โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ถอดดีเอ็นเอของคนไทยภาคใต้ พบรหัสพันธุกรรมเชื่อมโยง “อินเดีย” อย่างเข้มข้น

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ละครโนรา ถ่ายเมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และเสด็จตรวจตราหัวเมืองปักษ์ใต้ พ.ศ. 2449 (ภาพจาก หนังสือ ฟิล์มกระจกจดหมายเหตุ : หนึ่งพันภาพประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ เล่ม ๓)

เราพอจะทราบแล้วว่า ดีเอ็นเอของคนไทยภาคกลางเชื่อมโยงกับกลุ่มไท-กะได อินเดีย มอญ และเขมร (อ่าน คลิก) แล้วดีเอ็นเอของคนไทยภาคใต้เหมือนหรือต่างจากคนไทยภาคอื่น ๆ มากน้อยแค่ไหน?

รศ ดร. วิภู กุตะนันท์ อธิบายไว้ในหนังสือ ดีเอ็นเอไม่ไทย บรรพชนไทยไม่แท้(มติชน : 2567) ว่า ประชากรในภาคใต้ของไทยประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลักประมาณ 4 กลุ่ม คือ 1. ชาวไทยภาคใต้ที่พูดภาษาปักษ์ใต้ (ตระกูลภาษาไท-กะได) 2. ชาวมานิที่พูดภาษาออสโตรเอเชียติก 3. ชาวไทยมาเลย์ หรือชาวมลายู และ 4. กลุ่มชาวเลที่พูดภาษาตระกูลออสโตรนีเชียน ได้แก่ ภาษามลายูสตูล มลายูปัตตานี มอแกน มอแกลน อูรักลาโว้ย และจาม

ชาวมลายูส่วนใหญ่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในอดีตแถบนี้คือรัฐปัตตานี ที่พัฒนามาจากอาณาจักร “ลังกาสุกะ”(พุทธศตวรรษที่ 7-11) อาณาจักรมลายูแห่งแรกบนคาบสมุทรมลายู ซึ่งมีหลักฐานทางโบราณคดีว่ารับวัฒนธรรมอินเดียมาใช้

ต่อมา อาณาจักรตามพรลิงค์ทางเหนือเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา และเปลี่ยนชื่อเป็นอาณาจักรนครศรีธรรมราช ราวพุทธศตวรรษที่ 19 นครศรีธรรมราชก็มีอำนาจเหนือลังกาสุกะ และความสัมพันธ์กับสุโขทัยตลอดจนอยุธยา ปัตตานี (ลังกาสุกะ) จึงอยู่ใต้อิทธิพลของรัฐทางเหนือตามไปด้วย ขณะเดียวกันก็รับอิทธิพลจากอาณาจักรทางใต้อย่างมัชปาหิตที่มีศูนย์กลางบนเกาะชวา

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของศูนย์กลางอำนาจที่ห่างไกลก็ทำให้ปัตตานีมีอิสระในการปกครองตนเอง รายา หรือกษัตริย์ปัตตานีจึงเข้าอิสลามราว พ.ศ. 2043 ตรงกับสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา แต่การติดต่อสัมพันธ์กับดินแดนตอนในยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

อ. วิภู เผยว่า จากผลการศึกษาดีเอ็นเอของคนไทยภาคใต้ โดยศึกษาจากประชากรในพื้นที่ 3 จังหวัด เบื้องต้นพบว่า ดีเอ็นเอชาวไทยมุสลิมใกล้ชิดกับชาวมลายูมากกว่าชาวไทยพุทธ (ซึ่งเชื่อมโยงกับชาวไทยภาคกลาง และภาคอีสาน) คือประมาณร้อยละ 30 ส่วนชาวไทยพุทธเพียงร้อยละ 3

นอกจากนี้ ยังพบว่า คนไทยภาคใต้ที่พูดภาษาไท-กะได จากจังหวัดภูเก็ต และนครศรีธรรมราช และคนมลายูที่พูดภาษาออสโตรนีเชียน จาก 3 จังหวัด ทั้ง 2 กลุ่มมีดีเอ็นเอฝ่ายหญิงเหมือนกัน คือคล้ายคลึงกับคนไทยภาคกลาง ชาวมอญ และอีกหลายกลุ่มประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะจากหมู่เกาะ ซึ่งไม่พบในภูมิภาคอื่น ๆ ของไทย ที่สำคัญคือ การพบพันธุกรรมที่คล้ายชาวอินเดียประมาณร้อยละ 30 สะท้อนการสืบเชื้อสายจากเอเชียใต้ กล่าวคือมีเชื้อสายฝ่ายแม่ที่หลากหลาย

ส่วนดีเอ็นเอฝ่ายชาย มีเพียงการศึกษาในคนไทยภาคใต้ที่พูดภาษาไท-กะได จากจังหวัดภูเก็ต และนครศรีธรรมราช พบว่ามีดีเอ็นเอไม่ต่างจากชายไทยภาคกลาง และชาวมอญ แต่มีโครโมโซมบางตัวที่สืบทอดจากคนเอเชียใต้ สูงกว่าคนไทยภาคอื่น ๆ คือประมาณร้อยละ 50 แสดงการสืบเชื้อสายว่ามีบรรพบุรุษร่วมกับชาวมอญ และคนไทยภาคกลาง แต่มีการผสมผสานกับชาวอินเดียมากกว่าฝ่ายหญิง

ด้านชาวเล หรือ “ชาวน้ำ” ประกอบด้วย มอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ย ซึ่งอาศัยอยู่ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล กับชาวมานิ พบว่ามีดีเอ็นเอที่ไม่หลากหลาย และมีพันธุกรรมต่างจากประชากรกลุ่มหลักในภาคใต้ของไทย

ในกลุ่มนี้ยังพบว่า ชาวมอแกนที่มีความหลากหลายทางดีเอ็นเอต่ำที่สุด แต่มีสัดส่วนพันธุกรรมคล้ายประชากรที่พูดภาษาออสโตรเอเชียติก โดยเฉพาะชาวกัมพูชา มากกว่าประชากรที่พูดภาษาออสโตรนีเชียนด้วยกัน

ข้อมูลนี้จึงชี้ให้เห็นว่า ดีเอ็นเอของคนไทยภาคใต้สัมพันธ์กับคนจากเอเชียใต้ โดยเฉพาะอินเดีย มากกว่าคนไทยภาคอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัจจัยสำคัญย่อมเป็นที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ทำให้การติดต่อสัมพันธ์กันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายกว่านั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วิภู กุตะนันท์. (2567). ดีเอ็นเอไม่ไทย บรรพชนไทยไม่แท้.กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 มกราคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดดีเอ็นเอของคนไทยภาคใต้ พบรหัสพันธุกรรมเชื่อมโยง “อินเดีย” อย่างเข้มข้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...