โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“น้ำผึ้งหยดเดียว” เมื่อเรื่องราววินาศสันตะโร เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 12.15 น.
ภาพโดย Beverly Buckley จาก Pixabay

สำนวน น้ำผึ้งหยดเดียว เมื่อเรื่องราวใหญ่โต เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ

◉ น้ำผึ้งถึงแม้สัก หยดเดียว
อาจเป็นเหตุเกรียว ไต่เต้า
ฟังไม่ศัพท์ฉุกเฉียว ไม่ตรึก ตรองนา
ต่างก็หาญก็เห้า ต่อสู้บ่อรู้ความ

“น้ำผึ้งหยดเดียว” เป็นสำนวนที่มาจากนิทานเรื่อง “น้ำผึ้งหยดเดียวก่อเหตุ” ที่อาจอยู่ในความทรงจำของหลาย ๆ คน เพราะมีอยู่ในหนังสือแบบเรียน วรรณคดีลำนำระดับชั้นปฐมศึกษาปีที่ 4 (ไม่แน่ใจว่าหลักสูตรปัจจุบันยังมีหรือไม่) จุดประสงค์คือเป็นคติเตือนใจว่า ปัญหาบางอย่างอาจเริ่มต้นจากเรื่องเพียงเล็กน้อย แล้วลุกลามใหญ่โต เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าระหว่างบุคคล กลุ่มคน ไปถึงระดับชาติ

“น้ำผึ้งหยดเดียวก่อเหตุ”ในหนังสือแบบเรียนนี้ มาจากหนังสือชุด นิทานเทียบสุภาษิตของ พระยาสีหราชฤทธิไกร(ทองคำ สีหอุไร) ขุนนางสมัยรัชกาลที่ 5 และถือเป็นสำนวนที่ติดตามหาอ่านได้ไม่ยากตามเว็บไซต์ด้านการศึกษาต่าง ๆ

แต่ยังมีอีกสำนวนหนึ่ง อยู่ในหนังสือ อดีตนิทาน เรียบเรียงโดย พระยามนูเนตร์บรรหาร พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2457 (สมัยรัชกาลที่ 6) ในชื่อ “รบพุ่งฆ่าฟันกันตายด้วยสาเหตุเกิดจากน้ำผึ้งหยดเดียว” จึงขอนำมาเสนอให้อ่านเป็นอาหารสมองไว้ [ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

“เรื่องที่ ๔ รบพุ่งฆ่าฟันกันตายด้วยสาเหตุเกิดจากน้ำผึ้งหยดเดียว

ในหมู่บ้านตำบลหนึ่ง เดิมก็มีความสามัคคีปรองดองกันโดยเรียบร้อย ครั้นอยู่มาวันหนึ่งมีผู้หาบน้ำผึ้งเดินมา น้ำผึ้งหยดลงที่พื้นดิน ๑ หยด มีจิ้งจกตัวหนึ่งคลานมากินน้ำผึ้ง ยังมีแมวของชาวบ้านนั้นวิ่งมาตบจิ้งจก แล้วมีสุนัขของชายอีกคนหนึ่งในหมู่บ้านเดียวกันนั้นวิ่งมากัดแมว เจ้าของแมวโกรธสุนัขก็วิ่งไปตีสุนัขร้องขึ้น เจ้าของสุนัขได้ยินเข้าออกมาดูก็โกรธเจ้าของแมวจึงวิ่งเข้าไปทุบตีเจ้าของแมว

เจ้าของแมวกับเจ้าของสุนัขต่างก็ต่อสู้ทุบตีกัน เสียงก็ดังเอะอะเกรียวกราวขึ้น พวกญาติมิตรฝ่ายเจ้าของแมวก็พากันวิ่งมาช่วยและตีเจ้าของสุนัข ฝ่ายญาติมิตรเจ้าของสุนัข ก็พากันวิ่งมาช่วยทุบตีเจ้าของแมวบ้าง

บรรดาคนในหมู่บ้านนั้นก็ต่างแบ่งแยกออกเป็นสองพวก ต่างถือสาตราอาวุธเข้าต่อสู้ทุบตีกันโกลาหล ในครั้งแรกก็ต่างทุบตีกันด้วยมือต่อมือ เมื่อเกิดโทษะแรงกล้าขึ้นฝ่ายหนึ่งใช้ไม้ อีกฝ่ายหนึ่งก็ใช้ไม้บ้าง หนักเข้าก็ถึงใช้อาวุธปืนยิงกัน

เมื่อถึงอาวุธปืนแล้วทั้ง ๒ ฝ่ายก็ต้องขุดสนามเพาะตั้งค่ายป้องกันต่อสู้กันแรมวันแรมคืน และยกเข้าปล้นค่าย ต่างรุกต่างรับยิงฟันแทงกันเหมือนสงคราม ผู้คนก็ต่างถูกอาวุธบาดเจ็บล้มตายลงมากด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย

เมื่อเหตุได้เกิดขึ้นใหญ่โตถึงเพียงนี้ ก็ต่างมีมานะเอาชนะแก่กัน ฝ่ายใดมีพวกพ้องเพื่อนฝูงในตำบลอื่น ๆ ก็แอบไปเกลี้ยกล่อมชักชวนจ้างวานเอามาเป็นกำลังเพิ่มเติม เพื่อการต่อสู้กัน อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องไปชักชวนจ้างวานเอาคนตำบลอื่นเกือบจะทั่วเมือง ต้องร้อนถึงรัฐบาลให้กองทหารยกมาปราบปรามจึงสงบได้ แล้วก็จับตัวหัวหน้าไปทำโทษจงจำเป็นหลายคน จบเรื่องนี้”

นอกจากการใช้สำนวนเพื่อสื่อถึงเรื่องเล็ก ๆ ที่ “ไม่เป็นเรื่อง” แต่ลุกลามใหญ่โตเป็นเรื่องใหญ่ได้แล้ว นิทานเรื่องนี้จึงชี้ชวนให้เห็นด้วยว่า อำนาจของโทสะ หรือความโกรธ ความฉุนเฉียว ร้ายแรงดุจไฟไหม้ป่า ถ้าไม่มียับยั้งหรือปรับความเข้าใจกันเสียตั้งแต่แรก ก็สามารถที่จะลุกลามเป็น “มหาภัย” สร้างความวินาศสันตะโรจนเกินจะจินตนาการ

จนบางทีคู่ขัดแย้งเองก็หลงลืมไปว่า ต้นเหตุของเรื่องนั้นเล็กน้อยเพียงใด…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

มนูเนตร์บรรหาร, พระยา. (2510) อดีตนิทาน. กรุงเทพฯ : ไทยเขษม. อนุสรณ์ในการฌาปนกิจศพ นางพรหมทัตตเวที ณ เมรุวัดธาตุทอง พระนคร, วันที่ 25 ธันวาคม 2510.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “น้ำผึ้งหยดเดียว” เมื่อเรื่องราววินาศสันตะโร เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...