โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

เปิดมาตรการทั่วโลก เยียวยา ‘ประชาชน-ธุรกิจ’ เจอผลกระทบ ‘โควิด-19’

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 เม.ย. 2563 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2563 เวลา 01.30 น. • The Bangkok Insight

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทำให้บรรดาประเทศ และดินแดนต่างๆ ต้องพากันประกาศมาตรการที่เข้มงวดออกมา เพื่อควบคุม และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และมาตรการหลักที่แทบทุกแห่งนำมาใช้คือ "ล็อกดาวน์" ทั้งแบบปิดแค่เมือง หรือปิดทั้งประเทศ

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นมาตรการที่ได้ผลค่อนข้างดี แต่การปิดเมืองปิดประเทศเช่นนี้ ก็ทำให้กิจกรรมเกือบทั้งหมดหยุดชะงักไป และแน่นอนว่า ต้องส่งผลกระทบต่อทั้งประชาชนทั่วไป และภาคธุรกิจ ทำให้บรรดาประเทศ และดินแดนต่างๆ ต้องดำเนินนโยบายให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากการระบาด และการล็อกดาวน์ ที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเสียหายอย่างยับเยิน

มาดูกันว่า แต่ละประเทศ มีมาตรการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเสียหายอย่างรุนแรงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้อย่างไรบ้าง

จีน

มาตรการที่จีนนำออกมาใช้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 มีทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ ทั้งแบบในวงกว้าง และจำกัดเฉพาะกลุ่ม

  • ลดราคาน้ำมันค้าปลีกทั้งเบนซินและดีเซล
  • รัฐบาลเมืองฝอซาน ประกาศอุดหนุนการซื้อรถคันแรกเป็นเวลา 1 ปี
  • มณฑลเจียงสี แจกคูปองส่วนลดให้ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวเที่ยว
  • มอบเงินช่วยเหลือคนตกงาน
  • จัดตั้งบริษัทหางานออนไลน์ที่มีตำแหน่งงานรองรับกว่า 10 ล้านตำแหน่ง เพื่อสนับสนุนการจ้างงานและให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ
  • มณฑลเจียงสี ให้เพิ่มวันหยุดเป็น 2.5 วัน และลดจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อวันลง แต่สามารถไปทำวันอื่นเพิ่มได้
  • คืนภาษีให้ธุรกิจขนาดกลาง และย่อม (เอสเอ็มอี) ที่เลิกจ้างพนักงานน้อยกว่า 5.5%
  • ลดค่าเช่าให้ เอสเอ็มอี ที่ต้องหยุดการผลิตตามคำสั่งของรัฐ ภายใต้เงื่อนไขต้องไม่เลิกจ้างพนักงาน
  • ยกเว้นการส่งเงินสมทบในสวัสดิการต่างๆ ให้แก่บริษัทขนาดใหญ่ เป็นเวลาไม่เกิน 5 เดือน และยกเว้นให้เอสเอ็มอี ไม่เกิน 3 เดือน
  • ลดการเก็บเงินทุนสำรองเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลของพนักงานบริษัทเอกชนลง 50% (ไม่เกิน 5 เดือน)
  • ผ่อนผันระยะเวลาชำระหนี้ให้บริษัททุกแห่งในมณฑลหูเป่ย์ และกรุงปักกิ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากการผิดนัดชำระหนี้
  • ลด VAT 5% ให้ธุรกิจขนาดเล็กในมณฑลหูเป่ย์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึงปลายเดือนพฤษภาคม 2563
  • ลดค่าธรรมเนียมให้กับผู้ส่งออก อาทิ ค่าปรับจากการสำแดงสินค้าล่าช้า และชำระค่าธรรมเนียมล่าช้า
แฟ้มภาพ

สหรัฐ

  • คนโสด ที่มีรายได้น้อยกว่า 75,000 ดอลลาร์/ปี (ประมาณ 2.4 ล้านบาท) จะได้รับเงินจากรัฐบาล 1,200 ดอลลาร์(ประมาณ 38,400 บาท) แต่หากมีรายได้มากกว่า 75,000 ดอลลาร์/ปี แต่ไม่ถึง 100,000 ดอลลาร์/ปี ก็ยังได้รับเงินลดหลั่นลงมา
  • คนมีครอบครัว ที่มีรายได้น้อยกว่า 150,000 ดอลลาร์/ปี (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) ได้รับเงิน 2,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 38,400 บาท)
  • บ้านที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 17 ปี จะได้รับเพิ่ม 500 ดอลลาร์/คน (ประมาณ 16,000 บาท)
  • คนว่างงาน จะได้รับเพิ่มอีก 600 ดอลลาร์/สัปดาห์ เป็นเวลา 4 เดือน (ประมาณ 19,200 บาท/สัปดาห์)
  • แจกเงิน 1,500 ดอลลาร์/คน (ประมาณ 48,000 บาท) ให้กับทุกคนที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี โดย 1 ครอบครัว จะได้รวมกันสูงสุดไม่เกิน 5 คน หรือไม่เกิน 7,500 ดอลลาร (ประมาณ 240,000 บาท)
  • เจ้าของบ้าน/อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ที่มีเงินกู้ค้ำประกันกับรัฐ จะได้รับการเลื่อนชำระนาน 90 วัน โดยมีข้อแม้ว่า ต้องไม่ขับไล่ผู้เช่า หากไม่ได้ค่าเช่าหรือค่าธรรมเนียม เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัย
  • พักชำระหนี้เพื่อการศึกษาได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
  • ถ้าต้องลาป่วยเพราะโควิด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ จะได้รับค่าจ้างตามปกติ ถ้า 10 สัปดาห์ จะได้รับค่าจ้าง 2 ใน 3
  • ขยายระยะเวลาการชำระภาษีเงินได้ประจำปี 2562 ออกไป 3 เดือน จากวันที่ 15 เมษายน 2563 เป็น 15 กรกฎาคม 2563 สำหรับยอดการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ และภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์
  • จัดสรรเงินกู้วงเงิน 3.67 แสนล้านดอลลาร์ ให้กับธุรกิจ SMEs
  • เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้บริษัทเหล่านี้สามารถออกหุ้นกู้ หรือ rollover ของบริษัทออกไปได้ผ่านตลาดตราสารหนี้
  • นำโครงการเข้าซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นที่ใช้ในสมัยวิกฤตการเงินปี 2551 มาใช้ใหม่ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในธุรกิจและหล่อเลี้ยงสภาพคล่องให้กับสินเชื่อประเภทต่าง ๆ
  • รับซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้นที่มีอายุน้อยกว่า 270 วัน (Commercial Paper) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

อิตาลี

  • เลื่อนจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซ รวมทั้งค่าเช่าที่อยู่อาศัยของครัวเรือนออกไป
  • จ่ายค่าชดเชย 50% ของเงินเดือน ให้พ่อแม่ที่ใช้สิทธิ์ลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร (Parental Leave) สำหรับครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
  • แจกคูปองให้ลูกจ้างในภาคการท่องเที่ยว คนละ 600 ยูโร (ประมาณ 21,300 บาท)
  • ลดหย่อนภาษีและเลื่อนการจ่ายเบี้ยประกันให้กับผู้มีรายได้รวมต่ำกว่า 2 ล้านยูโรต่อปี รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดเมือง โดยให้มีผลถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
  • ลดหย่อนภาษีให้กับธุรกิจที่มีรายได้รวมต่ำกว่า 2 ล้านยูโรต่อปี รวมทั้งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดเมือง อาทิ ร้านค้า ร้านอาหาร โดยให้มีผลถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
  • อนุญาตให้พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
  • จัดสรรงบประมาณมูลค่ากว่า 4 พันล้านยูโร ให้แก่หน่วยงาน SACE (state-owned export credit agency) เพื่อสนับสนุนธุรกิจส่งออกและขาดสภาพคล่อง

สเปน

  • ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต และค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้บริการทั่วถึงแก่ประชาชนทุกคน
  • กำลังพิจารณาจ่ายเงินเดือนพื้นฐาน ให้ประชาชน 47 ล้านคน
  • ลดหย่อนภาษีให้กับผู้ที่ตกงานหรือผู้ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป แล้วได้รับผลกระทบจากโควิด 19
  • จ่ายเงินให้พนักงานของบริษัทที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 75% ของเงินเดือน
  • ลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการรายย่อย
  • รัฐบาลจ่ายเงินสมทบประกันสังคมให้พนักงานแทนบริษัทที่เป็น SMEs เต็มจำนวน แต่กรณีที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่กว่า SMEs รัฐบาลจะจ่ายให้ในสัดส่วน 75%
  •  จัดสรรงบประมาณมูลค่ากว่า 4 พันล้านยูโร ให้แก่หน่วยงาน SACE (state-owned export credit agency) เพื่อสนับสนุน SMEs ที่เป็นธุรกิจส่งออกและขาดสภาพคล่อง

เยอรมนี

  • รัฐบาลจ่ายเงินค่าจ้างบางส่วนให้พนักงานที่สูญเสียรายได้จากชั่วโมงการทำงานที่ลดลง และหากพนักงานมีบุตรด้วย จะได้เงินสนับสนุนเป็นสัดส่วน 67% โดยการจ่ายค่าจ้างช่วยเหลือนี้ ครอบคลุมไปถึงพนักงานชั่วคราว (temporary worker) และพนักงานประจำ
  • รัฐบาลช่วยจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเต็มจำนวนให้พนักงานจนถึงสิ้นปี 2564 จากเดิมกำหนดให้บริษัทเอกชนต้องเป็นผู้จ่ายให้พนักงาน
  • รัฐบาลท้องถิ่น (state government) อาทิ แคว้นบาวาเรีย มีแผนการจ่ายเงินโดยตรงให้แก่ SMEs รายเล็ก เพื่อเยียวยาผลกระทบอย่างเร่งด่วน เป็นจำนวนเงิน 5,000-30,000 ยูโรต่อราย (ประมาณ 178,000-1,070,000 บาท)
  • ปรับกฎเกณฑ์ทางภาษีให้ยืดหยุ่นขึ้น อาทิ อนุมัติให้บริษัทเอกชนที่ได้รับผลกระทบเลื่อนการจ่ายภาษีออกไปได้ และไม่คิดเบี้ยปรับภาษีจนถึงสิ้นปี 2563
  • สนับสนุนสภาพคล่องให้กับบริษัทเอกชน โดยผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของโครงการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทเอกชน และโครงการปล่อยสินเชื่อให้กับสตาร์ทอัพที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

ฝรั่งเศส

  • ครอบครัวที่ได้รับเงินช่วยเหลือประเภท Revenu de solidarité active (RSA) หรือ Allocation de solidarité spécifique (ASS) จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกครอบครัวละ 150 ยูโร (ประมาณ 5,300 บาท) และอีก 100 ยูโร (ประมาณ 3,500 บาท) ต่อบุตร 1 คน
  • ครอบครัวที่ได้รับเงินช่วยเหลือเกี่ยวกับที่พักอาศัย หรือเงินช่วยเหลือผู้พิการ จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 100 ยูโร (ประมาณ 3,500 บาท)
  • กรณีสูญเสียรายได้จากชั่วโมงการทำงานที่ลดลง จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลในสัดส่วนที่มากขึ้น โดยครอบคลุมพนักงาน ทั้งพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว รวมถึงพาร์ตไทม์มากขึ้น
  • อนุญาตให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 เลื่อนการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม และการจ่ายภาษี
  • บริษัทที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ สามารถแสดงความจำนงเพื่อขอภาษีคืนได้
  • อนุญาตให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบ สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลังและรัฐบาลฝรั่งเศส โดย BPI France (หน่วยงานที่สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับบริษัทต่าง ๆ ในฝรั่งเศส) เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อ
  • ไม่มีบทลงโทษสำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบ หากเกิดการผิดนัดชำระหนี้กับคู่สัญญาที่เป็นรัฐ

อังกฤษ

  • อนุโลมให้ผู้เช่าที่อยู่อาศัยจ่ายค่าเช่าบ้านได้ต่ำสุดที่ 30% ของค่าเช่าบ้านในแต่ละเขต มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563

  • หากกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สามารถขอยกเว้นการผ่อนชำระได้ 3 เดือน

  • รัฐช่วยจ่ายเงินเดือนแทนนายจ้างที่ถูกพักงาน หรือปิดกิจการจากโควิด 19 สูงสุด 80% ของเงินเดือนที่เคยได้ แต่ไม่เกิน 2,500 ปอนด์ (ประมาณ 100,000 บาท) เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563

  • ชดเชยรายได้ให้ลูกจ้างที่ต้องกักตัว 14 วัน หรือป่วยโควิด 19 สัปดาห์ละ 95.85 ปอนด์ (ประมาณ 3,900 บาท) สูงสุด 28 สัปดาห์

  • เลื่อนการจ่ายภาษีให้บุคคลที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

  • หากยื่นภาษีจะได้รับคืนภาษีเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 20 ปอนด์ (1,040 ปอนด์ต่อปี)

  • สนับสนุนเงินทุนให้ธนาคารพาณิชย์ เพื่อกระตุ้นให้ปล่อยสินเชื่อกับกลุ่ม SMEs

  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ จากเดิม 1% เป็น 0% เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มีความสามารถในการปล่อยสินเชื่อมากยิ่งขึ้น

  • ช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดเล็ก โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียม 1 ปี, ให้เงิน 3,000 ปอนด์ (ประมาณ 120,000 บาท) กับธุรกิจขนาดเล็กประมาณ 7 แสนบริษัท

  • จ่ายเงินชดเชยให้กับธุรกิจ SMEs ที่มีพนักงานไม่เกิน 250 คน และให้กับผู้ติดเชื้อหรือผู้ที่ต้องกักกันตัวเองเพื่อรอดูอาการ โดยจะได้รับเงินชดเชยเป็นเวลา 2 สัปดาห์

  • ธุรกิจขนาดใหญ่สามารถขอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารกลางอังกฤษได้

  • ยกเว้นเก็บ Business rate tax เป็นเวลา 1 ปี

  • เลื่อนการจ่ายภาษี VAT ของภาคธุรกิจและภาษีรายได้ออกไป

ออสเตรเลีย

  • แจกเงินให้ผู้ที่รับสวัสดิการของรัฐ เช่น มีผู้รายได้น้อย ผู้พิการ ผู้รับเงินบำนาญ จำนวน 750 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 15,000 บาท) โดยจ่าย 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคม และกรกฎาคม 2563
  • แจกเงิน 550 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 11,000 บาท) ทุก 15 วัน ให้กับคนตกงาน เกษตรกร ฯลฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือน
  • อนุญาตให้ถอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการเกษียณอายุได้ก่อนกำหนด 20,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 400,000 บาท) โดยไม่ต้องเสียภาษี
  • ผ่อนคลายเกณฑ์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันสังคม
  • รัฐบาลช่วยจ่ายเงินเดือนให้พนักงานคนละ 1,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 30,000 บาท) ทุก 2 สัปดาห์ สูงสุด 6 เดือน โดยบริษัทนั้นต้องมีรายได้ไม่เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และต้องมีรายได้ลดลงอย่างน้อย 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่หากเป็นบริษัทที่มีรายได้เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย จะต้องมีรายได้ลดลงอย่างน้อย 50%
  • ให้เงินทุนธุรกิจ SMEs และ NGOs สูงสุด 100,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 2 ล้านบาท)
  • ค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 จำนวน 50% ของวงเงินสินเชื่อ พร้อมทั้งเร่งกระบวนการพิจารณาสินเชื่อให้เร็วขึ้น
  • ให้เงินช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบิน (สายการบินและสนามบิน)
  • จัดงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่กลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ได้แก่ ท่องเที่ยว เกษตร และการศึกษา โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมและช่วยหาตลาดใหม่

ญี่ปุ่น

  • แจกเงิน 1 แสนเยน (ประมาณ 30,000 บาท) ให้ประชาชนทุกคน
  • ให้ประชาชนสามารถกู้เงินฉุกเฉินได้คนละ 100,000-200,000 เยน (ประมาณ 30,000-60,000 บาท) โดยไม่คิดดอกเบี้ย
  • คืนเงินอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองภายหลังการปิดโรงเรียน จนถึงเดือนเมษายน 2563 และดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
  • ให้เงินช่วยเหลือลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับผลกระทบ สูงสุด 8,330 เยน/วัน (ประมาณ 2,500 บาท) และให้เงินช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือรับจ้างทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ 4,100 เยน/วัน (ประมาณ 1,200 บาท)
  • ปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดย Japan Federation of Credit Guarantee Corporations (JFG) จะช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้
  • ธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศใช้ "Special Funds-Supplying Operations" (Special Operations) เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี

เกาหลีใต้

  • แจกเงินครัวเรือนละ 1 ล้านวอน (ประมาณ 27,000 บาท) ยกเว้นครัวเรือนที่มีรายได้สูงประมาณ 30% ของครัวเรือน
  • ลดภาษีรถยนต์ส่วนตัว 70%
  • แจกบัตรของขวัญจำนวน 3.5 ล้านล้านวอน ให้ประชาชน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • กระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น แจกเงินผ่าน paychecks
  • ให้วันหยุดเลี้ยงดูเด็กในแต่ละครัวเรือน จำนวน 5 วัน โดยอุดหนุนเงินให้ 50,000 วอนต่อวัน (ประมาณ 1,300 บาท)
  • เพิ่มเงินเดือน 20% ให้ผู้สูงอายุ (ในโครงการของรัฐบาล) หรือเพิ่มเป็น 30% หากรับผ่าน local gift certificates
  • บ้านไหนที่เลี้ยงดูลูกเองที่บ้านแทนการใช้บริการสถานเลี้ยงเด็ก จะได้รับงบประมาณการเลี้ยงดูเด็กเพิ่ม
  • คืนเงินที่ใช้ซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน 10% หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากประหยัดไฟ
  • เพิ่มเบี้ยยังชีพสำหรับผู้หางานอายุน้อย และรื้อฟื้นการให้เบี้ยยังชีพแก่ผู้หางานที่มาจากครัวเรือนรายได้ต่ำ รวมทั้งส่งเสริม job training
  • จ่ายค่าลาหยุดโดยที่ยังได้รับค่าจ้าง (paid leave) อุดหนุนบริษัทที่มีพนักงานลาหยุดเพื่อกักตัว 14 วัน
  • ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ SMEs โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เหลือ 0.25%, ค้ำประกันสินเชื่อผ่านกองทุน Korea Credit Guarantee Fund และ Korea Technology Finance Co., ลงทุนในกองทุนค้ำประกันให้แก่ลูกหนี้ และช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับธุรกิจส่งออก
  • ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจขนาดเล็ก
  • ให้เงินอุดหนุนผู้ประกอบการรายย่อยจ่ายเงินเดือนพนักงาน
  • ช่วยเหลือร้านค้าขนาดเล็กที่มีผู้ติดเชื้อแวะเข้าไปในพื้นที่ เมื่อกลับมาเปิดทำการเป็นปกติ
  • ให้การอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการป้องกันเพลิงสำหรับเจ้าของที่ หรือผู้ให้เช่าตลาดพื้นเมือง (traditional market) หากผู้ให้เช่าลดค่าเช่าอย่างน้อย 20% ของทั้งพื้นที่
  • ช่วยเหลือทางการเงินให้ธุรกิจส่งออก

ฮ่องกง

  • แจกเงินให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 42,000 บาท)
  • ผู้เช่าที่อยู่อาศัยในอสังหาฯ ที่เป็นของรัฐ จะได้รับส่วนลดค่าเช่า 75%
  • สร้างงาน 30,000 ตำแหน่ง รวมถึงงานราชการและฝึกงาน
  • เพิ่มเบี้ยเลี้ยงรายเดือนให้ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยเป็น 2 เท่า
  • ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า MTR 20% เป็นเวลา 6 เดือน
  • พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 จะได้รับเงินชดเชย 50% เป็นเวลา 6 เดือน สูงสุดไม่เกิน 9,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 38,000 บาท)
  • เลื่อนจ่ายภาษีออกไปอีก 3 เดือน
  • ให้เงินช่วยเหลือธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหาร และธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
  • สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ธุรกิจ SMEs โดยรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันเต็มจำนวน เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ ไม่เกินจำนวน 2 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงต่อธุรกิจ, ลดค่าใช้จ่ายด้านภาษีนิติบุคคล และยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และค่าเช่าในการเช่าสินทรัพย์ของรัฐ
  • เยียวยาผู้ประกอบการของท่าอากาศยานฮ่องกงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 เนื่องจากผู้โดยสารปรับลดลง โดยเฉพาะร้านค้าปลีกและร้านอาหาร ด้วยการลดค่าเช่าสถานที่ และค่าบริการสนามบินอื่น ๆ เป็นต้น

ไต้หวัน

  • แจกจ่ายคูปองแลกซื้อสินค้าตามร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ตลาดพื้นเมือง ตลาดกลางคืน และแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ
  • ให้เงินช่วยเหลือผู้ที่ขาดรายได้จากการกักกันตัวเอง
  • ส่งเสริมสภาพคล่องให้กับ SMEs โดยช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ SMEs และช่วยชำระหนี้ในบางส่วน
  • ให้เงินช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมสถานที่ทางศิลปวัฒนธรรม และจูงใจให้ลดราคาค่าชมและสินค้าในสถานที่นั้น ๆ รวมทั้งจัดงานเพื่อฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม
  • ให้เงินช่วยเหลือผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะและธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้พร้อมสำหรับการดึงดูดนักท่องเที่ยวเมื่อการระบาดสิ้นสุดลง
  • ให้เงินช่วยเหลือผ่าน Council of Agriculture เพื่อส่งเสริมการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร อาหารทะเล เนื้อสัตว์เพิ่มเติม รวมทั้งช่วยเหลือชาวนา ชาวสวน ชาวประมง

มาเลเซีย

  • ลดค่าไฟฟ้า น้ำประปา
  • ให้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี ตลอดช่วงการ Lockdown
  • ขยายเวลาชำระหนี้สินเชื่อต่าง ๆ รวมถึงสัญญาจำนองและสัญญาเช่าซื้อให้แก่ลูกหนี้รายบุคคลและผู้ประกอบการ SMEs เป็นเวลา 6 เดือน
  • ขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563
  • แจกเงิน 600 ริงกิต (ประมาณ 4,500 บาท) ให้คนขับแท็กซี่ คนขับรถทัวร์ คนขับสามล้อที่ขึ้นทะเบียน และไกด์ท่องเที่ยว
  • แจกเงินให้ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการ Bantuan Sara Hidup (BSH) จำนวน 200 ริงกิต (ประมาณ 1,500 บาท) ในเดือนมีนาคม 2563, จ่ายอีก 100 ริงกิต (ประมาณ 750 บาท) ในเดือนพฤษภาคม 2563 และให้เงินเพิ่มเติมอีก 50 ริงกิต (ประมาณ 378 บาท) สำหรับผู้รับเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์
  • มอบเงินช่วยเหลือ 1,600 ริงกิต (ราว 12,000 บาท) ให้ครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) โดยจ่ายก้อนแรก 1,000 ริงกิต (ราว 7,500 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 600 ริงกิต (ราว 4,500 บาท) ในเดือนพฤษภาคม
  • มอบเงินช่วยเหลือ 800 ริงกิต (ราว 6,000 บาท) แก่คนโสดอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 2,000 ริงกิต (ราว 15,000 บาท) โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 300 ริงกิต (ราว 2,300 บาท) ในเดือนพฤษภาคม
  • มอบเงินช่วยเหลือ 1,000 ริงกิต แก่ครอบครัวที่มีรายได้ 4,001-8,000 ริงกิต (ราว 30,000-60,000 บาท) โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และจ่ายส่วนที่เหลือในเดือนถัดไป
  • มอบเงินช่วยเหลือ 500 ริงกิต (ราว 3,750 บาท) แก่คนโสดอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ 2,001-4,000 ริงกิต (ราว 15,000-30,000 บาท)
  • ไม่อนุญาตให้นายจ้างลดเงินเดือนลูกจ้าง ที่ได้เงินเดือนต่ำกว่า 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท)
  • แรงงานที่ต้องหยุดพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 และได้ขึ้นทะเบียนประกันการว่างงาน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 600 ริงกิตต่อเดือน (ประมาณ 4,500 บาท) เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน
  • เพิ่มเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้บุคลากรทางสาธารณสุข จากเดิม 400 ริงกิต/เดือน เป็น 600 ริงกิต/เดือน (ประมาณ 4,380 บาท)
  • จ่ายเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้กับทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ป้องกันพลเรือน พนักงานดับเพลิง และอาสาสมัคร 200 ริงกิต/เดือน (ประมาณ 1,460 บาท)
  • ข้าราชการและข้าราชการเกษียณ ได้รับเงิน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท)
  • ลดอัตราการส่งเงินสมทบในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นจำนวน 4% สำหรับลูกจ้างบริษัท (จาก 11% เหลือ 7%) ทั้งนี้ ลูกจ้างสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าโครงการหรือจะจ่ายในอัตราเดิม (เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-ธันวาคม 2563)
  • ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุด 1,000 ริงกิต (ประมาณ 7,500 บาท) เมื่อใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศ (ตั้งแต่เดือนมีนาคม-สิงหาคม 2563)
  • ให้เงิน 1,000 ริงกิต (ประมาณ 7,500 บาท) แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นจำนวน 10,000 ราย เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าใน E-commerce
  • จัดสรรสินเชื่อ 1 พันล้านริงกิต ให้กับธุรกิจ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร (agrofood) มูลค่า 5 ล้านริงกิต ต่อ SME 1 ราย มีระยะเวลา 8 ปี
  • Bank Simpanan Nasional (BSN) จัดสรรสินเชื่อให้แก่ microcredit สำหรับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยคิดดอกเบี้ย 4%
  • ขยายระยะเวลาการจ่ายภาษีรายเดือนสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ได้แก่ บริษัทท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน (เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน 2563)
  • ลดค่าไฟฟ้า 15% ต่อเดือน สำหรับธุรกิจโรงแรม บริษัทท่องเที่ยว สายการบิน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์แสดงสินค้า และสวนสนุก (ตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน 2563)
  • จัดสรรเงินช่วยเหลือ 200 ล้านริงกิต ให้แก่ Human Resource Development Fund (HRDF) เพื่อให้ลูกจ้าง 40,000 คน ในภาคการท่องเที่ยวและผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อม เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์

อินโดนีเซีย

  • จัดหาสินค้าขั้นพื้นฐานให้ประชาชน 1.8 ล้านครัวเรือน ในกรุงจาการ์ตา และพื้นที่โดยรอบ เป็นเวลา 3 เดือน
  • มอบเงินสดให้ 19 ล้านครัวเรือน ที่อาศัยอยู่นอกเมืองจาการ์ตา
  •  เพิ่มงบประมาณกองทุนประกันสังคม 30% อาทิ เงินช่วยเหลือคนจน มูลค่า 4.6 ล้านล้านรูเปียห์ เพื่อกระตุ้นการบริโภค
  • ให้เงินสมทบเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยบ้านและเงินดาวน์สินเชื่อบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย
  • งดภาษีเงินได้ให้แรงงาน (100% tax exemption) เป็นเวลา 6 เดือน (เริ่มเดือนเมษายน 2563)
  • เลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเป็นเวลา 6 เดือน
  • เลื่อนการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลบางส่วน 30% เป็นเวลา 6 เดือน
  • เพิ่มเพดานการคืนเงินภาษีจาก 1.0 เป็น 5 พันล้านรูเปียห์ พร้อมเร่งกระบวนการคืนเงิน
  • งดเว้นภาษีให้กับธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารใน 10 เมืองหลักการท่องเที่ยว เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563
  • จัดสรรงบประมาณ 2.9 แสนล้านรูเปียห์ ให้สายการบิน Travel Agents และบริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อโฆษณาดึงดูดการท่องเที่ยวผ่าน Social Media ต่าง ๆ
  • ผ่อนเกณฑ์การส่งออก-นำเข้า ให้ทำการค้าได้มากขึ้นและคล่องตัวขึ้น สำหรับสินค้า 749 ชนิด ตาม HS code เริ่มที่สินค้าในกลุ่มเหล็ก
  • ผ่อนคลายเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้เฉพาะสินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19

สิงคโปร์

  • ผู้ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป และมีรายได้น้อยกว่า 28,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือทั้งหมด 1,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 27,600 บาท) แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด คือ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,800 บาท) ในเดือนเมษายน 2563 และในเดือนมิถุนายน 2563 อีก 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,800 บาท)
  • สำหรับคนที่มีรายได้มากกว่า 28,000-100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/ปี (ประมาณ 644,000-2,300,000 บาท) จะได้รับเงินช่วยเหลือทั้งหมด 900 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 20,700 บาท) แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด คือ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,800 บาท) ในเดือนเมษายน 2563 และในเดือนมิถุนายน 2563 อีก 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 6,900 บาท)
  • ถ้ามีรายได้มากกว่า 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/ปี (ประมาณ 2,300,000 บาท) หรือเป็นเจ้าของอสังหาฯ มากกว่า 1 แห่ง จะได้รับเงินช่วยเหลือ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,800 บาท) จ่ายครั้งเดียวในเดือนเมษายน 2563
  • สำหรับคนที่มีลูกอายุต่ำกว่า 21 ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 6,900 บาท)
  • ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป จะได้รับการเติมเงินในบัตร PAssion 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2,300 บาท) เพื่อใช้ซื้อสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เกตและร้านค้าในเครือข่าย
  • ผู้มีรายได้น้อยจะได้เงินอุดหนุนและคูปองซื้ออาหารเพิ่ม 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2,300 บาท)
  • สนับสนุนค่าไฟฟ้าและน้ำประปา เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตามขนาดของครัวเรือน (โครงการ USave rebates เป็นมาตรการที่มีอยู่แล้ว แต่เพิ่มมูลค่าเงินสนับสนุน)
  • คนขับแท็กซี่และรถเช่าส่วนบุคคล ที่ถูกสั่งให้กักตัวเอง (Quarantine Order) จะได้รับเงินชดเชยอย่างน้อย 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 9,200 บาท) พร้อมกับยกเว้นค่าเช่าแท็กซี่ ส่วนคนขับรถแท็กซี่และรถเช่าส่วนบุคคล ที่ไม่มีคำสั่งให้กักตัวเอง แต่ได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้ใช้บริการลดลง จะได้รับเงินชดเชยไม่เกิน 20 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อคันต่อวัน (ประมาณ 460 บาท) เป็นเวลา 3 เดือน
  • คนที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ที่เป็นผู้อยู่อาศัยถาวรและเป็นพลเมืองของสิงคโปร์ จะได้รับเงินชดเชยวันละ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2,300 บาท)
  • พนักงานของบริษัทที่ต้องกักตัวเองจะถือว่าเป็นการลาป่วยพิเศษ และได้รับเงินเดือน
  • บริษัทที่พนักงานต้องกักตัวเองตามคำสั่ง จะได้รับเงินชดเชยวันละ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2,300 บาท) หลังจากพนักงานครบกำหนดระยะเวลา Quarantine
  • เดือนเมษายน 2563 รัฐบาลช่วยทุกบริษัทจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน 75% แต่สูงสุดไม่เกินคนละ 3,450 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 79,000 บาท)
  • เดือนพฤษภาคม-ธันวาคม 2563 รัฐจะช่วยจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน 25-75% ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ เช่น ธุรกิจการบินและท่องเที่ยว ได้รับ 75%, ธุรกิจอาหาร ได้รับ 50%, อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้รับ 25%
  • เพิ่มวงเงินสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน 600,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และเพิ่มการค้ำประกันของรัฐบาลเป็น 80% ในกรณีที่ธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น เพื่อให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเช่าร้านค้าและร้านอาหาร โดยผู้เช่าพื้นที่เพื่อการพาณิชย์จากรัฐบาลสำหรับการขายสินค้าและอาหาร จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเช่าเป็นเวลา 1 เดือน และเจ้าของอาคารเอกชนจะได้รับเงินชดเชย 15% ของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อลดค่าเช่าให้กับร้านค้า
  • คืนภาษีนิติบุคคล 25% ของค่าใช้จ่ายภาษีไม่เกิน 15,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อราย (ประมาณ 345,000 บาท) สำหรับปีภาษี 2563
  • คืนภาษีสิ่งปลูกสร้างและที่ดินสำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก ตั้งแต่ 10-30%

ฟิลิปปินส์

  • แจกเงินกลุ่มผู้มีรายได้น้อย 18 ล้านครัวเรือน จำนวน 5,000-8,000 เปโซฟิลิปปินส์ (ประมาณ 3,200-5,000 บาท) เป็นเวลา 2 เดือน โดยให้กับกลุ่มคนไร้บ้าน ครอบครัวที่มีคนว่างงาน ผู้สูงอายุ ครอบครัวเล็ก ผู้พิการ ผู้ที่ตั้งครรภ์และต้องหยุดงานเพื่อให้นมบุตร
  • จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ตกงาน และได้รับผลกระทบผ่านการเพิ่มทักษะ รวมทั้งมีคอร์สเรียนฟรีผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์
  • สนับสนุนค่าจ้าง และสนับสนุนด้านการเงินให้แก่แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19
  • จัดสรรสินเชื่อภายใต้โครงการของ Government Service Insurance System (GSIS) ให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงผู้เกษียณที่ได้รับผลกระทบ
  • จัดสรรสินเชื่อพิเศษ Microfinance ให้ธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบและช่วยหาแหล่งผู้ผลิตรายใหม่ให้
  • จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือธุรกิจในอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว
  • ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ผ่อนคลายมาตรการทางการเงินแก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดยขยายระยะเวลาชำระหนี้ 1 ปี

แคนาดา

  • ผ่อนผันการชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย
  • เลื่อนจ่ายหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ทุกคนโดยอัตโนมัติ ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
  • ผู้ที่ว่างงานจากเหตุโควิด 19 และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 2,000 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 46,000 บาท) เป็นเวลา 4 เดือน
    ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน
  • รัฐบาลช่วยจ่ายค่าจ้าง 75% เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม - 6 มิถุนายน 2563 โดยจะจ่ายให้ไม่เกิน 847 ดอลลาร์แคนาดา/สัปดาห์ (ประมาณ 20,000 บาท) สำหรับบริษัทหรือองค์กรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 เท่านั้น และต้องเป็นบริษัทที่มีรายได้ลดลงอย่างน้อย 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • เลื่อนการจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2562 ไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2563
    ภาคธุรกิจ
  • เลื่อนชำระภาษีไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563
  • ปล่อยสินเชื่อไม่คิดดอกเบี้ย วงเงิน 40,000 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 928,000 บาท) ให้กับธุรกิจ SMEs

นิวซีแลนด์

  • รัฐบาลช่วยนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้พนักงานที่ทำงานในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 และมีรายได้ลดลงอย่างน้อย 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • หากเป็นพนักงานประจำ (full-time) ซึ่งทำงานสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมงขึ้นไป จะได้รับค่าจ้าง 585.80 ดอลลาร์นิวซีแลนด์/สัปดาห์ (ประมาณ 11,500 บาท) เป็นเวลา 12 สัปดาห์
  • หากเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ (part-time) ซึ่งทำงานน้อยกว่าสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง จะได้รับค่าจ้าง 350 ดอลลาร์นิวซีแลนด์/สัปดาห์ (ประมาณ 6,800 บาท) เป็นเวลา 12 สัปดาห์
  • สำหรับกลุ่มธุรกิจสำคัญ เช่น การบริการรับ-ส่งอาหารและเครื่องดื่ม การเงิน สุขภาพ หรือสาธารณูปโภคและการสื่อสาร ฯลฯ รัฐบาลให้ความช่วยเหลือจ่ายเงินพนักงาน 2 กรณี คือ
  • จ่ายเงินอุดหนุนค่าจ้างเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ให้กับพนักงานที่ยังทำงานอยู่
  • จ่ายเงินอุดหนุนค่าจ้างเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ให้กับพนักงานที่หยุดงาน เพราะต้องกักตัวตามคำสั่งของรัฐบาล และทำงานจากที่บ้านไม่ได้
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...