โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สุดอื้อฉาว! เผยสาเหตุ ผู้กองแขก โดนสั่งเด้งออกราชการ-หิ้วฝากขัง

สยามนิวส์

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
ความคืบหน้ากรณีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือหมายค้นบุกเข้าปล้นร้านจำหน่ายกัญชาในพื้นที่ ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือหมายค้นบุกเข้าปล้นร้านจำหน่ายกัญชาในพื้นที่ ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี กวาดเงินสดไปกว่า 800,000 บาท พร้อมกัญชาของกลางน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุดศาลจังหวัดปทุมธานีได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการรวม 5 ราย และเจ้าหน้าที่สามารถขยายผลจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มได้อีก 1 ราย

จากการสืบสวนพบว่า หนึ่งในผู้ต้องหาคือ ร.ต.อ.ปองภพ แก้วคูณ รอง สว.ฝอ.บก.น.2 หรือ ผู้กองแขก ซึ่งถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธ และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ตามคดีอาญาที่ 90/2569 ลงวันที่ 12 ก.พ. และถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ. เวลา 12.00 น.

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง โดยลงนามคำสั่ง บก.น.2 ที่ 57/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน มอบหมายให้ พ.ต.อ.สราวุธ บุตรดี ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. ปฏิบัติราชการ บก.น.2 เป็นประธานกรรมการ พร้อมคณะ ทำหน้าที่สอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า หากการสอบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจรายอื่น และพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ประธานกรรมการรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยต่อไป

ขณะเดียวกัน ผบก.น.2 ได้ลงนามคำสั่งที่ 58/2569 ให้ ร.ต.อ.ปองภพ ออกจากราชการไว้ก่อน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 105 มาตรา 131 และมาตรา 179 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 เนื่องจากเป็นกรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวน และตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา

คำสั่งระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน แต่กลับถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญาเสียเอง หากยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ อีกทั้งการสอบสวนคดีอาญาและวินัยคาดว่าจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว จึงมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน มีผลตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่ถูกจับกุมและควบคุมตัว

ทั้งนี้ ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนมีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง และหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์ สามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการขยายผล เพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...