หมอเปรม จี้สอบคริปโท-USDT ตัวการเงินบาทแข็ง หวั่นเป็นช่องฟอกเงินสแกมเมอร์
หมอเปรม จี้สอบคริปโท-USDT ตัวการเงินบาทแข็ง ระบบการเงินไทยเสี่ยงพังเงียบ ซัดธปท.ไร้ข้อมูลคริปโท แต่ ก.ล.ต.พบซื้อขายทะลุแสนล้านต่อเดือน หวั่นเป็นช่องฟอกเงินของสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นญัตติต่อนายกำพล สุภาแพ่ง สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เพื่อให้กมธ.ฯ พิจารณาประเด็นค่าเงินบาทแข็งผิดปกติ ซึ่งนายกำพล เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทางกมธ.ฯจึงเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ทั้งแห่งประเทศไทย(ธปท.) สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จํากัด มาชี้แจง และเชิญตนเข้าไปร่วมประชุมด้วยในฐานะผู้เสนอญัตติฯ
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สืบเนืองจากมีนักวิชาการในตลาดทุนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดธปท.ไม่มีข้อมูลการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ แต่ก.ล.ต. กลับมีข้อมูลว่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศมีมูลค่าสูงเฉลี่ยเดือนละกว่าหนึ่งแสนล้านบาท โดยรูปแบบการซื้อขายไม่ได้เป็นไปตามพฤติกรรมการเก็งกําไรปกติ เหรียญที่มีความผันผวนสูงอย่าง Bitcoin กลับมีสัดส่วนการซื้อขายเป็นอันดับสอง ไม่ถึงร้อยละ20 ต่อวัน ขณะที่เหรียญ USDT ซึ่งเป็น Stablecoin ที่เคลื่อนไหวใกล้เคียงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด และข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ ก.ล.ต.ประจำเดือนพ.ย.68 ระบุว่า USDT มีสัดส่วนการซื้อขายสูงถึงร้อยละ 52 ขณะที่ Bitcoin อยู่เพียงร้อยละ19 เท่านั้น สอดคล้องกับความเชื่อในแวดวงตลาดทุนว่า กระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยอาจถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงินของกลุ่มสแกมเมอร์ บ่อนพนันออนไลน์ และธุรกิจสีเทา โดยนําเงินผิดกฎหมายมาแปลงเป็น USDTซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่าเงินดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นจึงแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทและโอนออกนอกประเทศได้โดยสะดวก
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระบวนการดังกล่าวทําให้มีเงินทุนจํานวนมหาศาลไหลเข้าสู่ระบบอัตราแลกเปลี่ยนของไทย ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าผิดปกติ โดยแหล่งที่มาของเงินไม่ชัดเจน มีการเรียกร้องให้ ธปท. เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวและจัดทําระบบการรายงานเงินเข้า – ออกในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจนและรัดกุมตามมาตรฐานที่ธนาคารกลางในหลายประเทศใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้เสถียรภาพทางการเงินของประเทศถูกบ่อนทําลาย
“ผลกระทบของเงินบาทแข็งไม่ได้จํากัดอยู่เพียงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน แต่ทําให้ต้นทุนของประเทศไทยแพงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และญีปุ่น ส่งผลให้ภาคส่งออก การเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฐานลําคัญของเศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันซ้ำเติม ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงขอเสนอญัตติเพื่อให้ กมธ.ฯพิจารณาประเด็นค่าเงินบาทแข็งผิดปกติ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง”นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเปรม จี้สอบคริปโท-USDT ตัวการเงินบาทแข็ง หวั่นเป็นช่องฟอกเงินสแกมเมอร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th