โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพเรือชี้แจงเหตุยิงข่มเรือประมงต่างชาติรุกล้ำน่านน้ำไทย ใกล้เกาะหลีเป๊ะ

tvpoolonline.com

อัพเดต 21 ก.พ. เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. เวลา 09.34 น. • TV Pool

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษก กองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมเรือประมงต่างชาติรุกล้ำเข้ามาทำการประมงในทะเลอาณาเขตของประเทศไทย บริเวณทิศตะวันออกของ เกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 8 ไมล์ทะเล

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 หลัง **ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) ภาค 3 โดย ทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับแจ้งจากเครือข่ายชาวประมงว่าพบเรือประมงต่างชาติจำนวนหลายลำลักลอบเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทย จึงสั่งการให้เรือตรวจการณ์ ต.994 ออกไปตรวจสอบพื้นที่

เมื่อเรือ ต.994 เข้าถึงจุดเกิดเหตุ พบเรือประมงต่างชาติประมาณ 8–10 ลำกำลังทำการประมงอยู่ในทะเลอาณาเขตของประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและแจ้งให้หยุดการกระทำ แต่เรือประมงกลุ่มดังกล่าวได้พยายามหลบหนี โดยระหว่างการเข้าจับกุมมีเรือประมง 1 ลำแสดงพฤติการณ์คุกคาม เปลี่ยนเข็มเรือเข้าหาเรือตรวจการณ์ในลักษณะพยายามพุ่งชน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อกำลังพลและยุทโธปกรณ์

เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้มาตรการยิงข่มตามหลักความได้สัดส่วน เพื่อหยุดยั้งสถานการณ์ ส่งผลให้สามารถควบคุมเรือประมงได้ 1 ลำ พร้อมลูกเรือ 3 คน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน อย่างไรก็ตาม ภายหลังการควบคุมสถานการณ์ เรือประมงลำดังกล่าวได้จมลง

ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทันที โดยนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน จังหวัดสตูล ขณะที่ลูกเรืออีก 2 คน ถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองทัพเรือยืนยันว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการบังคับใช้กฎหมายตามความจำเป็นและได้สัดส่วน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลควบคู่กับการคุ้มครองชีวิตมนุษย์ พร้อมย้ำจะเดินหน้าตรวจตราและบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ทะเลไทยอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องอธิปไตยและทรัพยากรทางทะเลของประเทศ รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...