โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ เจ๊อ้อย เศรษฐีนี 5 พันล้าน คู่กรณี ทนายตั้ม

สยามนิวส์

เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เรียกได้ว่าทำเอาชื่อของ เจ๊อ้อย หรือ น.ส.จตุพร กลายเป็นที่สนใจอีกครั้ง ภายหลังเกิดข้อพิพาททางกฎหมายกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม

เรียกได้ว่าทำเอาชื่อของ เจ๊อ้อย หรือ น.ส.จตุพร กลายเป็นที่สนใจอีกครั้ง ภายหลังเกิดข้อพิพาททางกฎหมายกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ทนายความชื่อดัง โดยย้อนดูประวัติพบว่าเธอไม่ใช่บุคคลธรรมดา แต่เป็นเศรษฐินีชาวไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศ ฝรั่งเศส และมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

เจ๊อ้อยมีภูมิลำเนาเดิมที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนย้ายไปใช้ชีวิตต่างแดนหลังสมรสกับสามีชาวต่างชาติ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2563 เมื่อเธอถูกรางวัลลอตเตอรี่ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ทำให้ก้าวขึ้นเป็นเศรษฐินีเต็มตัว และต่อยอดทำธุรกิจร้านเบเกอรี่ในต่างประเทศ

หลังมีฐานะมั่นคง เจ๊อ้อยเริ่มทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริจาคเงินให้มูลนิธิต่าง ๆ สนับสนุนโรงเรียนและวัดในประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19 รวมยอดบริจาคไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับทนายตั้มเริ่มต้นจากการติดตามผลงานทางคดี จนเกิดความเชื่อมั่นและติดต่อขอคำปรึกษาด้านกฎหมาย ทั้งเรื่องงานส่วนตัวและโครงการช่วยเหลือสังคม ช่วงแรกมีการว่าจ้างในอัตรา 30,000 บาทต่อเดือน ก่อนปรับเพิ่มเป็น 300,000 บาท ต่อเดือน โดยการโอนเงินไม่ได้ผ่านบริษัท แต่โอนเข้าบัญชีบุคคลใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป เจ๊อ้อยยุติสัญญา เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าในงานตามที่ตกลง และปรับรูปแบบการว่าจ้างเป็นรายคดีแทน กระทั่งเกิดปัญหาความไม่ลงรอยหลายประเด็น รวมถึงกรณีการใช้จ่ายเงินและการจัดการทรัพย์สินบางรายการ

จุดแตกหักสำคัญเกิดจากกรณีเงินลงทุน 71 ล้านบาท ซึ่งเจ๊อ้อยระบุว่าได้มอบหมายให้ดำเนินการลงทุนในแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ แต่ภายหลังพบว่าไม่มีการดำเนินการตามที่ตกลงไว้ ทำให้เธอเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อแจ้งความดำเนินคดี และยืนยันจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมโดยไม่ยอมความ

ล่าสุด มีรายงานว่า ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง พร้อมให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดที่เคยถูกอายัดไว้ และไม่ให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่อาจรับฟังได้ว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด มีพฤติการณ์ฉ้อโกง หรือร่วมกันฟอกเงินจากกรณีเงินที่ จตุพร อุบลเลิศ มอบให้โดยเสน่หา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีมทนายความอยู่ระหว่างขอคัดสำเนาคำพิพากษาฉบับเต็ม เพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนชี้แจงต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...