โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คูเวตประกาศภาวะสุดวิสัย ลดผลิตน้ำมัน เหตุสงครามปิดเส้นทางพลังงาน

PostToday

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัท Kuwait Petroleum Corporation (KPC) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของคูเวต ประกาศภาวะ “Force Majeure” หรือภาวะสุดวิสัยต่อสัญญาการส่งออกน้ำมัน พร้อมเริ่มลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้การขนส่งพลังงานผ่านภูมิภาคหยุดชะงักต่อเนื่องเป็นวันที่ 8

รายงานระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนการลำเลียงพลังงานมากถึงประมาณ 20% ของอุปทานน้ำมันและ LNG ทั่วโลก ทำให้การส่งออกพลังงานจากหลายประเทศในอ่าวอาหรับหยุดชะงัก

ก่อนหน้านี้ อิรักและกาตาร์ ได้ประกาศลดการผลิตน้ำมันและก๊าซแล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์พลังงานคาดการณ์ว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย อาจต้องปรับลดกำลังการผลิตตามมาในไม่ช้า เนื่องจากพื้นที่เก็บน้ำมันสำรองเริ่มใกล้เต็ม หลังไม่สามารถส่งออกผ่านเส้นทางหลักได้

ตามประกาศทางการค้าของ KPC ซึ่งสำนักข่าว Reuters ได้ตรวจสอบ ระบุว่า บริษัทได้ลดทั้งกำลังการผลิตน้ำมันดิบและอัตราการกลั่นน้ำมันลงเนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากสถานการณ์ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการลดกำลังการผลิตอย่างเป็นทางการ โดยข้อมูลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คูเวตมีการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยประมาณ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

KPC ระบุว่า การปรับลดกำลังการผลิตในครั้งนี้เป็น มาตรการเชิงป้องกัน และจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าบริษัทมีความพร้อมที่จะกลับมาฟื้นระดับการผลิตทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การประกาศภาวะสุดวิสัยครั้งนี้ มาจาก คำขู่โดยตรงจากอิหร่านเกี่ยวกับความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีต่อคูเวต และสถานการณ์ที่เรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวอาหรับมีจำนวนลดลงอย่างมาก จนแทบไม่สามารถจัดหาเรือสำหรับขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์พลังงานได้

KPC ถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกพลังงานรายสำคัญของโลก โดยเฉพาะการส่งออก แนฟทา (Naphtha) ไปยังตลาดเอเชีย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมถึงการส่งออก เชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) ไปยังยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ

ขณะเดียวกัน สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้ขยายวงกว้างออกนอกดินแดนอิหร่าน โดยเตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ ขณะที่อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ในเลบานอน หลังกลุ่มติดอาวุธ ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอล

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกอย่างมาก เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก และความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานในระยะต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...