โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"บิ๊กเต่า"เผยเตรียมขุดซากเด็กหลายร้อยศพในสำนัก "ลุงสนม" สัปเหร่อหื่นตรวจ DNA

Manager Online

เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 07.56 น. • MGR Online

เหยื่อ "ลุงสนม" สัปเหร่อลามก โผล่ให้การมัดอีก 6 ราย ด้าน "บิ๊กเต่า" เผยเตรียมขุดซากเด็กหลายร้อยศพขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ DNA ต่อไป

วันนี้ ( 17 ก.พ.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กลุ่มผู้เสียหายซึ่งหญิงสาวจำนวน 6 คน เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน บก.ป. ตามนัดหมาย ในคดีถูก ลุงสนม สัปเหร่อชื่อดังในพื้นที่ จ.อ่างทอง ลวนลามและอนาจาร โดยนำหลักฐานเป็น "ภาพถ่ายบาดแผลที่อวัยวะเพศ" ที่เกิดจากการถูกสัปเหร่อใช้มีดโกนขนลับแล้วเหยื่อขัดขืนจนถูกบาด มามอบให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อประกอบการพิจารณา

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพราะเป็นเรื่องที่เป็นภัยต่อสังคม ขณะนี้เริ่มมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสอบพยานไปแล้ว 2-3 ปาก และยังมีผู้ที่ไม่กล้าออกมาจึงได้ติดต่อประสานไปเพื่อให้มาเข้าให้ข้อมูล เพราะเป็นคดีที่น่าสนใจและเข้าตามหลักเกณฑ์ และนอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมหลอกล่อเพื่อให้เกิดการบริจาคก็เข้าข่ายการฉ้อโกง เมื่อเหตุเกิดขึ้นหลาย ๆ ราย ก็จะกลายเป็นข้อหาฉ้อโกงประชาชน จึงอยากทำให้เป็นอุทาหรณ์กับอีกหลายสำนักที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ส่วนจะมีหน้าม้าหรือมีคนใกล้ชิดเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป

"ส่วนกรณีซากศพของเด็กที่ถูกฝังในพื้นที่ของสัปเหร่อหลายร้อยศพนั้น เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นศพที่มีชีวิตมาก่อน ก็จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป และคิดว่าน่าจะมีการขุดขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ DNA "พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่าเชื่อว่ามีผู้เสียหายมาทำพิธีเป็นจำนวนมากเพราะเปิดมากว่า 10 ปีแล้ว หลายคนอาจไม่กล้ามาแสดงตัวอยากจะวอนผ่านสื่อมวลชนว่าใครก็ตามที่ตกเป็นผู้เสียหายและถูกรังแกถูกกระทำและไม่ได้รับความเป็นธรรมขอให้ออกมาเพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายต่อไป ส่วนกรณีที่นักข่าวช่องหนึ่งได้เข้าไปล่อซื้อโดยการให้สัปเหร่อรายนี้ทำพิธีกรรม และได้มีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ แล้วนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เมื่อตำรวจกองปราบได้ตั้งคดีและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วก็จะต้องเรียกน้องนักข่าวบุคคลดังกล่าวมาให้ปากคำเหมือนกับผู้เสียหายรายอื่นด้วย

ขณะที่ นางวาสนา (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ผู้เสียหายที่เดินทางมาจาก จ.เชียงราย เปิดเผยว่า น้องสาวตั้งครรภ์ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนตาย ได้เคยไปร่วมพิธีนำศพไปผ่าท้องเด็กออก และวันนี้ได้นำหลักฐานเอกสารคลิปวิดีโอและคลิปเสียงมามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ตนได้เจอกับตัวเองเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ถูกลวนลามด้วยการกอดและหอมที่ต้นคอ ในวันที่ตนเข้าไปทำพิธีกับสัปเหร่อรายนี้ เมื่อไปถึงกลับถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายกว่า 5,000 บาท และยังได้เห็นพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่ชอบมาพากล และยังถูกสั่งห้ามไม่ให้นำศพเด็กกลับไปทำพิธีทางศาสนา แต่ให้ฝังไว้ในพื้นที่บ้านของสัปเหร่อ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการปิดสำนักหรือหยุดพฤติกรรมของสัปเหร่อรายนี้

ขณะที่ผู้เสียหายอีกรายได้เล่าว่า รู้จักกับสัปเหร่อในสื่อสังคมออนไลน์หลายช่อง ทำพิธีเกี่ยวกับการผ่าศพแยกคนตายท้องกลม และทำศพเด็กแรกเกิด มีการกล่าวอ้างว่าเป็นสัปเหร่อหนึ่งเดียวที่ทำเรื่องนี้ มันเลยทำให้เราเกิดความเชื่อและไปทำพิธีที่นี่ และนอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างว่าเป็นจิตอาสากู้ภัย ไม่มีการเรียกเก็บเงิน แต่เมื่อวานนี้ มีผู้เสียหายที่เข้าไปทำพิธีแต่กลับถูกเรียกเก็บเงินคนละ 200 บาท แต่พอรู้ว่ามีข้อกฎหมายที่มันไม่ถูกต้องมีการพลิกสถานการณ์ บอกกับเหยื่อผู้เข้าไปว่าแล้วแต่จะให้ นอกจากนี้ทางสัปเหร่อเอง ยังมีการกล่าวอ้างเรื่องความเชื่อ หากไม่ทำชีวิตจะตกต่ำ หรือทำอะไรก็ไม่ขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการใช้มีดที่ทำผ่าศพอ้างว่าเป็นมีดสื่อในการทำพิธี และนำมาขูดที่ตัวของเหยื่อผู้เข้าไปทำพิธี คล้าย ๆ การข่มขู่ จนเกิดเป็นบาดแผลห้อเลือด

"ทั้งนี้ผู้เสียหายหลายรายที่มาในวันนี้ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีความเห็นใจเหยื่อผู้ถูกกระทำ อยากให้เร่งดำเนินคดีหรือดำเนินการปิดสำนักของสัปเหร่อรายนี้รวมถึงขุดศพเด็กร้อยกว่ารายเพื่อนำมาประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป" ผู้เสียหาย กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...