คนสหรัฐต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงสูงสุดในรอบหลายปี หลังสงครามอิหร่านกระทบอุปทานพลังงานโลก
8 มีนาคม 2569 – ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐอเมริกาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังจากความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลาง
สาเหตุหลักของการพุ่งสูง
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการหยุดชะงักของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ทำให้ความต้องการน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากเอเชียและยุโรปที่ยังพึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาในตลาดโลกพุ่งตาม
ราคาน้ำมันสูงสุดในรอบกี่ปี?
- น้ำมันเบนซิน ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 3.32 ดอลลาร์ต่อแกลลอน พุ่งขึ้น 11% ในสัปดาห์เดียว — สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 (ประมาณ 1 ปีครึ่งที่แล้ว)
- น้ำมันดีเซล ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4.33 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 15% — สูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 (ประมาณ 2 ปีที่แล้ว)
- ราคาน้ำมันดิบฟิวเจอร์ส ปิดที่ 90.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเกือบ 10 ดอลลาร์ในวันเดียว — การขึ้นราคาใน 1 วันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 (เกือบ 6 ปีที่แล้ว)
ผลกระทบต่อประชาชนและการเมือง
รัฐที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ จอร์เจีย อินดีแอนา และเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 40-44 เซนต์ต่อแกลลอนในรอบสัปดาห์เดียว สร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อประธานาธิบดีทรัมป์ที่เคยให้คำมั่นจะลดราคาพลังงาน ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมกำลังใกล้เข้ามาในเดือนพฤศจิกายน
แนวโน้มราคายังอาจพุ่งสูงขึ้นอีก
นักวิเคราะห์จาก GasBuddy คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยอาจแตะ 3.50-3.70 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ในช่วงวันข้างหน้า หากราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นและปัญหาอุปทานยังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้ ราคาน้ำมันมักเพิ่มสูงขึ้นตามฤดูกาลในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนอยู่แล้ว ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชน
ราคาดีเซลที่พุ่งสูงยังส่งผลลูกโซ่ต่อราคาสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่อาหาร เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงสินค้าในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขนส่งสินค้าและการผลิตทั่วโลก
ที่มา: รอยเตอร์