โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับ ‘โกต๊อก’ เสี่ยพันล้าน ร่วมแก๊ง ค้ามนุษย์ ชาวโรฮิงยา หลบหนีคดีกว่า 4 ปี

Khaosod

อัพเดต 03 พ.ย. 2562 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2562 เวลา 07.35 น.

จับ ‘โกต๊อก’ เสี่ยพันล้าน ร่วมแก๊ง ค้ามนุษย์ ชาวโรฮิงยา หลบหนีคดีกว่า 4 ปี เผยเป็นนักธุรกิจดิวตี้ฟรี ในปาดังเบซาร์ เป็นผู้ตองหารายสำคัญในคดี เชื่อมโยงทางการเงินนับพันล้าน

ค้ามนุษย์ / เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 พ.ย. ที่บก.สตม.ชั้น3 ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผบก.ปคม. พรัอมด้วย เจ้าหน้าที่บก.ปคม. บก.สตม. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว นายสุพัฒน์ หรือโกต๊อก สันติปิยกุล อายุ 59 ปี

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี เลขที่ 401/2558 ลงวันที่ 11 ส.ค.2558 ในฐานความผิด”สมคบและร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์ โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นโดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในทางร่างกายและเรียกค่าไถ่” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

พล.ต.ต.สุรพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนพ.ย.2555 ถึงวันที่ 1 พ.ค. 2558 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในคดีเดียวกันได้คือ นายบรรณจง หรือโกจง ปองผล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ผู้บริหารการเมืองท้องถิ่น พลเรือนทั้งไทยและสัญชาติเมียนมา รวม 103 คน

ในฐานความผิด “สมคบกันค้ามนุษย์ที่กระทำกับบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี และไม่เกิน 18 ปี และเกินกว่า 18 ปี อันเป็นความผิดตามพรบป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พ.ศ.2551 มีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติอันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติพ.ศ2556 และความผิดอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา”

พล.ต.ต.สุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับนายสุพัฒน์เป็นนักธุรกิจดิวตี้ฟรีมูลค่าหลายพันล้าน ในอ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ซึ่งเป็นผู้ตองหารายสำคัญในคดี หลังเจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงทางการเงินนับพันล้านบาท จึงได้ทำการออกหมายจับ แต่นายสุพัฒน์ไหวตังหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศมาเลเซีย และใช้เครือข่ายความสัมพันธ์ทางธุรกิจคอยให้การช่วยเหลือ/หลบซ่อนตัวนานถึง 4 ปี ต่อมาสืบทราบว่าหลบหนีมาที่ประเทศกัมพูชาจึงได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศกัมพูชา ก่อนติดตามตัวและสามารถจับกุมนายสุพัฒน์ ได้บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่ารู้จักกับพล.ท.มนัส เพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยตนจะทำหน้าที่ฟอกเงิน ภายหลังถูกหมายจับได้หลบหนีไปที่ประเทศมาเลเซียเพื่อหลบซ่อนตัว แต่ที่มาประเทศกัมพูชาเพราะส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบการเล่นการพนันจึงทำการข้ามไปมาระหว่าง2 ประเทศจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ดังกล่าว

พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายสุพัฒน์ ให้การภาคเสธว่า รู้จักกับกลุ่มพล.ท.มนัส และมีการโอนเงินกันจริง แต่เป็นการทำธุรกิจดิวตี้ฟรี และธุรกิจแลกเงิน แต่ไม่ได้ร่วมค้ามนุษย์ โดยระหว่างหลบหนีก็ได้เดินทางเข้าออกประเทศมาเลเซีย กัมพูชา และไทยอยู่ตลอด ซึ่งขณะที่หลบหนีมาอยู่กัมพูชาก่อนถูกจับกุมนั้น ได้เข้ามาเล่นการพนัน ซึ่งหลังจับผู้ต้องหาตรวจสอบในตัวมีเงินสดไม่มาก รวมถึงซักถามผู้ต้องหาพบว่ามีหนี้สินจากการเล่นพนันอีกด้วย

ขณะที่ พล.ต.ต.อาชยน เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวตามหมายจับขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 25 คน โดยแต่ละอยู่ระหว่างการติดตามตัว และเจ้าหน้าที่จะติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้ทั้งหมด

โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. จะนำตัวนายสุพัฒน์ ไปคุมขังไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ในวันพรุ่งนี้ (4 พฤศจิกายน) อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวขบวนการค้ามนุษย์ในคดีนี้ที่ยังหลบหนีอยู่อีกกว่า 20 ราย ที่ทำหน้าที่ขนคน ฟอกเงิน และค้ามนุษย์ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...