โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะปมร้อน! ‘ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล’

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ม.ค. เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. เวลา 03.38 น. • The Bangkok Insight

เจาะปมร้อน! ‘ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล’ กับประเด็นที่กำลังถูกจับตาบนโลกออนไลน์

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์โซเชียลร้อนระอุ สำหรับ ทนายแก้ว-มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทนายความชื่อดังที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ซึ่งมักจะออกมาให้ความรู้และไขข้อข้องใจทางกฎหมายให้กับประชาชน แต่ในวันนี้กลับต้องมาเผชิญกับกระแสต่าง ๆ มากมาย

ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล

เจาะปมร้อน! ‘ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล’

จากข่าวสะเทือนวงการทนายความ เมื่อเพจ ท่านเปา มีการเปิดเผยเรื่องราวข่าวลือเกี่ยวกับทนายความชื่อดัง ก่อนที่จะมีการ์แชร์ต่อกันบนโลกออนไลน์ไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีการโยงไปต่าง ๆ นา ๆ จนกระทั่งในวันที่ 21 ม.ค. ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหว โพสต์เฟซบุ๊ก ทนายแก้ว ว่า

“ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าวและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับตัวผม ในช่วงที่ผ่านมา ผมขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงเพื่อแสดงจุดยืนของผมในเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

ประการแรก ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขออภัยต่อทุกฝ่าย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์และกระแสข่าวดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่สมรส บุตร ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่ติดตาม ที่ให้ความเชื่อมั่น และให้กำลังใจผมมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบทางจิตใจต่อหลายฝ่าย ซึ่งผมรับรู้และตระหนักถึงความรู้สึกเหล่านั้นเป็นอย่างดี

ผมขอเรียนว่า ยังไม่ประสงค์จะให้รายละเอียดหรือแสดงความเห็นใด ๆ ต่อข้อกล่าวหาที่ปรากฏในสื่อ เนื่องจากการสื่อสารหรือการโต้แย้งผ่านพื้นที่สาธารณะในขณะนี้ อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนและบานปลาย รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณี ซึ่งผมเห็นว่าควรได้รับการปฏิบัติด้วยความระมัดระวังและเคารพตามสมควร

ผมขอยืนยันว่า หากมีความจำเป็นต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงใด ๆ ผมจะดำเนินการชี้แจงผ่านกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส โดยคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ

ผมขอความกรุณาสื่อมวลชนและสาธารณชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร และขอความร่วมมือในการเคารพต่อกระบวนการดังกล่าว เพื่อไม่ให้การนำเสนอหรือการแสดงความคิดเห็นส่งผลกระทบเกินสมควรต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

ท้ายสุดนี้ ผมขอขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านที่กรุณาให้ความเข้าใจ และขอให้การพิจารณาข้อเท็จจริงต่าง ๆ เป็นไปตามครรลองของความถูกต้องและเป็นธรรม”

ต่อมา 22 ม.ค. 2569 นายอรรณพ บุญสว่าง หรือ ทนายเป้ง ให้สัมภาษณ์ในฐานะทนายความของผู้เสียหาย กรณี ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือทนายแก้ว มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเด็กสาว อายุ 18 ปี

ทนายเป้ง กล่าวว่า ตามข้อหมายแล้ว การล่วงละเมิดกันกับบุคคลที่อายุเกินกว่า 18 ปี เป็นคดียอมความได้ถ้าอยู่ในที่ลับ แต่เรื่องนี้กล่าวหากันว่ากระทำในที่ต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งยอมความไม่ได้ อย่างไรก็เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบให้ละเอียด ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ได้ยินยอม มีการปัดป้องตามสมควรสถานการณ์เป็นอย่างไรนั้น ตนมองว่าพี่แก้วควรเป็นพยานปากหนึ่งที่ให้ข้อมูลด้วยเหมือนกัน

มีการสัมผัสตัวกัน ซึ่งมีบางข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันอยู่ แต่อย่างไรก็เป็นการแตะต้องตัวกันในเชิงชู้สาวอยู่แล้ว อยู่ที่เจตนาว่าเกิดจากยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือไม่ หรืออีกฝ่ายเข้าใจว่าทำได้ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่แก้วด้วย เพราะเขายังไม่ได้ออกมาพูดว่า อากัปกิริยาของผู้เสียหายเป็นอย่างไร

ส่วนเรื่องยินยอมหรือไม่ยินยอม ในรายละเอียดขอสงวนไปพูดในสำนวนการสอบสวน ส่วนสถานที่เกิดเหตุ มีการอ้างว่าเกิดขึ้นบนรถ ลานจอดรถ มีการถ่ายรูป และในร้านมีการโอบกัน การสัมผัสมีการเป็นไปได้ว่ายอมหรือไม่ยอม ยอมแค่ไหน ภาษากายทำไมถึงเลยเถิด ต้องขอสงวนไว้

เหตุเกิดขึ้นวันที่ 12 ก.ย. 2568 ครั้งเดียว พี่แก้วมาตัดสูทที่ร้าน พ่ออยากให้น้องมาถ่ายคลิปโปรโมต หลังจากนั้นได้มีการแลกคอนแทกต์กัน เนื่องจากต้องตัดคลิป แล้วก็มีการแอบพูดคุยไม่ให้พ่อรู้ และได้นัดหมายให้พบเจอกันหลังจากนั้น 4 วัน ก็เอ๊ะในใจว่า 4 วัน มีการสานความสัมพันธ์จนคิดว่าแตะเนื้อต้องตัวกันได้แล้วหรือ เหมาะสมไหม ก็เป็นคำถามที่เอ๊ะอยู่

ผู้เสียหายยืนยันว่าไม่โอเค ผู้เสียหายยืนยันว่าเขาปัดป้องตามสมควรและตกใจ กังวลว่าเล่าไปแล้วใครจะเชื่อ เพราะพี่เขาเป็นคนมีชื่อเสียง เป็นความกลัวและกังวล ทำให้เพิ่งมาเปิดตอนผ่านมาหลายเดือน

ส่วนเรื่องเงิน ต้องถามว่าใครเรียกหรือใครเสนอกันแน่ ยอมรับว่ามีการพูดจากันเรื่องเงิน “ให้ไปถามพี่แก้วเถอะครับ ว่าเขาเรียกร้องพี่ หรือพี่เป็นฝ่ายเสนอ แล้วใครเป็นคนกลาง” หลังจากพ่อของผู้เสียหายโทรไปต่อว่า พี่แก้วก็ติดต่อพ่อไม่ได้ ทำให้มีคนมากมายโทรมาขอร้องให้พูดคุยกัน เพื่อขอโทษชดใช้เยียวยา พอฝากให้คนนู้นคนนี้มาพูด ทำให้เกิดปัญหาว่า ทำไมฝ่ายหนึ่งบอกว่าถูกเรียกร้อง อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าเขามาเสนอจะให้ ความชัดเจนต้องรอการยืนยันจากคู่กรณี

มีการพูดผ่านคนกลางหลายคน ซึ่งจริง ๆ เท่าที่พูดคุยกับพ่อผู้เสียหาย เขาไม่ได้สนใจเรื่องเงิน เขายังโกรธแค้นในเรื่องที่ทำกับลูกสาวของเขา เพราะคุณคือทนายของเขา เขาไว้ใจ

เราแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ขอให้เอาพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนการสอบสวนก่อน เพราะมีบุคคลรายหนึ่งโทรมาขอกับพ่อผู้เสียหายให้ยุติเรื่องนี้ ให้ประนีประนอม ทำให้พ่อผู้เสียหายกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กลัวมีการแทรกแซงสำนวนการสอบสวน ตนจึงได้พาไปแจ้งความเงียบ ๆ

ตนขอร้องว่า อย่างไรเขายังเป็นเยาวชน ยังอายุ 18 ปี จะมีความผิดพลาด หรือเกิดอะไรขึ้นเพราะเหตุใด ขอความสุภาพให้เยาวชนสักหน่อย แต่เราก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่ามีการพูดคุยกันอย่างที่เห็นในแชต มีทั้งการพูดเรื่องงานและส่วนตัว ต้องถามว่าใครเริ่มคุยเรื่องส่วนตัว ภาษาจะบอกอยู่ว่าใครคุยเชิงไหน

เราเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อนเป็นข่าว แจ้งความตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา พ่อทราบเรื่องเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา มีการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบทุกอย่างก่อนแจ้งความและออกสื่อ

ซึ่งในวันที่ 23 ม.ค. 2569 ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่โรงแรมเมธาวลัยเรสซิเดนซ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมไล่ไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้น ว่า กราบขอโทษ และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอโทษครอบครัวผม ครอบครัวน้อง คนใกล้ชิด รวมทั้งคนที่เป็นกำลังใจให้กับผม อยากเล่าข้อเท็จจริงในมุมผม เริ่มวันที่ 26 ธ.ค. พี่หนุ่มโทรมา บอกว่าได้รับรู้เรื่องนี้จากเบนซ์ อาปาเช่ ซึ่งเบนรู้จากพ่อน้องเขา ว่า ในวันที่ 12 ก.ย. ได้ไปจับหน้าอก ล้วงเขาระหว่างขับรถจากห้างไปยังร้านอาหารหรือเปล่า ซึ่งยืนยันว่า ไม่ได้ทำครับ

ยอมรับขับรถไปด้วยกันจริง ๆ ระหว่างทางก็ได้นั่งคุยกัน แต่ไม่ได้ทำแบบที่เขาพูด เมื่อไปถึงก็ไปทานข้าวที่ร้านอาหารกันจริงตามปกติ มีการถ่ายรูปคู่ คุยกระเซ้าเย้าแหย่กัน และยอมรับว่ามีการป้อนอาหารน้องเขาในร้านอาหาร พอทานเสร็จก็ออกไปเข้าห้องน้ำด้านนอก และเดินกลับมา ระหว่างนั้นน้องก็นั่งอยู่เหมือนเดิม ถ้าล้วงจริง น้องคงไม่เดินเข้ามานั่งกินข้าว รวมทั้งตอนออกไปเข้าห้องน้ำ ถ้ามันเกิดเหตุจริง น้องเขาสามารถเดินออกไปได้เลย ถ้าผมทำแบบนั้น คงไม่มานั่งถ่ายรูป นั่งกินข้าว และนั่งคุย รวมทั้งรอนั่งรถกลับไปด้วยกัน

และหลังกลับมาที่รถ ยอมรับไม่รู้ว่ามีผีห่าซาตานตัวไหนมันเข้าสิงผมจริง ๆ ยอมรับว่ามีการกอด หอม และจูบน้องเขาจริง ๆ ก่อนขับรถออกไป มุ่งหน้าไปห้างแห่งหนึ่งและไปแยกกันที่นั่น ซึ่งมีการกอด หอม และจูบกันจริง ๆ สิ่งนี้ผมยอมรับ และเสียใจที่กระทำลงไป ที่ทำตัวรุ่มร่าม คิดน้อย ผมผิดหวังกับตัวเองที่ไปทำแบบนั้น จะด้วยอะไรก็ตาม

เมื่อถามว่าแล้วไปขอโทษน้องเขาทำไม ยอมรับว่าข้อความบางข้อความ ที่บอกว่าผมไปหลอกเด็ก ผมเป็นคนไม่ได้ไปหลอกเด็กอย่างนั้น ผมก็เลยแสดงความจริงใจไปว่าผมขอโทษ ยอมรับส่งข้อความขอโทษจริง ๆ แต่ในข้อความที่น้องเขาส่งมาให้ผม มันไม่มีคำที่น้องกล่าวอ้างเลยว่า ทำไมพี่แก้วต้องจับ หรือทำไมต้องทำแบบนี้กับหนู หลังจากนั้นก็ยังมีการพูดคุยเรื่องการตัดคลิปอยู่ จนกระทั่งน้องเขาบอกว่ามีการขอโทษเป็นเงินในประโยคสุดท้าย มันเป็นคำน่ากลัว ทำให้ผมรู้สึกว่าผมขอโทษด้วยความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีก จนกระทั่ง 26 ธ.ค.ที่พี่หนุ่มรับรู้ แล้วมาเล่าให้ผมฟัง พอรู้เรื่องในวันนั้นผมได้มีการโทรไปคุยกับพ่อน้อง ยอมรับโดยสดุดีว่า คิดน้อย ผมเสียใจ ยอมรับว่าผมทำตัวรุ่มร่าม ซึ่งพ่อก็บอกว่าเดี๋ยวนัดเจอน้องเขาให้ผมขอโทษ

แต่ที่ผมแปลกใจคือพ่อน้องเขาส่งเรื่องไปคุยกับหลายคน ผมชวนให้คิดว่า ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ เป็นผมคงจะไปแจ้งความ เพราะผมก็เป็นมนุษย์พ่อมีลูกสาว แต่เขายังไม่มีการไปแจ้งความ ก่อนเขาจะติดต่อมาหาผม แน่นอนด้วยความกระวนกระวาย ผมก็พูดไปว่าจะให้ผมทำอะไรก็ตาม และก็เลยไปอ้างชื่อพี่หนุ่ม กรรชัย ยกมือกราบขอโทษพี่หนุ่มที่ผมไปอ้าง ด้วยความที่อยากให้เรื่องคลี่คลาย ผมพูดจริง ๆ ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่พูด

จากนั้นในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุลได้ไปยื่นหนังสือ ต่อสภาทนายความ เพื่อลาออกจากตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความ เนื่องจากต้องการแสดงสปิริตของตัวเอง แสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในขณะเดียวกัน นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของฝ่ายหญิงสาววัย 18 ปีโพสต์เฟซบุ๊กหลัง "ทนายแก้ว" มีการแถลงข่าว โดยระบุว่า "พี่แก้วครับ ผมขอชื่นชมต่อการขอโทษ และการแสดงออกของพี่แก้วครับ ด้วยความเคารพต่อข้อเท็จจริงของพี่แก้วด้วย และเคารพต่อข้อเท็จจริงของผู้เสียหายด้วย เราเป็นนักกฎหมาย ขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และแพ่ง จะตรวจสอบให้ความจริงปรากฎ ผมเองก็จะทำงานตามจริยธรรม และรักษามรรยาทครับ หน้าที่ก็ว่ากันไปครับขอเป็นกำลังใจให้พี่แก้วครับ ทนายเป้ง"

และต่อมา ข่าวช่อง 3 ได้มีการเปิดเผยว่า พ่อของผู้เสียหาย เปิดใจกับข่าวสด ภายหลังจาก ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว แถลงชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดหญิงสาวรายหนึ่ง อายุ 18 ปี

คุณพ่อผู้เสียหาย ชี้แจงหลังจากที่ ทนายแก้ว แถลงเปิดใจ ยอมรับว่าตนไม่ได้ดูการแถลงข่าว เนื่องจากว่าอยู่ต่างประเทศ ในช่วงของการสัมภาษณ์ทนายแก้ว ได้ตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่ไปแจ้งความตั้งแต่แรกนั้น ยอมรับว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยมีคดีความมาก่อน

และเรื่องผ่านไป 2-3 วัน ก็มีบุคคลโทรมาหาตน ซึ่งตนก็รู้สึกกลัวและเครียดมาก พร้อมกับจะต้องตั้งหลักและพูดคุยกับลูกสาวก่อน ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็รู้สึกเป็นห่วงและก็โกรธลูกสาวมาก ที่ทำไมถึงไม่ยอมบอกกันตั้งแต่แรก

ส่วนเรื่องจำนวนเงิน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้นั้น จุดประสงค์ของตนไม่เคยต้องการเรื่องเงินเลย แต่การที่เขาจะเสนอเงินมาให้ แปลว่าคุณก็มีความผิด แต่ถ้าหากการสัมภาษณ์ออกมายืนยันว่าไม่ถึงขั้นล้วง ก็ให้เป็นเรื่องของการสอบสวน ตนไม่ขอก้าวล่วง และไม่อยากรู้เรื่องรายละเอียดมากนักเพราะว่ามันกระทบต่อสภาพจิตใจ

ส่วนที่ทางทนายแก้วอ้างว่า ตนเล่นสงครามประสาทนั้น ต้องบอกว่าก่อนที่จะเกิดเรื่อง เวลาตนโพสต์อะไรในเฟซบุ๊กก็ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ตนก็โพสต์ด้วยความรู้สึกโกรธเล็กน้อย และเกิดการตั้งคำถามว่า ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน

เราเป็นเพียงแค่คนธรรมดา เราไม่อยากยอม มันเสียความรู้สึกตรงที่ว่า ถ้าหากเป็นคนอื่น จะทำยังไง ตนไม่รู้เลยว่าการทำของตนจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกลัว แปลว่าอีกฝ่ายก็คงเข้ามาดูความเคลื่อนไหวของตนอยู่เหมือนกัน

เนื่องจากว่าที่ผ่านมา ตนเป็นแฟนคลับแล้วก็ติดตามเขามาตลอด แต่ตนไม่ทราบเลยว่า ทนายแก้ว ก็มาติดตามความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลของตนเหมือนกัน

ทั้งนี้ สำหรับสภาพจิตใจของลูกสาวตอนนี้ก็ถือว่าย่ำแย่มาก และสภาพจิตใจของครอบครัวก็ไม่ต่างกัน ตนก็อยากจะกลับไปหาลูกสาวให้เร็ว แต่ว่าไม่มีไฟลต์ที่จะบินกลับ พร้อมกับบอกลูกสาวเสมอว่า เราจะจับมือสู้ไปด้วยกัน อย่ายอมแพ้เราคือผู้เสียหายเราออกมาปกป้องตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทั้งหมดข้างต้นยังคงอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม และเป็นการนำเสนอข้อมูลรอบด้านตามกระแสสังคมที่เกิดขึ้นเท่านั้น โดยปัจจุบันยังไม่มีคำตัดสินหรือบทสรุปที่แน่ชัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพภายใต้กรอบของกฎหมาย

ขอบคุณที่มาข้อมูล : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว , ข่าวช่อง 3 , ทนายแก้ว

ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล
ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล
ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...