โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สอท.เกาะติดสงคราม-ห่วงน้ำมันพุ่ง แนะ ก.พลังงานถก บ.น้ำมันรับมือด่วน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สอท.เกาะติดสงคราม-ห่วงน้ำมันพุ่ง แนะ ก.พลังงานถก บ.น้ำมันรับมือด่วน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตรึงเครียดในตะวันออกกลาง ว่า ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สิ่งที่จะเกิดขึ้นชัดเจนคือ ราคาโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมัน เพราะการที่มีความตึงเครียดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ และบริเวณใกล้กับการขนส่งทางเรือค่อนข้างหนาแน่น มีโอกาสที่จะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น กระทบกับทั่วโลก และประเทศไทย นอกจากนี้ ต้องติดตามว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ หรือเพียงบางจุด และจับตาดูพันธมิตรของอิหร่าน ประเทศในตะวันออกกลางว่าประเทศใดจะออกมาเป็นตัวกลาง หรือประเทศมหาอำนาจที่สนับสนุนอิหร่าน ได้แก่ จีน และรัสเซียจะมีท่าทีอย่างไร รวมถึงจะมีการปะทะรุนแรงแค่ไหน

“ในช่วงสั้นผลกระทบทางจิตวิทยาราคาน้ำมันคงพุ่งขึ้นแน่นอน ช่วงสั้นน่าจะกระเตื้องขึ้นไม่มาก แต่ในระยะยาวหากสถานการณ์บานปลายจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น“ นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า คาดหวังสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ยืดเยื้อหรือบานปลาย เพราะจะกลายเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาทาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีความอ่อนไหวทางด้านน้ำมัน หรือการขนส่งน้ำมัน โดยภาคพลังงานจะเป็นตัวแปรที่สำคัญ หากมีการโจมตีนอกเหนือจากที่ได้มีการตกลงกันไว้ เช่น บ่อน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมันของอิหร่าน เพื่อต้องการทำทำลายเศรษฐกิจของอิหร่าน จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มมากขึ้นไปอีก จะส่งผลกระทบต่อทั่วโลก และเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าใดนัก

ส่วนการเตรียมความพร้อมของไทย ต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงบริษัทน้ำมันในประเทศต้องดูว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันได้หรือไม่ อาจจะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับเมื่อครั้งเกิดการสู่รบกันระหว่างรัสเซีย และยูเครน ครั้งนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ชิดกับประเทศไทยมากกว่า เพราะไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกางเป็นหลัก โดยมองว่ากระทรวงพลังงานและบริษัทน้ำมันควรหารือร่วมกันโดยด่วน เพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์ รวมถึงวางแผนเรื่องการเส้นทางการขนส่งสำรอง และดูว่าจะมีผลกระทบกับไทยมากน้อยแค่ไหน หากมีการปิดช่องแคบหรือเส้นทางขนส่งปกติ

“กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) จะต้องมีกาประเมินความเสี่ยงในระดับต่างๆ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว กรณีแย่ที่สุดสงครามบานปลายจนถึงขั้นมีการปิดอ่าว ไทยจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานแค่ไหน จะกระทบมากน้อยอย่างไร เหล่านี้จะต้องพิจารณาดูอย่างเร่งด่วน“ นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า สำหรับท่าทีของไทยในการเรียกร้องให้ยุติสงครามนั้น มองว่าไทยยังเป็นประเทศเล็กเกินไปที่จะสามารถทำได้ แต่หากมีการเจรจาในเชิงต่างประเทศ ไทยก็ควรจะอยู่ในกลุ่มที่ขอให้มีการเข้าสู่การเจรจา โดยใช้วิธีทางการทูตมากกว่าการใช้สงคราม เป็นการแสดงจุดยืน

นอกจากนี้ จะต้องมาดูว่าโรงงาน หรืออุตสาหกรรมใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุดจะทำอย่างไร หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นสูงมากจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอะไรบ้าง โดยจะต้องมีการเตรียมการควบคู่กันไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สอท.เกาะติดสงคราม-ห่วงน้ำมันพุ่ง แนะ ก.พลังงานถก บ.น้ำมันรับมือด่วน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...