โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มหากาพย์พระราม 2 เมื่อ ‘ถนนเจ็ดชั่วโคตร’ กลายเป็นหลุมดำฉุดรั้งเศรษฐกิจ-ความเชื่อมั่น

SMART SME

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หากจะพูดถึงถนนที่เป็นตำนาน และถูกกล่าวขานมากที่สุดในประเทศไทย คงไม่มีเส้นทางไหนเกินหน้า “ถนนพระราม 2” เส้นทางสายหลักเพียงหนึ่งเดียวที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ สู่ 14 จังหวัดภาคใต้ แต่น่าเสียดายที่ชื่อเสียงของถนนเส้นนี้ไม่ได้มาจากทัศนียภาพที่สวยงาม แต่เป็นเหตุการณ์ด้านลบจากอุบัติเหตุที่ฆ่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 100 ราย

จากโครงการก่อสร้างที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ จนได้รับฉายาว่า “ถนนเจ็ดชั่วโคตร” การก่อสร้างที่ไม่จบสิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการจราจร แต่มันกำลังกลายเป็น “ภาษีทางอ้อม” ที่คนไทยต้องจ่ายด้วยต้นทุนเศรษฐกิจ และการสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างมหาศาล

[คอขวดทางเศรษฐกิจ: ต้นทุนที่มองไม่เห็นในระบบโลจิสติกส์]

พระราม 2 คือเส้นทางลำเลียงสินค้าที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอาหารทะเลจากฐานการผลิตในสมุทรสาครและสมุทรสงคราม รวมถึงสินค้าเกษตรจากภาคใต้ เมื่อถนนเส้นนี้อยู่ในสภาวะก่อสร้างตลอดเวลา สิ่งที่ตามมา คือต้นทุนค่าขนส่งที่พุ่งสูง: รถบรรทุกต้องเผชิญกับรถติดขัดนิ่งสนิทเป็นเวลานาน ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ และเพิ่มค่าเสื่อมสภาพของยานพาหนะ

ขณะเดียวกันระบบ Supply Chain ที่หยุดชะงัก โดยมาจากความไม่แน่นอนของเวลาในการเดินทางทำให้ธุรกิจไม่สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสดใหม่ของสินค้าเกษตร และสัตว์น้ำ

เมื่อปัจจัยรุมเร้า ไม่สามารถสนับสนุนระบบขนส่งโลจิสติกส์ ทำให้นักลงทุน และผู้ประกอบการหลายรายเลือกที่จะเลี่ยงพื้นที่ในแนวถนนพระราม 2 เนื่องจากกังวลเรื่องความสะดวกในการเข้าถึง ทำให้ศักยภาพในการเป็นนิคมอุตสาหกรรมในบางจุดไม่เติบโตเท่าที่ควร

[การท่องเที่ยวที่ซบเซา: เมื่อ ‘ความกลัว’ นำหน้า ‘ความอยากเที่ยว’]

ภาคใต้อันเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลกกำลังถูก “สกัดกั้น” ด้วยความยากลำบากในการเดินทาง นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัด โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางทางบก นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อเลือกที่จะ “บิน” ไปลงใต้มากกว่าการขับรถ เพื่อเลี่ยงมหากาพย์รถติด และอันตรายจากการก่อสร้างที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อไหร่ แน่นอนว่าสถานที่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวทางผ่านอย่าง ชะอำ และ หัวหิน ย่อมได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะผู้คนจะเลือกไปเที่ยวที่อื่นที่เป็นสถานที่บรรยากาศเดียวกัน อย่าง ชลบุรี, ระยอง

เมื่อนักท่องเที่ยวไม่เดินทางมาก็ทำให้ธุรกิจท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร, ร้านของฝาก และโรงแรม/ที่พักตามแนวถนนพระราม 2 ย่อมสูญเสียรายได้จากจำนวนลูกค้าที่ลดลง ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนคือ จังหวัดสมุทรสงคราม ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น ตลาดร่มหุบ, ตลาดน้ำอัมพวา พบว่านักท่องเที่ยวหายไป 70-80% ในช่วงที่มีข่าวอุบัติเหตุจากการก่อสร้างรุนแรง

เหล่านี้กลายเป็นการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีใครอยากเสี่ยงเดินทางไปกับถนนที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับตัวเองเมื่อไหร่ ต้องกังวลกับเขตก่อสร้างที่ไม่รู้ว่าวัสดุจะร่วงหล่น หรือพื้นถนนจะชำรุดหรือไม่ แสดงให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัย

[วิกฤตความเชื่อมั่น: แผลเป็นทางจิตวิทยาของคนเดินทาง]

ประเด็นที่รุนแรงที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือ “ความเชื่อมั่น” ที่พังทลายลง ทุกครั้งที่มีข่าวคานถล่ม ของหล่นทับรถ หรือหลุมถนนยุบตัว ดังเช่นเหตุการณ์ล่าสุดที่เครนถล่มลงมา มันสร้างภาวะ “ทราวม่า” หรือบาดแผลทางจิตใจให้กับผู้ใช้ถนน ทั้งในเรื่องของคุณภาพชีวิต โดยประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางนี้ทุกวันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งให้เผชิญความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้ ขณะที่การชดเชยเยียวยามักเป็นไปอย่างล่าช้า และไม่คุ้มค่ากับการสูญเสีย

คำถามต่อมาตรฐานวิศวกรรม การสร้างไม่เสร็จสักทีทำให้สังคมเกิดคำถามต่อความโปร่งใส การบริหารจัดการโครงการของภาครัฐ และขีดความสามารถของบริษัทผู้รับเหมา ว่าทำไมโครงการในไทยถึงใช้เวลานานและมีอุบัติเหตุซ้ำซากเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล

[ถึงเวลา ‘ปิดตำนาน’ หรือจะปล่อยให้เป็น ‘รอยด่าง’ ตลอดไป]

ถนนพระราม 2 คือบทเรียนราคาแพงของการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดความต่อเนื่องและมาตรการความปลอดภัยที่หย่อนยาน หากภาครัฐยังไม่สามารถ “ปิดจ๊อบ” การก่อสร้างให้เสร็จสิ้นภายในกลางปี 2569 ตามที่รับปากไว้ได้ ถนนเส้นนี้จะไม่ได้เป็นเพียงทางไปสู่ภาคใต้ แต่จะเป็นอนุสาวรีย์แห่งความล้มเหลวที่บั่นทอนศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันกดดันให้มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อให้ถนนพระราม 2 กลับมาทำหน้าที่เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ที่มีชีวิตและปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...