“ทรัมป์” ย้ำยังไม่ปลด “พาวเวล” แม้สอบสวนเฟด เล็งตั้งคนใหม่คุมดอกเบี้ย
"ทรัมป์" ย้ำยังไม่ปลด "พาวเวล" แม้สอบสวนเฟด แต่ส่งสัญญาณชัดเจนเตรียมเสนอชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 09.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยืนยันเมื่อวันพุธว่า เขาไม่มีแผนปลดเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกจากตำแหน่ง แม้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐจะเปิดการสอบสวนโครงการปรับปรุงอาคารของเฟดก็ตาม
ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เมื่อวันพุธว่า“ผมไม่มีแผนจะทำแบบนั้น” อย่างไรก็ดี ทรัมป์ระบุว่าเขายังไม่ได้ข้อสรุปว่าการสอบสวนดังกล่าวจะเป็นเหตุผลเพียงพอในการปลดประธานเฟดหรือไม่ โดยกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้
“ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงรอดูสถานการณ์กับเขา และเราจะพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ผมยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้” ทรัมป์กล่าว
ตามกฎหมายของสหรัฐ กรรมการธนาคารกลางสามารถถูกปลดออกจากตำแหน่งได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุอันสมควรเท่านั้น ไม่ใช่จากความเห็นที่แตกต่างด้านนโยบายการเงิน ทรัมป์ยังแสดงท่าทีไม่ใส่ใจกับเสียงวิจารณ์จากสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน ที่แสดงความกังวลว่าการสอบสวนดังกล่าวอาจเป็นความพยายามกดดันเฟด ในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะเดินหน้าแผนเสนอชื่อผู้ที่จะมาแทนพาวเวลภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้จะเผชิญแรงต่อต้านจากวุฒิสมาชิก Thom Tillis จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาและกำลังจะเกษียณ โดยทิลลิสขู่ว่าจะขัดขวางการพิจารณารับรองผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่เฟด จนกว่าการสอบสวนจะยุติลง
ในการให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมผู้สมัครที่เคยถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้ 2 ราย ได้แก่ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจระดับสูงของทำเนียบขาว Kevin Hassett และอดีตกรรมการเฟด Kevin Warsh
ด้านพาวเวลเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ออกหมายเรียกของคณะลูกขุนใหญ่ (grand jury subpoenas) ต่อเฟด ในกรอบการสอบสวนโครงการปรับปรุงอาคาร และคำให้การของเขาต่อรัฐสภาในประเด็นดังกล่าว
การสอบสวนครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับแรงกดดันของรัฐบาลทรัมป์ต่อเฟดอย่างมีนัยสำคัญ และก่อให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ โดยทรัมป์เคยหลายครั้งแสดงท่าทีว่าจะพิจารณาปลดพาวเวลล์ก่อนที่วาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม 2569 และขณะนี้กำลังชั่งน้ำหนักว่าใครควรได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง
พาวเวลระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า การสอบสวนโครงการปรับปรุงอาคารเป็นเพียงข้ออ้างสำหรับการกดดันในวงกว้างเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ย
“นี่คือคำถามว่าเฟด จะยังสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยยึดหลักฐานและสภาวะเศรษฐกิจได้ต่อไปหรือไม่ หรือว่านโยบายการเงินจะถูกชี้นำด้วยแรงกดดันหรือการข่มขู่ทางการเมืองแทน”
อ้างอิง : www.bloomberg.com