โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

คุณค่าที่คุณคู่ควร: เหตุผลที่ CAPTAIN AMERICA ยกค้อนของ THOR ได้

BT Beartai

อัพเดต 04 พ.ย. 2562 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2562 เวลา 10.10 น.
คุณค่าที่คุณคู่ควร: เหตุผลที่ CAPTAIN AMERICA ยกค้อนของ THOR ได้

หนึ่งในทีมเขียนบทร่วมของ Avengers: End Game อย่าง Christopher Markus ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงคำถามที่คอหนังและแฟน ๆ ของ Avengers ต่างสงสัยว่า เพราะเหตุใด กัปตันอเมริกาถึงสามารถถือค้อนโยเนียร์ของเทพเจ้าสายฟ้าธอร์ได้ ในฉากไคลแมกซ์ ซึ่งฉากนี้ป็นที่น่าจดจำและทำให้คนดูส่งเสียงอื้ออึงขณะที่ดูกันเป็นแถว

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เหมาะสมของกัปตันที่จะได้ถือค้อนของธอร์

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เหมาะสมของกัปตันที่จะได้ถือค้อนของธอร์

หากย้อนไปถึงเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ที่เคยเกิดขึ้นกับภาค Age of Ultron (2015) ขณะนั้นกัปตันยังไม่มีพลัง (หรือความคู่ควร) ที่จะทำอะไรกับค้อนโยเนียร์ได้อย่างถนัดนัก สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อ เรื่องราวของทีม Avengers  เดินทางมาถึงบทสรุปในภาคล่าสุด ก่อนหน้านี้ที่ Mind Stone ยังคงถูกเก็บรักษาให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกวายร้ายไฮดรา กัปตันทำได้แค่เพียงขยับค้อนเบา ๆ แต่ก็ยังยกไม่ขึ้น ซึ่งเป็นข้อถกเถียงไปแล้วในตอนนั้น MCU ได้บอกพวกเรากลาย ๆ ว่า ไม่แน่ สักวันหนึ่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กัปตันก็จะยกค้อนโยเนียร์ได้ แต่ว่าเมื่อไหร่ละ?

กัปตันเคยพยายามจะยกค้อนของธอร์มาก่อนแล้ว แต่ก็ยกได้แค่เบา ๆ

กัปตันเคยพยายามจะยกค้อนของธอร์มาก่อนแล้ว แต่ก็ยกได้แค่เบา ๆ

ใน Thor: Ranarok (2017) ความจริงเกี่ยวกับค้อนโยเนียร์ก็ได้ค่อย ๆ เปิดเผยมากขึ้น เมื่อเทพเจ้าโอดิน บิดาของเทพธอร์ได้บอกกับลูกชายว่า ความสามารถพิเศษที่มีอยู่ของค้อนเจ้านั้น พลังสายฟ้าของธอร์หาได้อยู่ที่ค้อนโยเนียร์ไม่ แต่เป็นพลังที่สถิตย์อยู่ในตัวของธอร์เองต่างหากละลูกเอ๋ย ซึ่งในจุดนี้เอง ก็ได้สร้างความสงสัยใคร่รู้ให้กับแฟน ๆ ว่า ถ้าอย่างนั้นแล้ว การที่กัปตันคว้าค้อนมาถือไม่ได้ก่อนหน้านี้ ก็ดูไม่ค่อยจะเป็นเหตุเป็นผลกับที่โอดินเล่าสักเท่าไหร่? (นอกจากจะแถไปว่า ก็เพราะยังไม่คู่ควร…)

เมื่อโอดินผู้พ่อเผยความจริงเกี่ยวกับพลังของค้อนโยเนียร์ใน Thor: Ragnarok (2017)

เมื่อโอดินผู้พ่อเผยความจริงเกี่ยวกับพลังของค้อนโยเนียร์ใน Thor: Ragnarok (2017)

“มันมีการถกเถียงกันเยอะเหมือนกันครับ ระหว่างทีมผู้เขียนบทเกี่ยวกับข้อสรุปเกี่ยวกับพลังของค้อนนี้ใน Ragnarok เราเดินตามสิ่งที่โอดินกล่าว พูดได้เลยว่า Thor ก็สามารถใช้พลังสายฟ้าได้เอง ไม่ว่าจะมีค้อนหรือไม่มีค้อนในมือก็ตาม และผมก็คิดว่า จริง ๆ แล้ว กัปตันก็สามารถใช้พลังสายฟ้าได้ หากเขามีค้อนอยู่ในมือเหมือนกัน” Markus กล่าว

การให้สัมภาษณ์ของหนึ่งในทีมผู้เขียนบท แม้จะไม่ได้คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นกับฉากนี้ได้มากนัก แต่ผู้ชมก็ได้รับรู้ว่า ไม่ว่าใครก็ตามก็อาจจะเป็นผู้ที่เหมาะสม ได้ถือค้อนโยเนียร์ที่เป็นอาวุธคู่กายของธอร์ รวมถึงใช้พลังสายฟ้าได้เช่นเดียวกันด้วย (แม้ว่ายังจะไม่มีฉากแบบนี้ให้เห็นจัง ๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่นี่จะเป็นการเปิดทางไว้ให้กับ Thor หญิงอย่างเจน ฟอสเตอร์ รับบทโดย Natalie Portman ที่ได้กลับมารับบทเดิม หลักจากเจอลูกตื้ออย่างหนักของ Taika Waititi ผู้กำกับภาค Ragnarok ที่ได้กลับมาสานงานต่อ ถ้ายึดตามเหตุผลนี้ เธอก็จะได้ใช้ค้อนอย่างสะดวกโยธินอย่างไม่มีใครเถียงได้

เอาค้อนไปเลยครับแม่เจน

เอาค้อนไปเลยครับแม่เจน

“ไม่รู้สิ ผมก็โกรธหน่อย ๆ นะที่มีคนมาเล่นกับของเล่นของผม มันมีความรู้สึกเหมือนอยากจะตะโกนออกมาว่า เอาของ ๆ ฉันคืนมานะ อะไรแบบนั้น..ผมอยากจะบอกกับกัปตันว่า คืนมันมาเถอะ เจ้าก็มีโล่น้อย ๆ ของเจ้าอยู่แล้วนิ” Chris Hemsworth ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่งาน ACE Comic Con ที่เมืองชิคาโก เมื่อถูกถามถึงประเด็นนี้

แฟน ๆ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปถึงบทบาทของเจ้าค้อนชิ้นนี้ รวมถึงคำอธิบายที่เหมาะสมของทีมเขียนบท MCU (ถ้าจะมี) ว่าใครจะเป็นผู้ได้ถือนอกจากธอร์ (เพราะกัปตันคงไม่ได้กลับมาถือแล้ว) รอคอยชมกันต่อในเฟส 4 ที่กำลังจะมาถึงกับ Thor: Love and Thunder ที่จะเข้าฉายในปี 2021 กันต่อไป

รอพบกับ Thor ภาคต่อไปในปี 2021

รอพบกับ Thor: Love and Thunder ภาคต่อไปในปี 2021 อดใจรออีกปีนิด ๆ

อ้างอิง Screenrant / CBR

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...