โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ภูเก็ตเร่งปฏิบัติการกู้ซากเรือสินค้าอับปางจมทะเลลึกภายในเม.ย. สัปดาห์นี้อุดรอยรั่ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 09.17 น.

ภูเก็ตเร่งปฏิบัติการกู้ซากเรือสินค้าอับปางจมทะเลลึก 60 เมตรภายในเม.ย. สัปดาห์นี้อุดรอยรั่วน้ำมัน ยันไม่กระทบชายฝั่งภูเก็ต

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.ร.ท.วีรุดม ม่วงจีน ผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศรชล.ภาค 3 เป็นประธานการแถลงข่าว ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขสถานการณ์ กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจ.ภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจ.ภูเก็ต นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต น.ส.ราตรี สุขสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวฯ

พล.ร.ท.วีรุดม กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการศรชล.ภาค 3 รับแจ้งเหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามา SEALLOYD ARC เกิดเหตุน้ำเข้าเรือเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 69 เวลา 15.20น. ขอความช่วยเหลือเร่งด่วน ซึ่ง ลูกเรือ 16 คน ได้รับการช่วยเหลือปลอดภัย ลูกเรือยืนยันไม่มีเจตนาทำให้เกิดเหตุดังกล่าว เข้ามา เพื่อขอความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเรือสินค้านำสินค้าออกจากท่าเรือพอร์ตคลัง ประเทศมาเลเซีย จุดหมายปลายทาง ท่าเรือจิตตะกอง ประเทศบังคลาเทศ บนเรือมีตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด 297 ตู้ มีตู้สินค้า 218 ตู้ อยู่ในระวางเรือและอีก ประมาณ 79 ตู้ อยู่บนดาดฟ้าเรือ ซึ่งตู้สินค้าที่ขนมา มีสินค้าอันตราย เกือบ 10 ตู้ ระหว่างทางเกิดเหตุน้ำเข้าเรือ ตัวเรือเอียงและจมลง บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะแก้วน้อย ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต หรือ ทางทิศใต้ของแหลมพรหมเทพ ประมาณ 3 ไมล์ทะเล กองทัพเรือ ส่งเรือหลวงหนองสาหร่าย ซึ่งมีอุปกรณ์โซน่า เข้าตรวจสอบยืนยันเรือจมลงใกล้จุดแจ้งเหตุ ความลึกประมาณ 60 เมตร ลักษณะตัวเรือที่จม สภาพคล้ายนั่งแท่นโดยสภาพเรือเอียงเล็กน้อยประมาณ 10 องศา สมอเรือติดกับตัวเรือ ไม่ได้เคลื่อนที่ยังอยู่ใต้ท้องทะเล ที่ความลึกประมาณ 60 เมตร

พล.ร.ท.วีรุดม กล่าวว่า ศรชล.ภาค 3 ตั้ง ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ขึ้น ณ กองบัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 3 โดยประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านความมั่นคง ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านฝ่ายปกครอง และ อาสาสมัคร กู้ภัยต่างๆและ อาศัยอำนาจมาตรา 27 วรรคสอง ตามพรบ. รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลปี 62 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และประกาศเขตป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ สถานการณ์ปัจจุบัน ในเรือสินค้า ที่จม มีน้ำมันดีเซล กว่า 30 ตัน น้ำมันเตา 98 ตัน พบคราบน้ำมันบริเวณดังกล่าว พบน้ำมันรั่วไหล เป็นน้ำมันดีเซลลักษณะครีมบาง ไหลเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกบางส่วนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือออกสู่ทะเลเปิดจนถึงปัจจุบันทิศทางการไหลของน้ำมันยังคงไหลออกทะเลเปิด ไม่เข้าบริเวณจังหวัดภูเก็ต คุณภาพน้ำ อยู่ในเกณฑ์ปกติ

พล.ร.ท.วีรุดม กล่าวว่าปัจจุบัน น้ำมันยังคงรั่วไหลในปริมาณเล็กน้อยแต่ยังไหลต่อเนื่อง ซึ่งทีมงานปฏิบัติการ กำลังวางแผนเข้าไปอุดที่จุดกำเนิดในสัปดาห์หน้า แนวโน้มของน้ำมัน ยังไม่มีการเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต และในส่วนคราบน้ำมันดีเซลใส ซึ่งการจัดการโดยธรรมชาติจะสลายตัวเอง ในส่วนน้ำมันที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันพบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การดำเนินการคราบน้ำมันที่พบเบื้องต้นทางผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ ใช้หลักการธรรมชาติเป็นหลัก จะใช้สารเคมีเมื่อจำเป็น ปัจจุบันสามารถควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันได้และ คราบน้ำมันยังไม่ส่งผลกระทบและได้เตรียมแผนการติดตั้งกรณีฉุกเฉินไว้เรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการในสัปดาห์หน้าเช่นกัน

พล.ร.ท.วีรุดม กล่าวว่า ในส่วนการสำรวจตัวเรือและรอยรั่วใต้แนวน้ำ ใช้ยานใต้น้ำ ของ กองทัพเรือเข้าไปสำรวจ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจ รวมทั้งการจัดทำแผนที่เกิดเหตุในเรื่องตู้สินค้าที่กระจัดกระจายในพื้นที่ตอนนี้รอยืนยันการตรวจสอบแปลนเรืออย่างชัดเจน และรอยืนยันตู้สินค้าอันตราย ขั้นตอนยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป การจัดการตู้คอนเทนเนอร์ ความปลอดภัยการเดินเรือ ซึ่งหลังเกิดเหตุได้มีตู้คอนเทนเนอร์กระจัดกระจายลอยไปตามน้ำ ได้มีการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่บางส่วนกระจัดกระจาย และได้ออกประกาศแจ้งเตือนผู้เดินเรือรับทราบแล้ว หากผู้ใดพบเห็น ตู้คอนเทนเนอร์ ขอให้แจ้ง มายังศรชล ภาค 3 และเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต รวมทั้ง กรมควบคุมมลพิษ กรณีสงสัยว่าเป็นสินค้าอันตรายการประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวัง จนถึงปัจุบัน ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม อากาศยานและโปรแกรมวิเคราะห์การเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน และจุดลอยน้ำ ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง ดำเนินการตลอดเวลา และทีมวางแผนใช้ข้อมูลชุดนี้ปรับแผนปฏิบัติในแต่ละวันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สรุปภาพรวมสถานการณ์ ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยได้รับการช่วยเหลือ ไม่มีผู้บาดเจ็บ ส่วนคราบน้ำมันยังออกสู่ทะเลเปิดยังไม่มีทิศทางที่เป็นอันตรายกับพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งอยู่ในสถานะที่ควบคุมได้แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป

ด้าน นายนิรัตน์ กล่าวว่า จ.ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของศรชล.ภาค 3 โดย ศรชล.จ.ภูเก็ตเข้าไปรับทราบสถานการณ์และติดตามดำเนินการแก้ไข และอำนวยการให้หน่วยปฏิบัติในจังหวัดภูเก็ตทุกหน่วย ที่อาจมีภารกิจต้องสนับสนุนเกี่ยวข้องได้ทุกเมื่อ เมื่อประเมินกับสิ่งที่อยู่บนเรือ ทั้งสิ่งที่หลุดลอยหรือสร้างความเสียหายต่างๆ ได้อำนวยการให้ทุกหน่วย ของจังหวัดภูเก็ต ให้การสนับสนุน การปฏิบัติหน้าที่ของศรชล.ภาค 3 โดยจัดการให้แล้วเสร็จ รวมทั้งบูรณาการกำลังคนอุปกรณ์งบประมาณ เพื่อทำให้ทุกการปฏิบัติเป็นไปตามขั้นตอนตามระเบียบราชการ ให้เป็นไปตามกำลังความสามารถอย่างไม่ติดขัด ”

ขณะที่ นายเรวัต กล่าวว่า อบจ.ภูเก็ตทำงานร่วมกับศรชล.ภาค 3 เป็นเวลายาวนานทั้งอุบัติเหตุทางทะเลอุบัติภัยทางทะเล ในนามคนภูเก็ตขอบคุณทัพเรือภาคที่ 3 และทุกหน่วยงาน ที่ดูแล จังหวัดภูเก็ตอย่างดียิ่ง ซึ่งภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยว มีรายได้การท่องเที่ยวหากเกิดเหตุการณ์คราบน้ำมันกลับเข้าสู่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตจะเกิดความเสียหายอย่างยิ่ง

ทางด้าน นายอดูลย์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รายงานอธิบดีกรมเจ้าท่าทราบและได้ออกคำสั่งกรมเจ้าท่า ในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำ และมอบหมายงานสิ่งแวดล้อม กรมเจ้าท่าเข้ามาร่วมแก้ไขสถานการณ์ ในส่วนเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ได้ออกคำสั่งตั้ง คณะทำงานสอบสวนอุบัติเหตุทางน้ำในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นออกคำสั่งให้เจ้าพนักงานในจังหวัดข้างเคียงเข้ามาช่วยสอบสวนอุบัติเหตุเพื่อหาสาเหตุ และช่วยการทำงาน ในส่วนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตดำเนินการ ออกประกาศแจ้งเตือนชาวเรือ ในบริเวณจุดที่เรือจมการจัดเก็บตู้สินค้าที่กระจัดกระจาย และเชิญเจ้าของเรือเข้ามาให้ข้อมูล ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และออกคำสั่ง ตามมาตรา 121 ให้เจ้าของเรือทำการกู้เรือ ทำการควบคุมความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว และแจ้งความดำเนินคดีไว้ ตามมาตรา 119 ทวิ ในสินค้าปิโตรเลียม ลงสู่ท้องทะเลจากเรือจม เนื่องจากเรือลำดังกล่าวมีน้ำมัน 98 ตัน น้ำมันดีเซล 32 ตัน

นายอดูลย์ กล่าวว่า และออกคำสั่ง ติดตั้งทุ่นแสดงจุดเรือจม ลงไปสำรวจทราบพิกัดแท้จริง โดยให้เจ้าของเรือติดตั้งตัวแทนในประเทศไทยติดตั้งช่องทางสื่อสาร ในการปฏิบัติ ที่ต้องเกิดค่าใช้จ่าย ในการใช้งบประมาณทรัพยากรต่างๆเข้าดำเนินการในสถานการณ์เร่งด่วนนี้ซึ่งติดต่อประสานงานบริษัทประกันภัย เข้ามาแล้ว เพื่อรับทราบ เคลมในเรื่องค่าเสียหายต่างๆ ในส่วนการกู้เรือ การควบคุมสถานการณ์ การขจัดคราบน้ำมัน ล่าสุดเป็นภารกิจเร่งด่วนทางศูนย์บัญชาการแก้ไขเหตุการณ์มีความอ่อนไหว จะต้องเร่งทำโดยด่วน โดยจะต้องอุดท่อน้ำมัน เพื่อ ยับยั้งการรั่วไหล อย่างเบ็ดเสร็จ และ ตู้สินค้า อันตราย 14 ตู้ ในเบื้องต้น ทางบริษัทประกันภัย ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 เมษายนนี้”

น.ส.ราตรี กล่าวว่า การเฝ้าระวังทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแนวปะการังบริเวณเกาะแก้วน้อยเกาะแก้วใหญ่ และพื้นที่เฝ้าระวังเกาะราชาใหญ่ พื้นที่โดยรวม เฝ้าระวัง 2,500 ไร่ และแหล่งหญ้าทะเล บริเวณอ่าวราไวย์ ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 8 กิโลเมตร แหล่งหญ้าทะเลเฝ้าระวัง 250 ไร่ เฝ้าติดตาม คราบน้ำมัน และคุณภาพน้ำ พบว่า ค่ามาตรฐาน คุณภาพน้ำทะเลยังมีค่าที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อทรัพยากร และเฝ้าระวังสัตว์ทะเลหายาก เต่า โลมา ในพื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งหากินสัตว์เหล่านี้หากคราบน้ำมันเข้ามา ในพื้นที่ อาจมีผลกระทบ ต่อระบบทางเดินหายใจ และอวัยวะภายในได้ ซึ่งได้ติดตามเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมในเรื่องสัตว์ทะเลหายาก หากได้รับผลกระทบหรือเกยตื้นเข้ามา ทาง ศูนย์สัตว์ทะเลหายากจะรับอนุบาลเข้ามาดูแลรักษา และติดตามน้ำมันหนักถ้ามีผลระยะยาว ซัดเข้ามาชายฝั่ง ก็ต้องเฝ้าระวังต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภูเก็ตเร่งปฏิบัติการกู้ซากเรือสินค้าอับปางจมทะเลลึกภายในเม.ย. สัปดาห์นี้อุดรอยรั่ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...