โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ราคาน้ำมันดิบพุ่ง หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงอุปทานตึงตัว

Businesstoday

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 03.28 น. • Businesstoday

ราคาน้ำมันดิบพุ่ง WTI แตะ 74.56 ดอลลาร์ เบรนต์ 81.40 ดอลลาร์ หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 4 มี.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 74.56 ดอลลาร์/บาร์เรล +3.33 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 81.40 ดอลลาร์/บาร์เรล +3.66 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์จากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันดิบที่อาจตึงตัว จากการประกาศปิดการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

การประกาศดังกล่าวส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากอาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีจากอิหร่าน ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงกังวลต่อผลกระทบจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ล่าสุด มีรายงานว่า คลังเก็บน้ำมันที่ท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของ IRGC ที่ส่งสัญญาณว่าอาจยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคเพิ่มเติม

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ซื้อขายอยู่ที่ 74.56 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.33 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) อยู่ที่ 81.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.66 ดอลลาร์

ขณะเดียวกัน อุปทานน้ำมันดิบในภูมิภาคมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น หลัง อิรัก มีคำสั่งหยุดการผลิตน้ำมันดิบที่แหล่ง Rumaila ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2567 รวมถึงระงับการผลิตที่แหล่ง West Qurna 2 ซึ่งมีกำลังการผลิตราว 0.46 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ปัจจุบันอิรักได้ระงับกำลังการผลิตรวมแล้วประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างกลุ่มประเทศพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยล่าสุด สถานทูตสหรัฐในซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน สอดคล้องกับแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ออกคำสั่งให้พลเมืองสหรัฐอพยพออกจากหลายประเทศในภูมิภาคดังกล่าว ขณะเดียวกัน อิสราเอล ได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดิน ด้วยการส่งกำลังทหารเข้าสู่พื้นที่ในเลบานอน

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดระบุว่า รัฐบาลสหรัฐยังไม่มีแผนระบายน้ำมันออกจาก คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐระบุว่า ปัจจุบันสหรัฐมีน้ำมันดิบในคลังสำรองประมาณ 415 ล้านบาร์เรล จากความจุสูงสุดที่ราว 700 ล้านบาร์เรล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...