โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จำได้ไหม ครูชัยยศ คดีทุจริตอาหารกลางวัน ล่าสุดพ้นมลทินแล้ว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 04.38 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีของนายชัยยศ สุขต้อ อายุ 57 ปี อดีตครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีของนายชัยยศ สุขต้อ อายุ 57 ปี อดีตครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในฐานะผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากบทบาทของครูชัยยศในฐานะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการอาหารกลางวันนักเรียน โดยอดีตผู้บริหารสถานศึกษาชี้แจงว่า ได้มีการบริหารจัดการอาหารกลางวันจากงบประมาณของนักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา เพื่อให้ครอบคลุมนักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนักเรียนประจำ ครอบครัวมีฐานะยากจน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2566

อย่างไรก็ตาม ต่อมาในเดือนกันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่า ครูชัยยศไม่ได้กระทำความผิดตามที่ ป.ป.ช. กล่าวหา

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี อุทัย ขัติวงษ์ ซึ่งเป็นตัวแทนจากสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา (ส.พ.บ.ค.) และทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางคดีให้กับ ครูชัยยศ สุขต้อ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่า วันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 2569 ได้พา ครูชัยยศ สุขต้อ ไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เพื่อขอให้ศาลฯ ออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด กรณีที่ศาลฯ ได้มีคำพิพากษายกฟ้องครูชัยยศ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2568 ตามที่พนักงานอัยการ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องครูชัยยศ ตามที่ ปปช. ได้ชี้มูลความผิดในคดีอาญา เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) โดยถูกกล่าวหาว่าร่วมกันทุจริตโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน

ภาพจากเฟซบุ๊ก อุทัย ขัติวงษ์

ซึ่งต่อมาโจทก์ได้ขอขยายเวลาในการอุทธรณ์ 3 ครั้ง จนถึงวันที่ 23 ก.พ. 2569 ศาลฯ ไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นขยายเวลาอุทธรณ์ต่อไป เป็นอันว่าโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวแล้ว ในส่วนของครูซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 จึงทำให้คดีถึงที่สุด ครูจึงพ้นมลทินในคดีอาญาตามข้อกล่าวหาที่ ปปช. ได้ชี้มูลความผิด จากนั้น ได้พาครูไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อขอยื่นเอกสารเพิ่มเติม คือ หนังสือรับรองคดีถึงที่สุดของศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อศาลปกครองฯ จะได้ใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาในสำนวนคดี เพื่อมีคำพิพากษาตามที่ศาลฯ จะเห็นสมควรแก่การยุติธรรมต่อไป ซึ่งคงต้องรอระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง

ส่วนผลคำพิพากษาของศาลปกครองฯ จะออกมาเช่นไร คงขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ศาลพิจารณาและดุลยพินิจของศาลฯ ว่าจะเห็นเป็นประการใด จึงอยากฝากเรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้บริหารและครูที่อยู่ในราชการปัจจุบัน ว่าการดำเนินการใด ๆ ควรดำเนินการด้วยความตรงไปตรงมา ยึดระเบียบแบบแผนของทางราชการเป็นที่ตั้ง จะได้ไม่เกิดปัญหาและความยุ่งยากในภายหลัง

ภาพจากเฟซบุ๊ก อุทัย ขัติวงษ์

ในการดำเนินการต่าง ๆ ในโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษามีส่วนสำคัญที่สุดในการนำพาครู-นักเรียน เพื่อร่วมกันจัดการศึกษาให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนสูงสุด ผู้บริหารโรงเรียนจึงต้องมีความรอบรู้ ทั้งด้านการบริหารวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป และเป็นผู้นำที่ดีในโรงเรียน เพราะลำพังครูผู้สอนที่ต้องรับผิดชอบการสอน งานดูแลนักเรียน ก็เป็นภาระที่หนักอยู่แล้ว การที่จะให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องงานการเงิน-พัสดุ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะไม่ใช่หน้าที่หลักของครู

ภาพจากเฟซบุ๊ก อุทัย ขัติวงษ์

ดังนั้น ผู้บริหารโรงเรียนจึงต้องบริหารจัดการในโรงเรียนด้วยหลักนิติธรรมและคุณธรรม จึงจะนำพาครูและนักเรียนไปสู่จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องการกลับเข้ารับราชการของครูนั้น คงเป็นเรื่องของอนาคต และคงต้องใช้เวลา เพราะครูจะเหลือเวลาอีก 8 เดือน ก็จะอายุ 60 ปีแล้ว และคงขึ้นอยู่กับคำพิพากษาของศาลปกครองเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งจะต้องติดตามต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...