โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทนายแจง “เบน สมิธ” ไม่ใช่สแกมเมอร์ ที่หนีเพราะไม่มั่นใจระบบยุติธรรม

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(3 มี.ค. 69) จากกรณีตำรวจสอบสวนกลาง ออกหมายจับ “เบน สมิธ” และภรรยา ในคดีฉ้อโกงนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติหลายโครงการ สูญเงินกว่าพันล้านบาท และขยายผลตรวจค้น 6 จุด พื้นที่ภาคกลาง อายัดพยานหลักฐาน 13 รายการ นับหมื่นล้านบาท

.

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของเบน สมิธ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้ โดยระบุว่า ข้อหาในหมายจับแท้จริงแล้วเป็นเพียงคดีที่มีความพิพาททางแพ่ง เป็นความผิดพลาดในการซื้อขายหุ้นบริษัทเท่านั้น ไม่ได้เป็น “บิ๊กสแกมเมอร์” ระดับแมมมอส ตามที่นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน โพสต์กล่าวหา และมองว่ามีความพยายามปั่นกระแสเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นในคดีที่ลูกความตนฟ้องหมิ่นประมาทนายรังสิมันต์อยู่ และอดคิดไม่ได้ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่

.

ขณะเดียวกัน ทนายวิฑูรย์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติที่คดีมีมูลค่าความเสียหาย 991 ล้านบาท แต่กลับมีการยึดทรัพย์ไปกว่าหมื่นล้านบาท ไม่ได้สัดส่วนกับความเสียหาย

.

ทนายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่ากังวลของคดีนี้คือมีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงจากเรื่องซื้อหุ้นปกติให้กลายเป็นคดีอาญา ซึ่งรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมดเพราะต้องนําไปใช้ต่อสู้ทางคดี แต่คดีของบริษัทลาวที่แจ้งกับทาง CIB มีข้อพิรุธหลักๆ 3 ประการ 1.ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้แจ้งความว่าเป็นบริษัทอะไร 2.ในเนื้อคดีมีการแจ้งความตั้งแต่ปี 67 ปรากฏว่าล่วงแรกหนังสือมอบอํานาจจากประเทศลาวไม่มีการรับรองรายมือชื่อจนเวลาผ่านมาถึง 9 ก.พ. มีตํารวจท่านหนึ่งใน CIB ติดต่อไปทางผู้เสียหายในลาวหรือบริษัทในลาวบอกให้ไปแจ้งความใหม่และทําหนังสือมอบอํานาจอีกรอบหนึ่งและมาแจ้งความเมื่อ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา และวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมามีการตัดหมายเลขคดีอาญาและวันที่ 26 ก.พ. มีการออกหมายจับ น่าแปลกใจที่ระยะเวลาคดีรวดเร็วมากน่าต้องใจพอสมควร จึงอยากให้ทําคดีรวดเร็วกับทุกๆคดีให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

.

ข้อพิรุธสุดท้ายคือมีการพูดว่าถูกโกงเมื่อปี 65 และมาแจ้งความปี 67 ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงปกติในคดีอาญาส่วนตัว ระยะเวลาในการร้องทุกข์เพียง 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบ ซึ่งอายุความร้องทุกข์ขาดมาปีกว่าแต่ CIB กลับรับแจ้งความเป็นสิ่งที่น่าตกใจมากซึ่ง CIB อาจบอกว่าเป็นคดีฉ้อโกงเป็นปกติธุระ แต่อยากฝากถึงสังคมว่าคดีฉ้อโกงเป็นปกติธุระ คนแรกที่โดนคือ “ทนายตั้ม” และศาลแพ่งมีคําสั่งคืนทรัพย์สินให้ทนายตั้มแล้ว ซึ่งคุณเบน สมิธ เป็นคนที่ 2 ที่โดน จึงมองว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติและมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่

.

ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่าเหตุใดคุณเบน สมิธ ไม่เคยไปชี้แจง ทนายวิฑูรย์ โชว์เอกสารยืนยันว่า คุณเบน สมิธ ได้มีการชี้แจงต่อตํารวจ CIB เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2567 มีการลงรับเรียบร้อยแต่ก็มีการออกหมายจับทีหลังและที่น่าสนใจคือยึดทรัพย์ไปก่อนและคดีอาญาตามมาทีหลังซึ่งไม่มีใครเขาทํากันเพราะปกติต้องคดีอาญามาก่อนและคดีฟอกเงินตามมา

.

ทนายวิฑูรย์ บอกอีกว่า ตอนนี้นายเบน สมิธยังไม่มีการแจ้งเรื่องการจะกลับมาสู้คดี เพราะยอมรับว่าในประเทศไทยเรื่องการประกันตัวเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะคดีที่อยู่ในความสนใจ ส่วนตัวมองว่า ถ้าเบน สมิธ กลับมาต่อสู้คดีก็ควรจะให้สิทธิประกันตัวที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่เช่นนั้นคงต้องชั่งน้ำหนักว่าการกลับของนายเบน สมิธจะคุ้มที่จะเสี่ยงหรือไม่ อีกทั้งคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองสูงมากและเมื่อเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงรวมถึงเป็นบุคคลที่สังคมจับตามอง ส่วนมากศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัว

.

ส่วนหลักฐานในการต่อสู้คดี ทนายความบอกว่า ที่ผ่านมาเอกสารหลักฐานที่ยื่นให้ตำรวจสอบสวนกลางค่อนข้างชัดและครบถ้วน หลังจากนี้จะยื่นอะไรเพิ่มหรือไม่จะต้องหารืออีกครั้ง

.

เมื่อถามว่า นาย เบน สมิธ เคยคิดหรือไม่ว่าจะถูกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทนายวิฑูรย์ตอบว่า นักธุรกิจใหญ่ในประเทศไทยก็รู้จักนักการเมืองทั้งนั้น วันหนึ่งบุคคลเหล่านั้นอาจจะถูกโยงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ที่เป็นเครื่องมือทางการเมืองก็เป็นได้

.

ส่วนตอนนี้เบนสมิธอยู่ที่ประเทศใด ทนายวิฑูรย์ตอบว่า “ขอไม่บอก”

.

(ภาพ: Kongpob Jamsri / Thai News Pix)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...