โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ติ๊ก เจษฎาภรณ์ เปิดใจ! ถูกลดบทบาทบริหารวง PROXIE โดยไม่สมัครใจ

Khaosod

อัพเดต 22 ม.ค. เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. เวลา 11.14 น.

ติ๊ก เจษฎาภรณ์ เปิดใจครั้งแรก! หลังถูกลดบทบาทบริหารวง PROXIE โดยไม่สมัครใจ - จุกหนักเห็นฟีดแบ็กบริษัทที่ตั้งใจทำมา รับเป็นห่วงน้องๆ มากที่สุด

เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักวง T-POP ชื่อดังอย่างวง “PROXIE” ที่ปลุกปั้นโดยติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี แต่ในช่วงที่ผ่านมากลับมีกระแสข่าวลือมาว่าพี่ติ๊ก ได้ถูกลดบทบาทลงไป เนื่องจากมีการโพสต์ตัดพ้อในเอ็กซ์ (X) ว่า “โปรดระวัง! นักธุรกิจนักขายฝัน เขาจะเอาฝันมาขายน้อง เพราะเขาเอาน้องไปขายหรือไปดีลไว้แล้ว เหลือแต่กล่อมให้น้องเข้าแผนเขา ช่วงนี้น้องอยากได้อะไรเขาจะใจกว้างให้หมด ใครที่มีผลประโยชน์มากกว่าก็จะนำมาใช้มากหน่อย”

ล่าสุดวันที่ 22 ม.ค.2569 ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผู้บริหารจากค่าย bROTHERS MUSIC ภายใต้บริษัท ดรีมเมอร์ส โซไซตี้ เมเนจเมนท์ จำกัด พร้อมทนายความ ดร.พีรภัทร ฝอยทอง ได้ตัดสินใจเปิดใจแบบหมดเปลือก ถึงจุดยืนและบทบาทการบริหารค่ายเพลงและศิลปินบอยกรุ๊ปวง “PROXIE” ณ ห้องจูบีลี ชั้น 19 โรงแรม The Quarter Hotel Ratchayothin

ระหว่างการทำงานมันเกิดอะไรขึ้น? “จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร เหตุผลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะผมได้สร้างศิลปินมาได้ในระดับหนึ่งแล้ว และคิดว่าตัวผมเองอาจจะมีศักยภาพไม่เพียงพอต่อการต่อยอดให้น้องๆ แต่เจตนาของผมอยากให้น้องๆ ไปได้ไกลที่สุดดังนั้นเราจึงเห็นศักยภาพของพาร์ตเนอร์ที่เราทำงานด้วย ผมจึงเชื่อว่าเขาจะผลักดันน้องไปได้ไกลกว่าเดิม ผมเชื่อแบบนั้น”

เริ่มไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เมื่อไหร่? “เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ครับ ช่วงนั้นมันดูเงียบๆ ไป โปรเจ็กต์ต่างๆ มันเป็นยังไงบ้างแล้ว เราก็อยากจะรู้ มันเลยทำให้เราติดต่อไป เลยทราบข้อมูลบางอย่าง จากเดิมเรามีพนักงาน 8 คน กลายเป็นมีทั้งหมด 20 กว่าคน แล้วเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะมีการตกลงหรือดีลกันไว้แล้วบ้าง หรือว่าในสิ่งที่กำลังจะเกิดโปรเจ็กต์ ซึ่งผมไม่ได้รับทราบ”

ในฐานะที่เป็นคนปลุกปั้นน้องๆ มา รู้สึกเหมือนโดนขโมยลูกไหม? “ไม่ใช่โดนขโมยลูกหรอกครับ จริงๆ แล้วมันเป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อหาผลประโยชน์ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของศิลปิน ผมเองก็มีความตั้งใจอยู่แล้วว่าอยากจะส่งเสริมน้องๆ ให้เติบโต ไปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยที่เป็นการร่วมมือร่วมแรงกัน”

มีอะไรผิดพลาดตรงไหน เขาถึงได้ตัดเราออกขนาดนั้น? “อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ (ตอนที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงน้องๆ ทราบไหม?) ผมคิดว่าในการเปลี่ยนการบริหารน้องๆ ทราบอยู่แล้ว เพราะน้องๆ ก็ต้องรู้ว่าโปรเจ็กต์ต่างๆ น้องคุยกับใคร”

เจอน้องล่าสุดเมื่อไหร่? “เมื่อวานครับ ผมไปเพื่อจะบอกน้องเขา แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร ผมก็โอเคน้องๆ พี่มีอะไรอยากจะพูดหน่อย พอดีว่าวันพรุ่งนี้พี่จะมาแถลงข่าวนะ แต่ไม่ได้กระทบกระเทือนถึงงานน้องๆ และคิดว่าไม่สามารถที่จะแถลงข่าวช้ากว่านี้ไปได้แล้ว แล้วบอกว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้มันเกิดความเสียหายแต่อย่างใด ผมก็พูดเท่านี้ แล้วก็จับมือกันแล้วก็กอดกัน โอเคสู้ๆ ซ้อมให้เต็มที่”

แล้วน้องๆ ว่ายังไง? “เขาก็อาจจะมีความประหลาดใจนะครับ สีหน้าก็น่าจะมีความสงสัย แต่ว่าไม่ได้ถามอะไร เขาน่าจะเข้าใจแหละว่าพี่ติ๊กมีอะไรบางอย่างที่อยากจะพูด”

ที่ผ่านมารู้สึกว่าถูกกีดกันอะไรไหม? “ถึงแม้ว่ามันเปลี่ยนการบริหารไป แต่ว่าในทุกๆ ครั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ ในเรื่องของการจัดการ การดีลงาน โปรเจ็กต์ที่มันจะเกิดขึ้นต่างๆ ในเรื่องของเพลง จริงๆ แล้วต้องเกิดขึ้นจากการคุยกัน ว่าเราควรจะทำหรือไม่ควรทำ แต่ผมไม่ได้อยู่ในขั้นตอนตรงนี้ครับ”

การมาแถลงวันนี้คือพี่ติ๊กหมดบทบาทกับการบริหาร PROXIE แล้ว? “ผมไม่ได้หมดบทบาท ยังอยู่ในผู้ถือหุ้นคนนึง เพียงแต่อำนาจในการบริหาร การตัดสินใจ และการเซ็นเอกสารอนุมัติ ผมไม่มีความสามารถที่จะทำตรงนั้นได้ เพราะว่าถูกลดบทบาท แต่ในขณะเดียวกัน ผมยังสามารถเป็นที่ปรึกษาของน้องๆ ได้อยู่”

“แม้ว่าพวกเขาโตขึ้นก็ตาม ผมก็ยังเป็นห่วง อยากจะผลักดันเขาให้ได้ไกลเท่าที่ผมจะสามารถทำได้ และผมก็มีแต่ความปรารถนาดีให้กับน้องๆ เสมอ มันคือความผูกพันที่เรามีต่อกันอยู่แล้ว มันคือความฝันร่วมกันตั้งแต่ต้นจนถึง ณ ปัจจุบันนี้”

ในวันที่การเปลี่ยนแปลงกรรมการ ทางฝั่งนั้นเขาได้ให้เหตุผลไหม?

ทนายความ : “จริงๆ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรครับ น่าจะพอทราบมาซักระยะนึงแล้ว และเราก็ไม่ได้สมัครใจ เราก็คัดค้านไป แต่ในเมื่อหุ้นเขาเยอะกว่ามันก็เป็นไปตามนั้น หุ้นของพี่ติ๊กกับภรรยารวมกัน 40 เปอร์เซ็นต์ (ทางฝั่งนั้น 60 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเป็นการยกมือโหวต?) จริงๆ ไม่ครับ เราคัดค้านของการประชุมว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนตามกฏหมายอยู่”

พี่ติ๊กรู้สึกเสียใจไหม? “ผมเป็นห่วงน้องๆ วง PROXIE มากที่สุดเลยครับ เพราะมันเหมือนกับว่า (เหมือนจะร้องไห้) แป๊บนึงนะครับ ผมรู้สึกว่าคือผมทำงานชิ้นนี้ด้วยหัวใจของผมครับ ดังนั้นมันไม่ได้ต่างอะไรกันกับ PROXIE มันคือความรักและคือหัวใจของผม”

เผยสิ่งที่เสียใจที่สุดในวันนี้คืออะไร?

ผมแคร์และเป็นห่วงน้องๆ PROXIE จริงๆ ที่ผ่านมาเราจะรับฟังฟีดแบ็กที่เขามีต่อบริษัทมาโดยตลอด แน่นอนว่าตั้งแต่ช่วงแรกมันอาจจะล้มลุกคุกคลาน ผิดพลาดบ้าง แต่ว่าเรารับฟัง ดังนั้นเราจึงปรับปรุงและแก้ไขโดยทันที ผมทำอย่างนั้น แต่ว่าสิ่งที่ผมเป็นห่วง ตอนนี้ผมเข้าไปอ่านฟีดแบ็กก่อนหน้านี้และปัจจุบัน ในโซเชียลมีเดียเขาก็จะพูดถึงบริษัทในอีกรูปแบบนึง ซึ่งถามว่าในสิ่งที่เราทำมันมา และผมรับฟังในเรื่องแบบนี้มันก็จุกนะครับ”

ในวันที่สถานะคำว่าพ่อหายไป? “ผมคิดว่าคำว่าพ่อหรือพี่ชายของ PROXIE ไม่มีทางหายไป แต่ผมก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้สถานะและความสัมพันธ์ต่างๆ การจัดการบริหารศิลปินให้เขาไปได้มากยิ่งๆ ขึ้น ผมก็พยายามทำอยู่ครับ”

แสดงว่าพี่ติ๊กไม่มีอำนาจในบริษัทแล้ว?

ทนายความ : “ต้องชี้แจงว่าเดิมมีผู้ถือหุ้น 2 ฝ่ายและตกลงหน้าที่กันชัดเจน พี่ติ๊กบริหารศิลปิน ทางฝั่งเขาบริหารการเงิน จนปลายปี 67 ที่พี่ติ๊กบอกว่าอยากจะส่งเสริมให้น้องๆ ได้ไปต่อ พี่ติ๊กก็ขอเปลี่ยนแปลงบทบาทให้เขาได้มาร่วมบริหารศิลปินด้วย และพี่ติ๊กก็จะถอยมาเหมือนคอยดูห่างๆ มีอะไรสำคัญๆ ก็ต้องส่งมาให้พี่ติ๊กช่วยให้คำแนะนำ ในฐานะที่เป็นคนดูแลน้องมาตั้งแต่ต้น”

“จุดมุ่งหมายที่เราตั้งกันมาตั้งแต่ต้นคือในรูปแบบนี้ แต่ย้อนไปวันที่ตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็ตั้งกันด้วยความเชื่อใจว่าจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด มีอะไรก็จะคุยกัน เลยไม่ได้มีการเขียนล็อกไว้ในสัญญาว่าจะต้องมีกรรมการจากแต่ละฝ่ายเหมือนบริษัทใหญ่ๆ ทั่วไป ซึ่งตอนนั้นพี่ติ๊กก็ยังไม่ได้มีที่ปรึกษากฎหมาย ทำด้วยความเชื่อใจ”

“แต่ที่ผ่านมาเขาก็ให้เกียรติเรา พี่ติ๊กก็ทำหน้าที่ เขาก็คอยอนุมัติเรื่องการเงิน แต่พอพี่ติ๊กขอเปลี่ยนแปลงบทบาท คาดหวังว่าเขาจะส่งมาถามเราก่อนที่จะอนุมัติอะไรต่างๆ แต่กลายเป็นว่าข้อมูลที่พี่ติ๊กได้รับอาจจะไม่เพียงพอให้พี่ติ๊กตัดสินใจ หรือเมื่อเราถามไปแล้วเขาก็อาจจะไม่ตอบ หรือตอบล่าช้า เป็นสิ่งที่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเราก็พยายามหาหนทางในการแก้ไขมาโดยตลอดครับ”

เรื่องเงินก็ส่วนหนึ่ง แต่การทำอะไรแล้วไม่บอกก็อีกเรื่อง? “ครับ แต่ไม่ใช่ว่าข้ามหน้าข้ามตาหรอกครับ เราเริ่มต้นยอมที่จะถือหุ้นน้อยกว่าเพราะเราให้เกียรติ เราเห็นว่าบริษัทเขามีภาพลักษณ์ที่ดี ทำศิลปินออกมาได้ถือว่ามีชื่อเสียง และอยู่ในแนวหน้าของตลาด เขาเสนอว่าเขาจะถือหุ้น 60% ให้เราถือ 40% ผมก็ยอม โดยที่เราจะมีการบริหารจัดการร่วมกัน มีกรรมการทั้งหมด 4 ท่าน ฝั่งเขา 2 ทางผม 2 นี่คือข้อตกลงร่วมกัน ณ ปัจจุบันกับเมื่ออดีต ถ้าเขาบอกว่ามีโอกาสที่จะเปลี่ยนกรรมการ ผมไม่มีทางที่จะทำงานร่วมกันเขาเลย”

แถลงวันนี้จะมีผลกระทบในอนาคตไหม?

“ผมต้องออกมาชี้แจงกับสังคม ที่ผ่านมาสังคมตั้งคำถามว่าผมหายไปไหน แต่จริงๆ แล้วผมไม่ได้หายไปไหน ผมพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจเรื่องต่างๆ ของบริษัท เพียงแต่เราเจอปัญหา ผมคิดว่าทางออกคือต้องคุยกัน”

อยากจะได้รับการตัดสินใจกลับคืนมา? “ต้องคุยกันว่าจะเอายังไง ผมเป็นห่วงน้องและทิศทางของศิลปิน แน่นอนว่าศิลปินเขาก็เติบโตขึ้น เป็นที่นิยมและรู้จักขึ้นเรื่อยๆ ผมภูมิใจมาก แต่ระหว่างทางก็ได้รับฟีดแบ็กต่างๆ คือมันไม่ใช่แค่ตัวศิลปินอย่างเดียว เพราะมันมีทั้งเรื่องของลูกค้า คนทำงานร่วมกัน ทั้งในเรื่องของแฟนคลับ PROXIE ที่เราเรียกกว่า USER เราจะทำยังไงเพื่อให้ทุกๆ อย่างเกิดภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทครับ”

หลังจากนี้จะมีผลกระทบกับตัวศิลปินไหม ผู้บริหารสองฝ่ายขัดแย้งกัน?

ทนายความ : “พี่ติ๊กก็ยังอยู่ในบทบาทที่สนับสนุนน้องๆ ผมมองว่าเป็นเรื่องทางธุรกิจที่แยกจากตัวน้องๆ แล้วกัน พี่ติ๊กยืนยันเสมอว่าไม่ได้อยากทะเลาะกับใคร จริงๆ อยากแถลงข่าวนานแล้ว แต่ผมห้ามไว้ว่าเดี๋ยวมันจะกระทบบริษัท แต่พอสุดท้ายมันไม่มีช่องทางจะคุยแล้ว พี่ติ๊กเลยบอกว่าก็คงต้องออกมาบอก เพราะมันเกิดกระแสสังคมตั้งคำถาม”

ติ๊ก : “ผมเชื่อว่าในกระบวนการทุกอย่างต้องโปร่งใส ซึ่งความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ต่อธุรกิจร่วมกัน ผมมีให้มาตลอดครับ”

ทนายความ : “อย่างน้อยพี่ติ๊กก็ยังมีสิทธิ์ในฐานะผู้ถือหุ้นอยู่ดี แต่สิทธิ์ของผู้ถือหุ้นกับสิทธิ์ของผู้บริหารไม่เท่ากันแค่นั้นเอง”

ในระยะเวลาที่เราไม่ได้มีส่วนแสดงความคิดเห็น รู้สึกยังไง? “ผมก็พยายามมาตลอด 1 ปีนะครับ จนไม่ไหวเลยต้องมาปรึกษาด้านกฎหมาย”

มีอะไรจะฝากถึงน้องๆ ไหม? “ผมอยากให้น้องๆ โฟกัสในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ หน้าที่การงานที่เขาต้องรับผิดชอบในฐานะที่เขาเป็นไอดอล การเพอร์ฟอร์ม การซ้อมของเขา การที่เขาไปเจอสังคม ความประพฤติต่างๆ ลักษณะที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ และทำในสิ่งที่ตัวเองฝันเราจะล่าฝันไปด้วยกันครับ (ยิ้ม)”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ติ๊ก เจษฎาภรณ์ เปิดใจ! ถูกลดบทบาทบริหารวง PROXIE โดยไม่สมัครใจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...