โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

สุขภาพดี 7 พฤติกรรมช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ไม่ป่วยง่าย ห่างไกลโรคภัยต่างๆ

Khaosod

อัพเดต 27 พ.ค. 2564 เวลา 08.16 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 08.16 น.

สุขภาพดี ชวนส่อง 7 พฤติกรรมช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ จะได้ดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ

สุขภาพดี ประโยคฮิต ณ​ จุดๆ นี้คงหนีไม่พ้น “นี่เราติดรึยัง?!” ช่วงนี้บอกเลยว่าต้องมีหลายคนที่มีอาการแพนิกหนักมากเหมือนกันแน่ๆ ก็เพราะสถานการณ์ COVID-19 ที่ระบาดหนักไม่มีแผ่ว ไหนจะอากาศที่แปรปรวนหนักมาก เดี๋ยวร้อนจนเหงื่อไหลท่วมตัว เผลอแป๊บเดียวฝนก็กระหน่ำลงมาแบบไม่ยั้งซะงั้น เลยส่งผลให้เริ่มมีอาการเหมือนจะมีไข้ คัดจมูก ครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาได้ง่ายๆ จนไม่มั่นใจว่าป่วยเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปจนเดาใจไม่ถูก หรือจะเป็นเพราะติดโควิดแล้วกันแน่?!

งานนี้สาวๆ เลยต้องหันมาดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พร้อมกับใส่ใจสุขภาพจิตให้เข้มแข็งด้วยนะ เราเลยหยิบ 7 พฤติกรรมช่วย “ เสริมภูมิคุ้มกัน ” ให้ร่างกายแข็งแรง มาแชร์ให้ได้ลองทำตามกัน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ และห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ ด้วย

นอนหลับเต็มอิ่มให้ครบ 8 ชั่วโมง

เริ่มต้นด้วยเคล็ดลับสุขภาพดีที่เราเชื่อว่าต้องโดนใจคนรักการนอนมากๆ ก็คือ “ การนอนหลับ ” หลายคนคงเคยได้ยินพ่อ - แม่ หรือปู่ - ย่า - ตา - ยาย พร่ำบอกมาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็กว่าให้เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำและนอนหลับพักผ่อนเยอะๆ กันใช่มั้ยล่ะ??? ขอบอกเลยนะว่าการนอนหลับเต็มอิ่มไม่ได้ช่วยทำให้สาวๆ รู้สึกสดชื่นแจ่มใส ไม่ง่วงงัวเงียเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมภูมิคุ้นกันให้แข็งแรงขึ้นด้วยนะ

เพราะในขณะนอนหลับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะหลั่ง “ไซโตไคน์” โปรตีนที่ทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งช่วยรักษาการอักเสบ ลดการติดเชื้อ และสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ถ้าใครที่ชอบโหมงานหนักจนดึกดื่นทุกวัน หรือติดซีรีส์ / ติดโซเชียลจนโต้รุ่งนอนเช้าบ่อยๆ จนอดหลับอดนอน ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อโรคหรือการอักเสบของร่างกายลดลง ทำให้เจ็บป่วยหรือไม่สบายง่ายๆ รู้แบบนี้แล้วก็ควรเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ และนอนหลับให้เต็มอิ่มครบ 8 ชั่วโมงในช่วงเวลากลางคืนค่ะ

เน้นทานอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์และซิงค์

รู้รึเปล่าคะว่า “เรื่องอาหารการกิน” มันไม่ได้ส่งผลต่อรูปร่างภายนอกอย่างเดียวเท่านั้นนะ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายภายในด้วยเหมือนกัน โดยภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่ที่ลำไส้ถึง 70% เลยทีเดียว สาวๆ ที่อยากจะหันมาดูแลรักษาสุขภาพไม่ให้เจ็บป่วยหรือเป็นหวัดง่ายๆ เลยต้องใส่ใจเรื่องการกินให้มากขึ้น

นอกจากจะต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวันแล้ว ก็ควรเน้นทานอาหารที่อุดมด้วย “ไฟเบอร์” และ “ซิงค์” ด้วยนะ โดยการทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเข้าไปเยอะๆ เช่น บรอกโคลี อะโวคาโด กล้วย มันเทศ อัลมอนด์ ฯลฯ จะส่งผลให้มีปริมาณแบคทีเรียดีในลำไส้เพิ่มขึ้น ส่วนอาหารที่อุดมด้วยซิงค์ เช่น ธัญพืช ถั่ว เห็ด เนื้อแดง อาหารทะเล ฯลฯ ก็จะช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวที่ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้นด้วย

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าอยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย พร้อมกับได้หุ่นที่ฟิตและเฟิร์มขั้นสุดมาเป็นของแถม ก็ไม่มีเคล็ดลับไหนที่จะดีเลิศไปกว่า “การออกกำลังกาย” อย่างสม่ำเสมออีกแล้วค่ะ เพราะการที่สาวลุกขึ้นมาขยับร่างกายด้วยการฝึกท่าบริหารต่างๆ มันส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจหลายอย่างเลยนะ ไม่ว่าจะช่วยกระชับสัดส่วน บำรุงหัวใจและปอดให้แข็งแรง และลดความเครียดให้จิตใจสดชื่นแจ่มใสขึ้น

ที่สำคัญ การออกกำลังกายเป็นประจำยังช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้มีความสมดุล ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเจ็บป่วยและการอักเสบในร่างกาย แล้วขณะที่ออกกำลังกายก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวหมุนเวียนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อคอยดักและทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมในร่างกายได้ดีขึ้น เราเลยอยากให้สาวๆ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเสริมให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้เต็มที่มากขึ้นด้วยไงล่ะ

ผ่อนคลายตัวเองจากความเครียด

บางคนอาจใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับการพักผ่อนเยอะๆ การเลือกทานอาหารดีมีประโยชน์ หรือออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย แต่ดันมองข้ามเรื่อง “จิตใจ” ของตัวเองไปซะสนิทเลยนะ ที่เราต้องเตือนแบบนี้ก็เพราะว่าสาวๆ คนไหนที่ปล่อยให้เกิดความเครียดสะสมมากๆ ก็อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย แล้วส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงไปได้เหมือนกันนะ

แต่เราก็เข้าใจดีค่ะว่าด้วยสถานการณ์รอบตัวในปัจจุบัน บวกกับสารพัดปัญหาส่วนตัวที่ถาโถมเข้าใส่แบบไม่ยั้ง จะให้ไม่รู้สึกเครียดเลยสักนิดก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น วิธีที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ก็คือ การลดระดับความเครียดให้มันเบาบางลงไปนั่นเอง โดยควรหาเวลาสำหรับผ่อนคลายร่างกายและสมองจากเรื่องเครียดๆ ที่คิดแล้วปวดหัวบ้าง อาจจะเปลี่ยนไปทำกิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุข หรือหันมาฝึกโยคะเพื่อให้จิตใจรู้สึกสงบก็ได้ ถ้าช่วงไหนที่รู้สึกเครียดมากๆ ก็ต้องรีบระบายความเครียดออกไปให้ไวเลย!

อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดวิตามิน

อย่างที่เราบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าถ้าอยากบำรุงให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ก็ต้องใส่ใจเรื่องการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณมากๆ แต่สำหรับบางคนที่ใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา อาจไม่สามารถเตรียมอาหารที่มีแร่ธาตุและสารอาหารครบถ้วนได้ครบทุกมื้อ หรือใครที่ไม่ชอบกินผักผลไม้ก็อาจทำให้ร่างกายขาดวิตามินได้เลยนะ

เราเลยอยากแนะนำให้สาวๆ ลองหาซื้อ “วิตามินรวม (Multivitamin )” ซึ่งเป็นวิตามินเสริมที่ประกอบไปด้วยวิตามินต่างๆ หลากหลายชนิด อย่างเช่น วิตามินซี วิตามินบี และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อเติมวิตามินให้ร่างกายสำหรับคนที่ได้รับวิตามินจากอาหารไม่เพียงพอ แบบนี้พอร่างกายได้รับสารอาหารและวิตามินอย่างครบถ้วน ก็จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับแบคทีเรียและไวรัสได้ดีขึ้น

หมั่นล้างมือบ่อยๆ ให้เป็นนิสัย

พอเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวเข้าสู่ชีวิตแบบ “New Normal” หรือ “ความปกติใหม่ ” จากที่เคยใช้ชีวิตชิลล์ๆ ไม่ต้องกังวลกับสิ่งรอบตัว ก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า อย่างเช่นการหมั่น “ล้างมือ” บ่อยๆ ให้เป็นนิสัยนั่นเองค่ะ

นั่นก็เพราะว่าสองมือที่เธอใช้หยิบจับสิ่งของ ไถสมาร์ตโฟน เขียนหนังสือ หรือพิมพ์แป้นคีย์บอร์ด มันเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีที่ติดมาจากของสิ่งของต่างๆ แบบนี้เลยต้องขยันใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบ่อยๆ หรือล้างมือด้วยสบู่และถูอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะก่อนทานอาหารหรือใช้มือสัมผัสใบหน้า เพื่อชำระล้างเอาเชื้อโรคออกไปและลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัสตัวร้ายได้ด้วย

ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

ลองเช็กตัวเองดูสิคะว่าเธอเป็นพวกดื่มน้ำน้อยรึเปล่า??? ขอเตือนเลยนะว่าการที่สาวๆ ติดนิสัยดื่มน้ำน้อยเกินไปในแต่ละวัน มันไม่ได้ทำให้รู้สึกกระหายจนคอแห้งอย่างเดียว แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย สมอง และผิวพรรณหลายอย่างเชียวละ เพราะหากร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการก็อาจทำให้เลือดข้นหนืด จนไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายส่วนต่างได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้า สมองไม่แล่น หรืออาจหนักถึงขั้นสมองเสื่อมในระยะยาวได้ แถมการดื่มน้ำน้อยเกินไปยังทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง แล้วกลายเป็นคนเจ็บป่วยง่ายๆ ในที่สุด

เพราะฉะนั้นขอให้สาวๆ ตั้งกฎเหล็กกับตัวเองไว้เลยว่าต้องดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือถ้าใครชอบทำนู่นทำนี่เพลินๆ จนลืมดื่มน้ำไปซะทุกครั้ง ก็อาจใช้วิธีพกขวดน้ำติดตัวเอาไว้หรือวางขวดน้ำใกล้ๆ ตัวตลอดเวลา และใช้วิธีค่อยๆ ดื่มน้ำทีละน้อยแต่ดื่มบ่อยๆ ตลอดทั้งวันจะดีที่สุดนะ

นาทีนี้สิ่งที่สาวๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยก็คือ การหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงอยู่เสมอนี่แหละค่ะ เพราะสถานการณ์ไวรัสที่แพร่ระบาดในตอนนี้ บวกกับโรคภัยไข้เจ็บที่พัฒนาจนน่ากลัวขึ้นทุกวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงให้สาวๆ เจ็บป่วยรุนแรงได้ง่ายขึ้น แล้วถ้าใครไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นใส่ใจดูแลสุขภาพจากตรงไหนดี… ก็อาจลองทำตาม “พฤติกรรมช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน” ที่เราหยิบมาแชร์กันวันนี้ทั้ง 7 ข้อก็ได้นะ เพราะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์บางอย่างให้ถูกสุขอนามัยมากขึ้น ก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์แล้ว ^^

โดย SistaCafe

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...