‘สุขุม’ ชี้ ‘อนุทิน’ มาถูกทาง สั่งตรึงราคาน้ำมัน ทันเกมวิกฤติพลังงานโลก
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 69 นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงการบริหารสถานการณ์ของรัฐบาลไทย ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของโลกและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจหลายประเทศ ว่า การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาตรการสั่งตรึงราคาน้ำมันในช่วงเวลานี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่มาถูกทาง และเป็นการรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันเกมวิกฤติตะวันออกกลางในครั้งนี้ ถือเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวน และประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทยย่อมหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ยาก มันเป็นการรบพุ่งในแหล่งพลังงานของโลก ประเทศไทยเองพึ่งพาน้ำมันจำนวนมาก ผลกระทบจึงหนีไม่พ้นอยู่แล้ว แต่ประเด็นสำคัญคือรัฐบาลจะบริหารจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากเกินไป
นายสุขุม กล่าวว่า ในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกมีความผันผวน บริษัทน้ำมันย่อมมองเห็นช่องทางทางธุรกิจและมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นตามสถานการณ์ตลาด ดังนั้นบทบาทของรัฐบาลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำกับดูแล ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าบริษัทน้ำมันบางรายมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีต้องออกมาสั่งตรึงราคาน้ำมันเพื่อควบคุมสถานการณ์ การตัดสินใจดังกล่าวถือว่าทันเกม และเป็นมาตรการที่ประชาชนย่อมให้การสนับสนุน รัฐบาลต้องคุมให้สถานการณ์อยู่ในกรอบ เพราะบริษัทน้ำมันย่อมมองเห็นช่องทางอยู่แล้ว เมื่อมีการปรับราคาสูงขึ้น นายกรัฐมนตรีออกมาสั่งตรึงราคา ถือว่าทันเกม ในฐานะประชาชนก็ต้องชื่นชม เพราะอย่างน้อยทำให้ไม่เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพทันที
นายสุขุม ยังกล่าวถึงบทบาทของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ว่า เป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศ และในช่วงวิกฤติเช่นนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ต้องนำเครื่องมือนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประเทศไทยมีกองทุนน้ำมันอยู่แล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องนำมาใช้เพื่อดูแลประชาชน ไม่ให้ค่าครองชีพพุ่งสูงเกินไป วิกฤตราคาน้ำมันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เพราะในอดีตเคยเกิดสถานการณ์วิกฤติพลังงาน จนต้องใช้กองทุนน้ำมันอย่างหนักจนติดลบมาแล้ว แต่สถานการณ์วันนี้ยังถือว่าดีกว่า เพราะกองทุนยังมีเงินเหลืออยู่พอที่จะใช้เป็นเครื่องมือรักษาเสถียรภาพราคาได้
นายสุขุม กล่าวว่า ในมิติของตลาดพลังงานโลก แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลให้เกิดความตึงเครียดด้านพลังงาน แต่ในระยะยาวกลไกตลาดจะเป็นตัวปรับสมดุล เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อ ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางย่อมไม่สามารถหยุดการผลิตหรือการส่งออกได้เป็นเวลานาน เพราะหากโลกเริ่มหันไปพึ่งพาแหล่งพลังงานจากภูมิภาคอื่น ผู้ผลิตรายใหม่ก็จะเกิดขึ้นและเข้ามาแทนที่ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางก็ต้องกลับมาผลิตและส่งออก เพราะถ้าโลกตั้งตัวได้ ประเทศอื่นก็จะเพิ่มกำลังการผลิตเข้ามาแทน มันเป็นกลไกของตลาดพลังงานโลก
นายสุขุม กล่าวต่อว่า ในภาวะวิกฤติเช่นนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้าใจระหว่างรัฐบาลและประชาชน โดยประชาชนควรติดตามสถานการณ์อย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ได้มากที่สุด ประชาชนต้องเข้าใจสถานการณ์ของโลก แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด วิกฤติโลกก็เป็นโอกาสของรัฐบาลในการแสดงฝีมือว่าจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดีเพียงใด หากสามารถประคองเศรษฐกิจและดูแลค่าครองชีพของประชาชนได้ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมอย่างมาก.