โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ถือหุ้น BANPU อนุมัติควบรวม BPP เสริมแกร่งกลุ่มธุรกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 15.50 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 08.50 น.

ผู้ถือหุ้น BANPU อนุมัติแผนควบรวมกิจการกับ BPP เสริมแกร่งโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ สร้างการเติบโตในระยะถัดไป คาดรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นคัดค้านการควบบริษัทในไตรมาส 2 นี้

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ การควบบริษัทระหว่างบริษัทฯ และบมจ. บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 โดยการควบบริษัทได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงจำนวน 4,106,266,704 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 99.90 ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียง สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อแผนการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจของบ้านปู ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics เฟสที่ 2

การได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นต่อแผนการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถจัดสรรเงินทุนและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงและโอกาสจากแนวโน้มด้านพลังงานและการเติบโตของการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

บ้านปูเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Energy Symphonics จะทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายในปี 2573 ทั้งด้านความแข็งแกร่งทางสถานะการเงินของบริษัทฯ ควบคู่กับด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือ การปรับพอร์ตของ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

  • Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่)
  • U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ)
  • Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง)
  • Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต)

ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างกระแสเงินสดควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจพลังงานที่หลากหลายของเรา เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสังคมในระยะยาว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาและมีมติอนุมัติวาระที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับขั้นตอนทางกฎหมายของการ ควบบริษัท ได้แก่

(1) การเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 5 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 10,018,902,725 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 10,018,902,730 บาท ผ่านการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1.00 บาท พร้อมการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ให้สอดคล้องกับทุนจดทะเบียนใหม่ และ

(2) การออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวนไม่เกิน 5 หุ้น เพื่อรองรับการดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้การควบบริษัทของบริษัทฯ และ BPP จะส่งผลให้ทั้งสองบริษัทสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลและเกิดเป็นบริษัทมหาชนจำกัดใหม่ขึ้นจากการควบบริษัท (NewCo) โดยบริษัทใหม่จะได้รับไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบทั้งหมดของทั้งสองบริษัท โดยผลของกฎหมาย

ทั้งนี้ ภายหลังจากการประชุม EGM ในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบบริษัทในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 และจะมีการหยุดพักการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ และ BPP เป็นการชั่วคราวในระยะเวลาประมาณ 10 วัน เพื่อเตรียมการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ และการจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของทั้งสองบริษัท (Joint Shareholders’ Meeting) ภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

สำหรับพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการควบบริษัท ซึ่งจะดำเนินการภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด และจะดำเนินการนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 โดยผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จะได้รับการจัดสรรหุ้นในบริษัทใหม่ตามอัตราส่วนการแลกหุ้นสุดท้าย (Final Swap Ratio) ที่ 1 หุ้นของบริษัทฯ ต่อ 0.38242 หุ้นในบริษัทใหม่ โดยไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...