุทธ์เทรด TFEX สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นไม่ยาก”

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: เทรด Future ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

A: ขึ้นอยู่กับสินค้าที่เทรด โดยทั่วไปต้องวางมาร์จิ้น 5-20% ของมูลค่าสัญญา แต่แนะนำให้มีเงินสำรองอย่างน้อย 2-3 เท่าของมาร์จิ้นขั้นต่ำเพื่อรับมือความผันผวน

Q: มือใหม่เทรด Future ได้ไหม?

A: ได้ แต่ต้องเตรียมความพร้อม เริ่มจากศึกษาพื้นฐาน ทดลองเทรดบน Demo Account ก่อนใช้เงินจริง เริ่มต้นด้วยสินค้าที่คุ้นเคยเช่น SET50 Index และใช้เงินทุนน้อยในช่วงแรก การมีพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาจากโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

Q: Future เสี่ยงกว่าหุ้นจริงหรือ?

A: ใช่ เพราะมี Leverage Effect ที่ทำให้กำไร-ขาดทุนเกิดเร็วกว่า แต่หากบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีระบบ ตั้ง Stop Loss และไม่ Over Leverage ความเสี่ยงก็สามารถควบคุมได้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจกลไกและมีวินัยในการเทรด

เตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่ตลาด TFEX

การเทรด Future ไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินเอื้อมเมื่อคุณเข้าใจกลไกการทำงาน ระบบมาร์จิ้น และเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้ เงินทุน และจิตใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นอย่างมีแผน ไม่รีบร้อน และเลือกพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ

Yuanta Securitiesพร้อมเป็นพันธมิตรการลงทุนของคุณด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปีในตลาดทุนไทย มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. โบรกเกอร์หมายเลข 19พร้อมแพลตฟอร์ม TFEX ที่ทันสมัย บท วิเคราะห์ครบถ้วน และทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตลอดการลงทุน

หากคุณพร้อมก้าวสู่โลกของ Futures Trading ติดต่อเราได้ที่https://www.yuanta.co.th/เพื่อขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและเริ่มต้นการลงทุนอย่างมั่นใจ

คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนได้มากกว่าเงินต้นที่ลงทุนไป ควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า กลไก ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Lead form.jpg

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...