โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

Asuka-mura: หมู่บ้านลับจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในจังหวัดนารา

KIJI

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • KIJI

ห่างจากแสงสีของเมืองหลวงอย่างโอซาก้าแค่ไม่กี่สถานีรถไฟ ยังมีพิกัดลับสุด Unseen อย่าง “หมู่บ้านอาสึกะ (Asuka-mura)” ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบในจังหวัดนารา ท่ามกลางธรรมชาติและทุ่งนาสีทองอร่าม ที่นี่คือหัวใจและจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นโบราณกว่า 1,400 ปี ที่ยังคงมีลมหายใจมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสุสานหินขนาดใหญ่ วัดเก่าแก่ หรือศิลปะการแสดงดั้งเดิม… ใครที่อยากสัมผัสจิตวิญญาณญี่ปุ่นที่แท้จริงที่นี่คือคำตอบ

มารู้จัก “หมู่บ้านอาสึกะ”

หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่า หมู่บ้านอาสึกะ คือเมืองหลวงแห่งแรกของญี่ปุ่น และสำคัญถึงขั้นถูกนำชื่อไปใช้เรียกยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นว่า “ยุคอาสึกะ” ช่วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. 592–710 ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ที่ญี่ปุ่นเริ่มวางรากฐานของประเทศอย่างจริงจัง ทั้งระบบการปกครองส่วนกลาง ความสัมพันธ์ทางการเมืองกับจีน ไปจนถึงการเข้ามาและการแพร่หลายของพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกบนหมู่เกาะญี่ปุ่น

เพราะแบบนี้หมู่บ้านอาสึกะจึงมักถูกเรียกว่าเป็น “บ้านเกิดของจิตวิญญาณญี่ปุ่น”ก่อนที่ศูนย์กลางอำนาจจะย้ายไปยังเฮโจเคียว (นารา), เฮอันเคียว (เกียวโต) และเข้าสู่ยุคของ เอโดะ (โตเกียว) ตามลำดับ แต่ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนเวียนไปกี่ยุคสมัย หากจะย้อนกลับไปหา “จุดเริ่มต้น” ของรากฐานความเป็นญี่ปุ่นจริง ๆ หมู่บ้านอาสึกะคือสถานที่นั้น

นอกจากนั้น พื้นที่ทั้งหมดของหมู่บ้านยังได้รับการคุ้มครองภายใต้“กฎหมายอาสึกะ” กฎหมายอนุรักษ์ทัศนียภาพเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่น ทำให้ที่นี่ไม่มีตึกสูงหรือป้ายโฆษณาฉูดฉาดมาบดบังสายตา รวมถึงการรักษาภาพลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะการใช้ “หลังคากระเบื้องคาวาระ” กระเบื้องดินเผารูปทรงคลื่นสีเข้มที่มองไปทางไหนก็เจอ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ร้านค้า หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven

เมื่อเทียบกับในเมืองแล้ว บรรยากาศที่นี่จะมีความเงียบสงบกว่า ทัศนียภาพบนถนนดูสบายตาตลอดสองข้างทาง หมู่บ้านอาสึกะจึงเป็นอีกสถานที่ที่พิเศษเเละน่าสนใจมาก ๆ รอให้ทุกคนมาผ่อนคลาย เดินสำรวจ เเละย้อนเวลากลับไปสัมผัสญี่ปุ่นในวันวาน

สุสานโบราณโคฟุน (古墳)

พิกัดแรกที่คิจิอยากพาไปชมเลยก็คือ “โคฟุน” (สุสานโบราณ) สัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงอำนาจและความรุ่งเรืองของญี่ปุ่นในอดีต จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหมู่บ้านอาสึกะมีสุสานโบราณเป็นจำนวนมาก แต่เราจะพาไปรู้จักกับ 3 สุสานสำคัญภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติอาสึกะ (Asuka Historical National Government Park) ได้แก่ สุสานอิชิบุไต, สุสานทาคามัตสึซึกะ เเละสุสานคิโทรา

  • สุสานอิชิบุไต (Ishibutai Mounded Tomb)

มาอาสึกะทั้งที ถ้าไม่ได้แวะที่นี่คงเหมือนมาไม่ถึง หนึ่งในสุสานโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุด เห็นได้จากลักษณะของสุสานที่ไม่ได้ถูกกลบด้วยดินเหมือนที่อื่น แต่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างสุสานที่สร้างจากหินขนาดใหญ่ 30 กว่าก้อน น้ำหนักรวมกว่าสองพันตันเรียงซ้อนกันอย่างอัศจรรย์ โดยเฉพาะหินที่มีลักษณะแบนราบปิดตรงส่วนบนจนดูคล้ายกับเวทีหิน ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ “อิชิบุไต” นั่นเอง จะยืนชมอยู่ด้านนอกก็ดี หรือจะเข้าไปเยี่ยมชมด้านในก็อดทึ่งไม่ได้ว่าคนเมื่อพันกว่าปีก่อนเขาขนและวางหินเหล่านี้ได้ยังไงกัน?

Info
สุสานอิชิบุไต (Ishibutai Mounded Tomb)
Hours: 09:00 – 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:45 น.) Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 300 เยน / นักเรียนประถม-มัธยมปลาย 100 เยน
Website: https://www.asuka-park.jp/en/area/
Nearest Station: สถานี Asuka
Access: หน้าสถานนีรถไฟ Asuka นั่งรถบัสป้าย Asuka Eki ไปลงที่ป้าย Ishibutai

  • สุสานทาคามัตสึซึกะ (Takamatsuzuka Mounded Tomb)

ถัดจากสุสานแรกไปไม่ไกล คือ “สุสานทาคามัตสึซึกะ” สุสานโบราณทรงกลมสองชั้นที่ภายนอกดูเรียบง่าย แต่ซ่อนสมบัติล้ำค่าไว้ภายใน หนึ่งในนั้นคือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังชื่อดังของหญิงสาวในชุดโบราณสีสันสดใส หรือ “สาวงามแห่งอาสึกะ (飛鳥美人)” ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านมานับพันปี รายละเอียดของภาพยังคงงดงาม อ่อนช้อย และชวนให้จินตนาการถึงชีวิตผู้คนในยุคนั้น ใครอยากชมผลงานนี้แบบใกล้ชิด สามารถแวะไปดูได้ที่ Takamatsuzuka Mural Museum ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสุสานเลย เดินต่อไม่กี่ก้าวก็ถึง

ภาพจิตรกรรมฝาผนังจำลองเสมือนจริง พิพิธภัณฑ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังทาคามัตสึซึกะ

ภาพ: มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์อาสึกะ เมืองหลวงเก่า

Info
สุสานทาคามัตสึซึกะ (Takamatsuzuka Mounded Tomb)
Hours: 09:00 – 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น.) Holiday: วันจันทร์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์, เมษายน, กรกฎาคม และพฤศจิกายน (ปิดทำการในวันถัดไปหากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เเละ ช่วงสิ้นปีตั้งแต่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคม
Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 300 เยน/ นักเรียนประถม-มัธยมต้น 70 เยน / นักศึกษามหาวิทยาลัยและมัธยมปลาย 130 เยน
Website: https://www.asuka-park.jp/en/area/
Nearest Station: สถานี Asuka
Access: สถานี Asuka เดินประมาณ 15 นาที

  • สุสานคิโทรา (Kitora Tomb)

ถัดมาสุสานที่สามเป็นสุสานโบราณทรงกลมสองชั้นที่บนเพดานภายในห้องฝังศพมีการค้นพบแผนที่ดวงดาวที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมภาพสัตว์เทพประจำทิศทั้งสี่ และนักษัตรทั้ง 12 ที่สะท้อนภูมิปัญญาด้านดาราศาสตร์ของผู้คนในยุคอาสึกะได้อย่างน่าทึ่ง เเละเช่นกันเราสามารถเข้าไปชมทั้งหมดได้ที่ Kitora Tumulus Mural Experiential Museum

Info
สุสานคิโทรา (Kitora Mounded Tomb)
Hours: 09:30 – 17:00 น. (ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 09:30 น. ถึง 16:30 น.) Holiday: วันจันทร์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์, เมษายน, กรกฎาคม และพฤศจิกายน (ปิดทำการในวันถัดไปหากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เเละ ช่วงสิ้นปีตั้งแต่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคม
Entrance Fee: ฟรี
Website: https://www.asuka-park.jp/en/area/
Nearest Station: สถานี Tsubosakayama
Access: สถานี Tsubosakayama เดินประมาณ 16 นาที

“วัดเก่าแก่” ในหมู่บ้านอาสึกะ

จากที่ได้เล่าไปเเล้วตอนต้นว่าหมู่บ้านอาสึกะเป็นจุดเริ่มต้นของพุทธศาสนาในญี่ปุ่น ทำให้มีวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาในญี่ปุ่นกระจายอยู่มากมาย เราเลยหยิบยกวัดที่ต้องไปให้ได้มา 3 แห่งด้วยกัน จะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย~!

  • วัดอาสึกะ (Asuka-dera)

ใครที่เคยไปวัดญี่ปุ่นมาเยอะแล้ว อยากให้ลองหาโอกาสแวะมา “วัดอาสึกะ”สักครั้งให้ได้ เพราะที่นี่เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น รวมถึงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์แรกที่ถูกนำเข้ามายังญี่ปุ่นตั้งแต่ 1,400 ปีก่อน นั่นก็คือ พระพุทธรูปทองแดงชากันโยไร (มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ) เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลักและเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “อาสึกะ ไดบุตสึ” ความขลังและความงดงามขององค์ท่านบอกเลยว่าควรค่าแก่การมาชมด้วยตาตัวเองจริง ๆ

Info
วัดอาสึกะ (Asuka-dera)
Hours: 09:00 – 17:30 น. (เดือนตุลาคม – มีนาคม เยี่ยมชมได้ถึง 17:00 น.)
*เยี่ยมชมรอบสุดท้าย 15 นาทีก่อนเวลาปิดทำการ
Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 500 เยน / นักเรียนมัธยมต้น-มัธยมปลาย 300 เยน / นักเรียนประถมศึกษา 250 เยน
Website: https://yamatoji.nara-kankou.or.jp/
Nearest Station: สถานี Kashiharajingu-mae
Access: หน้าสถานีรถไฟ Kashiharajingu-mae ขึ้นรถบัส Asuka Loop และลงที่ป้าย Asuka Daibutsu

  • วัดทาจิบานะ (Tachibana-dera)

วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 606 โดยมีความเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ประสูติของ เจ้าชายโชโตคุ ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พุทธศาสนาในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ที่นี่ยังถือเป็นที่ตั้งของวัดสำหรับภิกษุณีแห่งแรกของประเทศอีกด้วย วัดทาจิบานะจึงไม่ใช่แค่วัดเก่าแก่ แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในญี่ปุ่น

Info
วัดทาจิบานะ (Tachibana-dera)
Hours: 09:00 – 17:00 น.
Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 500 เยน (นักเรียนประถมศึกษา-มัธยมปลาย เข้าฟรี)
Website: https://tachibanadera-asuka.jimdofree.com/
Nearest Station: สถานี Asuka
Access: หน้าสถานีรถไฟ Asuka นั่งรถบัสป้าย Asuka Eki ไปลงที่ป้าย Kawahara เเละเดินต่ออีก 3 นาที

  • วัดโอคะ (Oka-dera)

ถ้าอยากขอพร สะเดาะเคราะห์ หรือปัดเป่าสิ่งไม่ดี ต้องแวะมาที่วัดสวยบนเนินเขาแห่งนี้เลย วัดแก้เคราะห์แห่งแรกของญี่ปุ่นที่ผู้คนให้ความเคารพศรัทธา พร้อมเครื่องรางไม้ทรงลูกแก้วอันศักด์สิทธิ์ เเละการตกแต่งรอบ ๆ วัดด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล, ร่มญี่ปุ่น (ร่มวากาสะ) และลูกแก้วหลากสี ดังนั้นใครที่อยากแก้ปีชงหรือขอพรให้สมหวังท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาที่ร่มรื่น ขอบอกเลยว่าที่นี่คือพิกัดที่ครบทั้งสายมูและสายถ่ายรูปจริง ๆ

ภาพ: Instagram (@okadera3307)

Info
วัดโอคะ (Oka-dera)
Hours:08:30-17:00 น. (ธันวาคม-กุมภาพันธ์ 08:30-16:30 น.)
*ช่วงเวลาเปิดให้เข้าสักการะภายในวิหารหลักคือ เดือนเมษายน-ธันวาคมของทุกปี
Holiday: ไม่อนุญาตให้เข้าสักการะในเดือนมกราคม-มีนาคม เนื่องจากมีการประกอบพิธีกรรมปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย*แม้จะเป็นช่วงที่เปิดปกติ (เมษายน-ธันวาคม) แต่อาจมีการงดให้เข้าชมชั่วคราวได้ หากมีพิธีกรรมหรือกิจกรรมพิเศษเกิดขึ้น
Entrance Fee: บุคคลทั่วไป 500 เยน / นักเรียนมัธยมต้น-มัธยมปลาย 400 เยน / เด็ก เข้าฟรี
Website: https://www.okadera3307.com/
Nearest Station: สถานี Kashiharajingu-mae
Access: หน้าสถานีรถไฟ Kashiharajingu-mae นั่งรถบัส Kashiharajingu-mae Eki Higashi-guchi ไปลงที่ป้าย Okadera-mae เเละเดินต่ออีก 12 นาที

ศิลปะการแสดงดั้งเดิม “กิงากุ” (伎楽)

นอกจากจะเป็นเมืองหลวงเก่าเเละมีวัดเก่าแก่แล้ว หมู่บ้านอาสึกะยังเป็นต้นกำเนิดของ “กิงากุ” (伎楽) ศิลปะการแสดงที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ! ย้อนไปช่วงศตวรรษที่ 7 การแสดงนี้เข้ามาพร้อมพุทธศาสนาจากจีน โดยมีคอนเซ็ปต์เป็น “ละครเงียบ” ที่นักแสดงต้องสวมหน้ากากลวดลายยักษ์หรือสัตว์ แล้วใช้ท่าทางเล่าเรื่องแทนคำพูด เพื่อให้ชาวบ้านสมัยก่อนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เข้าใจธรรมะได้ง่าย ๆ แม้จะไม่มีบทพูดแต่ด้วยเสน่ห์ของหน้ากากและชุดที่จัดเต็ม ทำให้กิงากุกลายเป็นต้นแบบให้กับการแสดงดัง ๆ ของญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้เลยล่ะ

📍 วิธีชมการแสดง “กิงากุ” ที่หมู่บ้านอาสึกะ

เมื่อปี 2024 ทางหมู่บ้านอาสึกะได้จับมือกับผู้กำกับและนักเต้น Kaiji Moriyama เปิดตัวโครงการฟื้นฟูการแสดงนี้ขึ้นมา โดยจัดเป็นงานเทศกาลประจำปี “GIGAKU Gyodo (GIGAKU 行道) ” ขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ไฮไลท์คือการเดินขบวนพาเหรดของเหล่านักแสดงที่สวมหน้ากากและชุดย้อนยุคสีสันสดใส เดินร่ายรำไปตามจุดสำคัญของหมู่บ้าน สำหรับตารางวันเวลาหรือจุดขวนพาเหรดก็สามารถเช็คเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ทางการเลย https://www.gigaku-asuka.jp/

ร้านอาหาร Da Terra

เที่ยวกันมาเต็มอิ่มแล้ว แน่นอนว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราเลยขอชวนทุกคนไปลิ้มรสเสน่ห์ของอาสึกะผ่านร้านอาหารระดับ Michelin Guide อย่าง Da Terra

เนื่องจากสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์เเละสภาพอากาศที่เหมาะสม อาหารอาสึกะจึงให้ความสำคัญกับการดึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติมาใส่ไว้ในจาน ผักของที่นี่จึงสดใหม่และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งร้าน Da Terra ก็ได้หยิบแนวคิดนี้มาถ่ายทอดผ่านอาหารอิตาเลียน ที่ใช้ “ผักท้องถิ่น” มากกว่า 100 ชนิดเป็นตัวเอก ปรุงรสอย่างประณีตและจัดวางสวยงามราวกับงานศิลปะ เพื่อมอบประสบการณ์การกินสุดพิเศษท่ามกลางกลิ่นอายประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ใครเป็นสายกิน บอกเลยว่าต้องหาโอกาสมาลองให้ได้🍽️🌿

Info
ร้านอาหาร Da Terra
Hours: มื้อกลางวัน 12:00-15:00 น. / มื้อเย็น 18:00-22:00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย: 19:00 น.)
Holiday: วันพุธและวันพฤหัสบดี
Reservation: กรุณาจองล่วงหน้าโดยการโทรติดต่อหมายเลข 0744-41-9072
Website: https://da-terra.jp/
Nearest Station: สถานี Kashiharajingu-mae
Access: หน้าสถานีรถไฟ Kashiharajingu-mae นั่งรถบัส Kashiharajingu-mae Eki Higashi-guchi ไปลงป้าย Kawahara เเละเดินต่ออีก 2 นาที

การเดินทาง

เห็นหมู่บ้านอาสึกะเงียบสงบและวิวสวยขนาดนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าเดินทางมาลำบาก แต่จริง ๆ แล้วมาง่ายกว่าที่คิดมาก เพราะสามารถนั่งรถไฟ Kintetsu Railway จากโอซาก้า เกียวโต เเละนารา ใช้เวลาประมาณแค่ 1 ชั่วโมง จะแพลนไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะค้างคืนสั้น ๆ สักคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศให้เต็มอิ่มก็ดีไม่แพ้กัน ส่วนใครใกล้จุดไหนหรือสะดวกเส้นทางไหน สามารถเลือกดูจากลิสต์ด้านล่างนี้แล้วเตรียมตัวออกเดินทางได้เลย~

  • จากสนามบินคันไซ (KIX)

  • 🚗 รถยนต์ : ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

    • 🚆รถไฟ : สนามบินคันไซ (KIX) → (JR) สถานี Tennoji → (Kintetsu) สถานี Asuka ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
  • จากโอซาก้า

  • 🚆JR Osaka Station → (JR) Tennoji Station → (Kintetsu) Asuka Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

  • จากเกียวโต

  • 🚆Kintetsu Kyoto Station → Kashiharajingu-mae Station → Asuka Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

  • จากนารา

  • 🚆Kintetsu Yamato-Saidaiji Station → Kashiharajingu-mae Station → Asuka Stationใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

Asuka-mura Tour Package

ใครที่อาจจะยังกังวลเรื่องการวางแผนเที่ยวหรืออยากเที่ยวแบบชิลล์ ๆ ก็ไม่ต้องคิดเยอะ คิจิมี Tour Package สุดพิเศษจาก SuperTrips ที่จัดเต็มทุกกิจกรรมไฮไลท์มาบอกต่อ ! มีให้เลือกทั้งแบบวันเดียวเที่ยวครบ หรือจะนอนพักผ่อนซึมซับบรรยากาศแบบ 2 วัน 1 คืน ก็สามารถเลือกตามที่ต้องการได้เลย

📅 แพลนเที่ยว 2 วัน 1 คืน (1 Night 2 Days)

วันที่ 1:

10:30 เจอกันที่สถานีอาสึกะ

11:30 ทานอาหารกลางวัน

12:45 เยี่ยมชมวัดอาสึกะ, วัดโอคะ และวัดทาจิบานะ

15:00 เช็คอินที่ BRANCHERA VILLA ASUKA

16:00 ถ่ายรูปที่สุสานหินอิชิบุไต

19:00~ ทานอาหารเย็นที่ร้าน Da terra (MICHELIN GUIDE)

21:00 กลับถึงที่พัก

วันที่ 2:

09:00 ออกเดินทางจากโรงแรม

09:30~ เลือกทำกิจกรรมได้ตามชอบ อาทิเช่น พิธีชงชาจีน, ปั่นจักรยาน หรือนั่งรถเที่ยวชมสุสานโบราณพร้อมไกด์ผู้เชี่ยวชาญ (กิจกรรมนี้เป็นทางเลือกเพิ่มเติม ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาแพ็คเกจทัวร์)

12:00-14:00 ทานอาหารกลางวัน

14:00 สิ้นสุดทริป

ราคาเริ่มต้น:18,900 THB

📅 แพลนเที่ยววันเดย์ (One Day Trip)

10:30 เจอกันที่สถานีอาสึกะ

11:30 ทานอาหารกลางวันที่ร้าน Da terra (MICHELIN GUIDE)

13:00 เข้าชมวัดอาสึกะ, วัดโอคะ, วัดทาจิบานะ และสุสานหินอิชิบุไต + ถ่ายรูปที่ระลึก

18:00 สิ้นสุดทริป

ราคาเริ่มต้น: 6,200 THB

ใครชอบการดื่มด่ำเเละเที่ยวแบบชิลล์ ๆ แนะนำแบบ 2 วัน 1 คืน แต่ถ้าเวลาน้อย แต่อยากเก็บไฮไลท์ให้ครบก็แนะนำเป็นวันเดย์ทริปเลย !

ก่อนจะจบบทความนี้ คิจิเชื่อเสมอว่า เสน่ห์ที่แท้จริงของการเดินทาง คือการได้พาตัวเองไปยังที่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักหรือคุ้นเคยมากนัก เพื่อเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ และเรียนรู้เรื่องราวที่เราอาจไม่เคยเห็นหรือได้ยินจากที่ไหนมาก่อน ซึ่งอาสึกะมีสิ่งเหล่านั้นที่รอทุกคนอยู่ คิจิเลยหวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกคนนึกถึง “หมู่บ้านอาสึกะ” ขึ้นมาในทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไป และค้นพบได้ด้วยตัวเองว่าจุดเริ่มต้นของญี่ปุ่นนั้นงดงามและน่าประทับใจแค่ไหน…

แล้วพบกันที่ “หมู่บ้านอาสึกะ”🩷

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...