ทรัมป์ขู่งัดกฎหมายปราบกบฏ สลายม็อบต้านเจ้าหน้าที่ตม.ในมินนิโซตา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ว่าในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ เขาพร้อมใช้ “กฎหมายปราบปรามการจลาจล” หรือกฎหมายปราบปรามการก่อกบฏ ฉบับปี 2350 เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิปราบปรามการลุกฮือ ต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) ที่รัฐมินนิโซตา
ขณะที่นายสตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ด้านนโยบายของทำเนียบขาว และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ประณามนายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา "จงใจและเจตนา" ยุยงให้เกิด "การกบฏที่รุนแรง"
ทั้งนี้ กระแสการต่อต้านไอซีอีที่รัฐมินนิโซตาทวีความรุนแรง นับตั้งแต่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไอซีอียิง น.ส.เรเน กู๊ด วัย 37 ปี ที่เมืองมินนีแอโพลิส เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ด้านทำเนียบขาวยืนยันว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ไอซีอีเป็นการป้องกันตัว จากการที่กู๊ดพยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตาม วอลซ์โต้แย้งว่า กู๊ดไม่ได้จะพุ่งชนเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ไม่ได้อยู่ในวิถีที่จะถูกรถชนขณะลั่นไก
นอกจากนี้ เกิดเหตุยิงกันเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ในท้องที่ของรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นผลจากการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ไอซีอี กับชายคนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่พยายามจับกุม โดยระหว่างการตะลุมบอน มีบุคคลอีก 2 คน ออกมาจากที่พักใกล้เคียงและเข้ามาต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ไอซีอีด้วย "พลั่วตักหิมะและด้ามไม้กวาด"
ต่อมามีการเปิดเผยว่า มีชายคนหนึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่ขา ซึ่งเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายจากเวเนซุเอลา ส่วนอีก 2 คนถูกควบคุมตัวไว้ได้
อนึ่ง กฎหมายปราบปรามการจลาจล มักก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสมดุลของอำนาจระหว่างรัฐบาลกลางกับส่วนท้องถิ่น และระหว่างกองทัพกับการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ
เพื่อใช้อำนาจภายใต้กฎหมายนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐต้องออก “ประกาศ” เพื่อสั่งให้ผู้ก่อการจลาจลหรือผู้ที่ขัดขวางกฎหมาย ยุติและถอยกลับไปอย่างสันติ ภายในระยะเวลาที่กำหนด.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES