โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“พลเอกรังษี” ลั่น! เลือกตั้ง 8 ก.พ.เดิมพันสูง ชี้ชะตาอนาคตประเทศ“รอด หรือ ไม่รอด”

AEC10NEWs

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 04.42 น. • AEC10NEWS

“พลเอกรังษี” ลั่น! เลือกตั้ง 8 ก.พ.เดิมพันสูงไม่ใช่เรื่องจุดเปลี่ยนประเทศไทยแต่ชี้ชะตาอนาคตประเทศจะ“รอด หรือ ไม่รอด” อย่าให้เป็นแค่ ”เหล้าเก่าในขวดใหม่” ปัญหาจะวนซ้ำซาก ยกสภาพลงพื้นที่พบ “ตลาดร้าง-แม่ค้าสิ้นหวัง” สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยขั้นสุด จับตาพรรคเศรษฐกิจเปิดปราศรัยใหญ่อีกครั้ง 5 ก.พ.นี้ ที่จ.สงขลา

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายที่ตลาดเรือบิน จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมฟังอย่างคับคั่ง ใช้โอกาสนี้เจาะลึก 5 นโยบายหลักของพรรคที่มุ่งเน้นการพลิกฟื้นปากท้อง ยืนยันความพร้อมดึงเม็ดเงินมหาศาลจากจีนหลังการเจรจาลุล่วง พร้อมประกาศชัดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เดิมพันสูงกว่าทุกครั้ง เพราะคือการชี้ชะตาว่าประเทศจะ "รอด" หรือ "ไม่รอด"

พลเอกรังษี กล่าวว่า บนเวทีได้เน้นย้ำถึงเหตุผลที่ต้องลงรายละเอียดในนโยบายทั้ง 5 ข้อว่า ต้องการให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนว่า หากเลือกพรรคเศรษฐกิจแล้ว ชีวิตของเกษตรกร แรงงานในภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยวจะดีขึ้นอย่างไร โดยเฉพาะ "เมกะโปรเจกต์" อย่างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งตนยืนยันว่าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพมหาศาล ตั้งแต่เริ่มตอกเสาเข็มไปจนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จที่จะเกิดการจ้างงานต่อเนื่องในนิคมอุตสาหกรรม

"ผมยืนยันว่าสิ่งที่พูด หากเลือกพรรคเศรษฐกิจเข้ามา เราทำได้ทันทีเพราะได้มีการคุยกับทางรัฐบาลจีนไว้เรียบร้อยแล้ว ผมคุยมา 3 รอบแล้ว ข้อตกลงนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาทันที ส่งผลดีลูกโซ่ไปยังภาคแรงงาน ภาคบริการ รถตู้ และการขนส่ง ขณะที่เกษตรกรจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มั่นใจว่าจะดันรายได้ประชาชาติโตขึ้น 3 เท่า และฉุดจีดีพีที่เตี้ยติดดินให้พุ่งขึ้นไปแตะ 5-6% ได้" หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าว

พลเอกรังษี ยังสะท้อนภาพความเจ็บปวดจากการลงพื้นที่สำรวจตลาดใหญ่ 2 แห่งในจังหวัดชลบุรีว่า สภาพความเป็นจริงเลวร้ายกว่าที่คิด ตลาดวายตั้งแต่ยังไม่ 8 โมงเช้า ยอดขายตกลงไปถึง 70% เหลือรายได้เพียง 30% เท่านั้น ประชาชนระดับรากหญ้าไม่มีเงินออมหลงเหลือ ต้องใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน ไม่สามารถวางแผนระยะยาวได้อีกต่อไป นี่คือดัชนีชี้วัดว่าเศรษฐกิจไทยถดถอยอย่างรุนแรง และหากปล่อยไว้ ปี 2569 จะเลวร้ายยิ่งกว่าปี 2568

"ความน่ากลัวคือความสิ้นหวัง ประชาชนมองไม่เห็นอนาคตเพราะเลือกตั้งมากี่ครั้งเศรษฐกิจก็แย่ลง ถดถอยมาตั้งแต่โควิดจนถึงปัจจุบัน ถ้าเรายังได้รัฐบาลชุดเก่า รัฐมนตรีหน้าเดิม นายกฯ หน้าเดิมบริหาร ก็ไม่ต่างอะไรกับ 'เหล้าเก่าในขวดใหม่' ประชาชนจะหวังอะไรได้"

สำหรับยุทธศาสตร์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย พลเอกรังสี เปิดเผยว่า จะมีการจัดปราศรัยใหญ่อีกครั้งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ที่จังหวัดสงขลา เพื่อชี้แจงนโยบาย "โอเชียนลิ้งค์" (Ocean Link) รถไฟความเร็วสูง และการปราบปรามคอร์รัปชัน ว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนใต้ที่ยังบอบช้ำจากน้ำท่วมใหญ่ได้อย่างไร โดยยืนยันว่าเป้าหมายของพรรคคือคะแนนเสียงจากคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่ภาคใดภาคหนึ่ง

ในช่วงท้ายพลเอกรังษี ได้กล่าวเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจังถึงความสำคัญของวันเลือกตั้งว่า "การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เดิมพันสูงมาก มันไม่ใช่เรื่องของ 'จุดเปลี่ยนประเทศไทย' อย่างที่เคยพูดกันมา แต่มันคือการ 'ชี้ชะตาอนาคตของประเทศ' ว่าจะ 'รอด หรือ ไม่รอด' ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างรุนแรงขนาดนี้"

โดยระบุว่า ภาพพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของไม่ได้ สะท้อนชัดเจนว่าถ้ารัฐบาลที่มาจากการซื้อเสียงเข้ามากอบโกยซ้ำเติม ประเทศจะพังพินาศ พร้อมทิ้งท้ายถึงปัญหาการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ปัญหานี้ต้องมองไปที่ต้นตอคือรัฐธรรมนูญและการคัดสรร ส.ว. ที่เชื่อมโยงไปสู่การเลือกองค์กรอิสระ หากกระบวนการคัดสรรยังใช้ระบบเส้นสายพวกพ้อง ก็จะได้องค์กรที่ขาดความโปร่งใส ซึ่งนี่คือบทเรียนราคาแพง

"ประชาชนคือสารตั้งต้นของทุกเรื่อง ถ้าเราไม่ใส่ใจ แล้วเลือกคนที่ซื้อเสียงเข้ามา ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม ปัญหาซ้ำซาก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้จึงสำคัญมาก ขอให้ดูประวัติ ดูนโยบาย เพื่อพยุงประเทศให้รอดพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเศรษฐกิจ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...