โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ยืนยันไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของ อิหร่านแม้อิสราเอล จะโจมตีคลังน้ำมันใกล้เตหะราน ขณะเดียวกันอิหร่านเตือนสงครามกำลังเข้าสู่ “เฟสใหม่”

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สหรัฐฯ ยืนยันไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของ อิหร่านแม้อิสราเอล จะโจมตีคลังน้ำมันใกล้เตหะราน ขณะเดียวกันอิหร่านเตือนสงครามกำลังเข้าสู่ “เฟสใหม่” พร้อมแต่งตั้ง "โมจตาบา คาเมเนอี" เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แทน "อาลี คาเมเนอี" ที่เสียชีวิตจากสงคราม

วันที่ 9 มี.ค. 2569 รัฐบาลสหรัฐระบุว่าจะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน แม้อิสราเอลจะโจมตีคลังน้ำมันใกล้กรุง Tehran จนเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการโจมตีโครงสร้างด้านน้ำมันครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น

Chris Wright รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐไม่มีแผนโจมตีอุตสาหกรรมน้ำมันหรือก๊าซของอิหร่าน และเชื่อว่าผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้การเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกชะลอตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันอ้างอิง West Texas Intermediate พุ่งขึ้นกว่า 36% ในสัปดาห์เดียว

ขณะเดียวกัน Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาพลังงานโลก.

'อิหร่าน' เตือนสงครามกำลังเข้าสู่ “เฟสใหม่” พร้อมส่งสัญญาณตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกมาเตือนว่า ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา ได้เข้าสู่ “ระยะใหม่” แล้ว พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มจะยุติลงในเร็ววัน อีกทั้งยังส่งสัญญาณว่าอาจมีการตอบโต้ด้วยการพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง

เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า แม้จะมีกระแสข่าวบางส่วนที่คาดการณ์ว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายในเร็ว ๆ นี้ แต่ในความเป็นจริงยังไม่ปรากฏสัญญาณใดที่บ่งชี้ว่าความขัดแย้งกำลังจะยุติลง

“สงครามได้เข้าสู่ระยะใหม่แล้ว และการโจมตีคลังน้ำมันและเชื้อเพลิงของอิหร่าน จะต้องได้รับการตอบโต้ในระดับภูมิภาคอย่างแน่นอน” เจ้าหน้าที่กล่าว

เขายังระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า อิหร่านอาจพิจารณาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อตอบโต้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากอาจส่งผลให้การผลิตและการขนส่งน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคตะวันออกกลางหยุดชะงัก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อิหร่านยังย้ำว่า ประเทศจะไม่อ่อนข้อในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันของโลก พร้อมระบุว่ารัฐบาลเตหะรานจะเป็นผู้กำหนดเองว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด

อิหร่านแต่งตั้ง "โมจตาบา คาเมเนอี" เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แทน "อาลี คาเมเนอี" ที่เสียชีวิตจากสงคราม

สื่อของรัฐบาล อิหร่าน รายงานเมื่อเช้าวันจันทร์ว่า โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

การแต่งตั้งดังกล่าวได้รับการรับรองจาก สภาผู้เชี่ยวชาญแห่งอิหร่าน ซึ่งเป็นสภานักบวชระดับสูงจำนวน 88 คน มีหน้าที่คัดเลือกผู้นำสูงสุดของประเทศ

นับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปี 2522 สภาผู้เชี่ยวชาญเคยเลือกผู้นำสูงสุดเพียงครั้งเดียว คือการแต่งตั้ง อาลี คาเมเนอี หลังการเสียชีวิตของ รูฮุลเลาะห์ โคไมนี

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ให้สืบทอดตำแหน่งจากบิดาเป็นเรื่องที่เขา “ไม่อาจยอมรับได้” และให้สัมภาษณ์กับ เอบีซี นิวส์ เมื่อวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ยาวนาน หากไม่ได้รับการยอมรับจากเขา

ทั้งนี้ โมจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี เป็นบุตรชายคนที่สองของ อาลี คาเมเนอี และเป็นที่รู้จักว่ามีอิทธิพลทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม และกองกำลังกึ่งทหาร บาซิจ

แม้จะไม่ได้เป็นนักบวชระดับสูงและไม่มีตำแหน่งทางการในรัฐบาล แต่เขาเคยถูกคว่ำบาตรโดย กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ในปี 2019 โดยกล่าวหาว่ามีบทบาทสนับสนุนกิจกรรมของ กองกำลังกุดส์ และเครือข่ายทางทหารของอิหร่าน

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของ อิสราเอล ยังระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านได้พยายามโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ โมจตาบา คาเมเนอี แต่เชื่อว่าเขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากเหตุการณ์ดังกล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...