HTC ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจภาคใต้หดตัว กวาดรายได้ 8,258 ล้านบาท รักษาส่วนแบ่งตลาดน้ำอัดลม 78.2%
HTC ชูกลยุทธ์บริหาร Margin ที่ 42.2% พร้อมเร่งเครื่องกลุ่ม Zero Sugar โต 3.6% สวนทางตลาดน้ำอัดลมภาพรวมที่ติดลบท่ามกลางภาวะกำลังซื้ออ่อนแอและการชะลอตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว-เกษตร เผยวิกฤตอุทกภัยปลายปีฉุดกำไรสุทธิลดลง 5.6% มุ่งเน้นการรักษาสภาพคล่องและการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า
4 มีนาคม 2569–บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ได้รับสิทธิผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือ “โคคา-โคล่า” ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รายงานผลประกอบการประจำปี 2568 โดยมีรายได้จากการขายรวม 8,258.4 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ที่เผชิญปัจจัยลบชะลอตัวในหลายมิติ
เจาะดัชนี NARTD ภาคใต้: กำลังซื้อชะลอตัวฉุดกลุ่มน้ำอัดลมหดตัว 2.3% รับแรงกดดันจากรายได้เกษตร-ท่องเที่ยว
จากการประเมินสภาวะเศรษฐกิจโดยธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าปี 2568 เป็นรอบปีที่ภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ของภาคใต้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งจากรายได้ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยวที่หดตัวลงพร้อมกัน ส่งผลโดยตรงต่อดัชนีการบริโภคภาคเอกชนและกำลังซื้อในพื้นที่
ข้อมูลจาก นีลเส็น (ประเทศไทย) ระบุว่าตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol Ready-to-Drink: NARTD) ในภาคใต้ปี 2568 มีอัตราการเติบโตเพียง 1% ซึ่งเป็นการเติบโตที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มน้ำดื่ม (+5.6%) ในขณะที่เซกเมนต์หลักอย่างน้ำอัดลม (Carbonated Soft Drinks) หดตัวลง 2.3% และน้ำผลไม้พร้อมดื่มหดตัว 3.0% สะท้อนถึงพฤติกรรมการจำกัดการใช้จ่ายของผู้บริโภคในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าจำเป็นพื้นฐาน
HTC รุกเซกเมนต์ Zero Sugar โตสวนกระแส 3.6% พร้อมรักษา GPM ที่ 42.2% ท่ามกลางภาระตั้งสำรองและงบส่งเสริมการขาย
แม้ตลาดน้ำอัดลมในภาพรวมจะอยู่ในภาวะถดถอย แต่ HTC สามารถบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์จนสร้างการเติบโตสวนกระแสตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม่มีน้ำตาล (Zero Sugar) ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 3.6% จากการรุกตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ โค้ก ไม่มีน้ำตาล กลิ่นวานิลลา และ ชเวปส์ ไชน์มัสแคทและพีช ไม่มีน้ำตาล
ในด้านการบริหารจัดการกำไร บริษัทฯ สามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้ที่ 42.2% ลดลงเพียงเล็กน้อยจากปีก่อน 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ผลกำไรสุทธิประจำปีอยู่ที่ 568.3 ล้านบาท ลดลง 5.6% โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจาก:
- การเพิ่มงบประมาณด้านรายการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ
- การตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าของเครื่องจักรและอุปกรณ์บางส่วน
- ผลกระทบจากวิกฤตอุทกภัยในพื้นที่ยุทธศาสตร์ช่วงปลายปี
ซีอีโอ "หาดทิพย์" กางแผนฟื้นฟูหลังวิกฤตอุทกภัย ชูความแข็งแกร่งเครือข่ายพันธมิตร-ระบบกระจายสินค้าฝ่าความผันผวน
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ทัศนะถึงความท้าทายในรอบปีที่ผ่านมาว่า:
“ปี 2568 เป็นปีที่บริษัทต้องพบกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่อ่อนแอของผู้บริโภคเกือบทั้งปี ทำให้ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยบริษัทต้องมุ่งเน้นการรักษาระดับรายได้ อัตรากำไร และส่วนแบ่งการตลาด… แม้เราจะแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องมาเจอกับวิกฤติอุทกภัยที่หาดใหญ่และอีกหลายพื้นที่ช่วงปลายปีซ้ำอีก”
ผู้บริหารยังได้เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจและความสัมพันธ์กับชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการฟื้นตัวทางธุรกิจ:
“ผมมั่นใจว่าการสร้างความเติบโตทางธุรกิจอย่างร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงข้างลูกค้าและชุมชนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจกลับมาเติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง เมื่อเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น เพราะนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอมาตลอดระยะเวลา 57 ปีที่เราทำธุรกิจนี้”
ครองแชมป์ Market Share 78.2% ผู้นำตลาดน้ำอัดลม 14 จังหวัดภาคใต้ที่ยากจะสั่นคลอน
ในเชิงสถิติ HTC ยังคงครองความเป็นเจ้าตลาด (Market Dominance) ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้อย่างเหนียวแน่น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดรวมในกลุ่ม NARTD ที่ 23.2% และที่น่าสนใจคือในเซกเมนต์น้ำอัดลม บริษัทฯ ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 78.2% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบกระจายสินค้า (Distribution Network) และความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับภูมิภาค
การดำเนินงานในปีถัดไป คาดการณ์ว่า HTC จะยังคงเน้นการบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิต (Operational Excellence) และการรักษาส่วนแบ่งการตลาดควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรอจังหวะการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของความต้องการบริโภคในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป