โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ศกพ. คพ. – กทม. ยกระดับแก้ไขฝุ่นสูงโดยเร่งด่วน คาดดีขึ้น หลัง 2-3 ก.พ.69

สวพ.FM91

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 15.55 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 13.54 น.

ศกพ. คพ. – กทม. ยกระดับแก้ไขฝุ่นสูงโดยเร่งด่วน คาดดีขึ้น หลัง 2-3 ก.พ.69

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. ร่วมติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเพลิงไหม้บริเวณทุ่งนา จ.นครนายก ณ ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กำชับทุกหน่วยงาน สร้างความเข้าใจงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น เพื่อลดฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 29 ม.ค. - 2 ก.พ. 69

นายสุรินทร์ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ ได้ประสานจังหวัดนครนายก และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุการลักลอบเผานา-ตอซังข้าว ในพื้นที่ ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก เกิดไฟลามทุ่งเป็นวงกว้างมากกว่า 13,000 ไร่ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ทราบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สั่งการงดการเผา และระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ของป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก หน่วยงานในจังหวัดนครนายก กู้ภัย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และรถดับเพลิง/รถน้ำจากทุก อบต. ดับ/สกัดไฟลามทุ่ง และทำแนวกันไฟ สามารถควบคุมเพลิงและดับไฟได้ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 27 ม.ค. 69 แต่วันนี้ยังคงเฝ้าระวังในบางพื้นที่ และทางจังหวัดได้ประชุมฉุกเฉินหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางป้องกันการเกิดขึ้นซ้ำอีก และเร่งหาแนวทางการจัดการใช้ประโยชน์ตอซังทดแทนการเผา

นายพรพรหม กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นในกรุงเทพมหานครมาจาก 3 ส่วนสำคัญ คือ แหล่งกำเนิดภายในพื้นที่ การจราจรและการขนส่ง โดยเฉพาะรถควันดำ อุตสาหกรรม แหล่งกำเนิดจากภายนอกที่พัดเข้ามา เป็นการเผาในที่โล่ง จุดเผาจากจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นลมของกรุงเทพฯ และสภาพอากาศที่ปิด ซึ่งทำให้ฝุ่นไม่สามารถระบายออกไปได้ ทั้งนี้ ภาครัฐและกรุงเทพมหานครตระหนักว่าปัญหาฝุ่นจากการเผาเป็น "ปัญหาเศรษฐกิจ" เนื่องจากเกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการจัดการฟางข้าว จึงได้มีแนวทางช่วยเหลือเช่น มีการสนับสนุนจุลินทรีย์เฉพาะสำหรับหมักปุ๋ยในแปลงนา เพื่อหลีกเลี่ยงการเผาตอซัง โดยในพื้นที่จังหวัดนครนายกได้มีการฉีดพ่นไปแล้วกว่า 1,000 ไร่ ประสานงานสนับสนุนเครื่องอัดฟางเพื่อจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ภาครัฐและ กทม. มีหน้าที่ช่วยหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้เกษตรกรไม่ต้องเผา โดยต้องไม่เพิ่มภาระทางการเงินให้แก่เกษตรกร

ศกพ. แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีค่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีส้ม) 41 เขต และเข้าสู่ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง) 5 เขต ในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตสายไหม เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตคันนายาว และเขตคลองสามวา สาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ฝุ่นวันนี้ทวีความรุนแรง มาจากอัตราการระบายอากาศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประกอบกับจุดความร้อนทั้งในและนอกประเทศที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราการระบายอากาศในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาค่อนข้างต่ำ ประมาณ 2,500 ตารางเมตรต่อวินาที จุดความร้อน ณ วันที่ 27 ม.ค. 69 ประเทศไทยพบทั้งสิ้น 501 จุด พบมากสุดที่ นครนายก 95 จุด เป็นนาข้าวแทบทั้งหมด ในขณะที่กัมพูชามี 1,048 จุด แนวลมที่พัดพาเข้า กทม. มีทั้งจาก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และด้านตะวันออก เมื่อฝุ่นที่สะสมในพื้นที่ซึ่งเกิดจากสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น รวมกับการพัดพาข้ามพื้นที่สถานการณ์จึงยิ่งทวีความรุนแรง

ศกพ. คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ 7 วัน พบว่า สถานการณ์จะคงอยู่ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังวันที่ 2-3 ก.พ. 69 เนื่องจากมีลมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงเข้ามาส่งผลให้อัตราการระบายสูงขึ้น พัดพาฝุ่นที่แขวนลอยออกไปได้ อย่างไรก็ตามช่วงสัปดาห์นี้หากแหล่งกำเนิดเพิ่มมากขึ้นสถานการณ์อาจรุนแรงยิ่งขึ้น จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด ลดการใช้ยานพาหนะ เข้มงวดควบคุมโรงงาน สถานที่ก่อสร้าง ให้งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง เพื่อบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองที่มีแนวโน้มสูง และขอให้พี่น้องประชาชนดูแลสุขภาพ งดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นให้สวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือ แอปพลิเคชัน Air4Thai

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...