โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Google ขึ้นแท่นผู้นำ AI วอลล์สตรีทยกย่อง หลังเร่งเครื่องแซง OpenAI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 05.05 น.

Alphabet ชี้การลงทุน AI เริ่มสร้างรายได้ทั่วทั้งองค์กร หนุนแผนทุ่มงบโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล ขณะที่ตลาดเริ่มกังวลโมเดลธุรกิจ OpenAI และบริษัทพันธมิตร

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.23 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Alphabet บริษัทแม่ของ Google กำลังเปิดเกมรุกท้าชน OpenAI อย่างจริงจัง สะท้อนมุมมองของวอลล์สตรีทที่เริ่มเชื่อว่า Alphabet กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน AI หลังจากเมื่อปีที่แล้ว นักลงทุนยังมองว่าบริษัทตามหลังคู่แข่งและลงโทษราคาหุ้นอย่างหนัก

ผู้บริหาร Alphabet ส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้นในการประชุมหลังประกาศผลประกอบการเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัวโมเดล Gemini 3 ที่ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ใช้ และช่วยให้ Google ไล่ทันการแข่งขันด้าน AI

แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อคู่แข่งโดยตรง แต่ถ้อยแถลงของผู้บริหารเน้นย้ำจุดแตกต่างสำคัญว่า การลงทุนด้าน AI ของ Alphabet เริ่มสร้างผลตอบแทนครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรแล้ว ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่บริษัทอาจเพิ่มงบลงทุน (Capex) ในปี 2569 เป็นเกือบ 2 เท่า สู่ระดับ 175,000–185,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้งสำหรับ AI

ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Alphabet ระบุว่า “โดยรวมแล้ว เราเห็นการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ช่วยขับเคลื่อนรายได้และการเติบโตในทุกส่วนของบริษัท”

แรงสนับสนุนดังกล่าวมาจากทั้งฝั่งผู้บริโภคและลูกค้าองค์กร โดย พิชัย เปิดเผยว่าแอป Google Gemini ซึ่งเป็นคู่แข่งของ ChatGPT มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 750 ล้านคน ณ สิ้นไตรมาสธันวาคม เพิ่มจาก 650 ล้านคนในไตรมาสก่อนหน้า แม้ยังตามหลัง ChatGPT ที่ซีอีโอ OpenAI อย่าง แซม อัลต์แมน เคยระบุว่ามีผู้ใช้งานรายสัปดาห์เกิน 800 ล้านคน

นอกจากนี้ Gemini 3 ยังถูกผนวกรวมในโหมด AI Mode ของระบบค้นหา Google และเป็นหัวใจของเวอร์ชัน Gemini สำหรับองค์กร ซึ่งปัจจุบันมีผู้ถือไลเซนส์แบบชำระเงินแล้วราว 8 ล้านราย

แม้การคาดการณ์งบลงทุนที่พุ่งแรงจะทำให้นักลงทุนตกใจในช่วงแรก จนหุ้น Alphabet ร่วงลงถึง 6% หลังปิดตลาด แต่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธุรกิจคลาวด์ ซึ่งรายได้เพิ่มขึ้น 48% ในไตรมาสธันวาคม และสัญญาณบวกจาก AI ในธุรกิจอื่น ๆ ก็ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นอย่างรวดเร็ว

จากผู้ตามสู่ผู้นำในกลุ่ม Magnificent Seven นับตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว Alphabet เปลี่ยนสถานะจากผู้ตามหลัง เป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มบิ๊กเทค Magnificent Seven และปัจจุบันมีมูลค่าตลาดเกิน 4 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบชั้นกับ Nvidia และ Apple ในทางตรงกันข้าม Microsoft ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ OpenAI กลับเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุน แม้บริษัทจะส่งสัญญาณใช้งบลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น หลังตลาดกังวลถึงการพึ่งพา OpenAI มากเกินไป

นักวิเคราะห์ มองว่า การที่ OpenAI เดินหน้าทำดีลมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งที่ยังขาดทุนต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถในการระดมทุนในอนาคต และส่งผลลบต่อบริษัทเทคโนโลยีที่ผูกพันกับ OpenAI อย่างใกล้ชิด

พอล มีคส์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของ Freedom Capital Markets กล่าวว่า “กำลังเกิดเรื่องเล่าขึ้นในตลาดว่า นักลงทุนเริ่มเลือกฝั่ง Google มากกว่า OpenAI”

ข้อมูลสะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยหุ้น Oracle ซึ่งมีแบ็กล็อกสัญญาจำนวนมากเชื่อมโยงกับ OpenAI ร่วงลงเกือบ 49% ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ขณะที่หุ้น Microsoft ลดลงมากกว่า 20% ในช่วงเดียวกัน ส่วน Alphabet ปรับขึ้นแล้วราว 36%

นักลงทุนจำนวนมากจึงมองว่า ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและรายได้ที่หลากหลาย Alphabet อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าในการแข่งขัน AI ระยะยาว

เอริก คลาร์ก ผู้จัดการพอร์ตของ LOGO ETF กล่าวสรุปว่า “ตอนนี้ Google คือฝ่ายที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...