Google ขึ้นแท่นผู้นำ AI วอลล์สตรีทยกย่อง หลังเร่งเครื่องแซง OpenAI
Alphabet ชี้การลงทุน AI เริ่มสร้างรายได้ทั่วทั้งองค์กร หนุนแผนทุ่มงบโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล ขณะที่ตลาดเริ่มกังวลโมเดลธุรกิจ OpenAI และบริษัทพันธมิตร
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.23 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Alphabet บริษัทแม่ของ Google กำลังเปิดเกมรุกท้าชน OpenAI อย่างจริงจัง สะท้อนมุมมองของวอลล์สตรีทที่เริ่มเชื่อว่า Alphabet กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน AI หลังจากเมื่อปีที่แล้ว นักลงทุนยังมองว่าบริษัทตามหลังคู่แข่งและลงโทษราคาหุ้นอย่างหนัก
ผู้บริหาร Alphabet ส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้นในการประชุมหลังประกาศผลประกอบการเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัวโมเดล Gemini 3 ที่ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ใช้ และช่วยให้ Google ไล่ทันการแข่งขันด้าน AI
แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อคู่แข่งโดยตรง แต่ถ้อยแถลงของผู้บริหารเน้นย้ำจุดแตกต่างสำคัญว่า การลงทุนด้าน AI ของ Alphabet เริ่มสร้างผลตอบแทนครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรแล้ว ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่บริษัทอาจเพิ่มงบลงทุน (Capex) ในปี 2569 เป็นเกือบ 2 เท่า สู่ระดับ 175,000–185,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้งสำหรับ AI
ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Alphabet ระบุว่า “โดยรวมแล้ว เราเห็นการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ช่วยขับเคลื่อนรายได้และการเติบโตในทุกส่วนของบริษัท”
แรงสนับสนุนดังกล่าวมาจากทั้งฝั่งผู้บริโภคและลูกค้าองค์กร โดย พิชัย เปิดเผยว่าแอป Google Gemini ซึ่งเป็นคู่แข่งของ ChatGPT มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 750 ล้านคน ณ สิ้นไตรมาสธันวาคม เพิ่มจาก 650 ล้านคนในไตรมาสก่อนหน้า แม้ยังตามหลัง ChatGPT ที่ซีอีโอ OpenAI อย่าง แซม อัลต์แมน เคยระบุว่ามีผู้ใช้งานรายสัปดาห์เกิน 800 ล้านคน
นอกจากนี้ Gemini 3 ยังถูกผนวกรวมในโหมด AI Mode ของระบบค้นหา Google และเป็นหัวใจของเวอร์ชัน Gemini สำหรับองค์กร ซึ่งปัจจุบันมีผู้ถือไลเซนส์แบบชำระเงินแล้วราว 8 ล้านราย
แม้การคาดการณ์งบลงทุนที่พุ่งแรงจะทำให้นักลงทุนตกใจในช่วงแรก จนหุ้น Alphabet ร่วงลงถึง 6% หลังปิดตลาด แต่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธุรกิจคลาวด์ ซึ่งรายได้เพิ่มขึ้น 48% ในไตรมาสธันวาคม และสัญญาณบวกจาก AI ในธุรกิจอื่น ๆ ก็ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นอย่างรวดเร็ว
จากผู้ตามสู่ผู้นำในกลุ่ม Magnificent Seven นับตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว Alphabet เปลี่ยนสถานะจากผู้ตามหลัง เป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มบิ๊กเทค Magnificent Seven และปัจจุบันมีมูลค่าตลาดเกิน 4 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบชั้นกับ Nvidia และ Apple ในทางตรงกันข้าม Microsoft ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ OpenAI กลับเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุน แม้บริษัทจะส่งสัญญาณใช้งบลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น หลังตลาดกังวลถึงการพึ่งพา OpenAI มากเกินไป
นักวิเคราะห์ มองว่า การที่ OpenAI เดินหน้าทำดีลมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งที่ยังขาดทุนต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถในการระดมทุนในอนาคต และส่งผลลบต่อบริษัทเทคโนโลยีที่ผูกพันกับ OpenAI อย่างใกล้ชิด
พอล มีคส์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของ Freedom Capital Markets กล่าวว่า “กำลังเกิดเรื่องเล่าขึ้นในตลาดว่า นักลงทุนเริ่มเลือกฝั่ง Google มากกว่า OpenAI”
ข้อมูลสะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยหุ้น Oracle ซึ่งมีแบ็กล็อกสัญญาจำนวนมากเชื่อมโยงกับ OpenAI ร่วงลงเกือบ 49% ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ขณะที่หุ้น Microsoft ลดลงมากกว่า 20% ในช่วงเดียวกัน ส่วน Alphabet ปรับขึ้นแล้วราว 36%
นักลงทุนจำนวนมากจึงมองว่า ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและรายได้ที่หลากหลาย Alphabet อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าในการแข่งขัน AI ระยะยาว
เอริก คลาร์ก ผู้จัดการพอร์ตของ LOGO ETF กล่าวสรุปว่า “ตอนนี้ Google คือฝ่ายที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้”
อ้างอิง : www.reuters.com