โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลางคืนเป็น “ผู้หญิงขายบริการ” กลางวันเป็น “แม่ของลูก”

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 22 ส.ค. 2561 เวลา 11.00 น.

กลางคืนเป็น “ผู้หญิงขายบริการ” กลางวันเป็น “แม่ของลูก” 

ใต้แสงไฟมัวๆ ริมถนนย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ หญิงสาวมากหน้าหลายตาแต่งตัวสะสวยยืนเรียงกันเป็นแถว บ้างนั่งเล่นโทรศัพท์ บ้างยืนรอ บ้างนั่งรอ บางคนกวักมือเรียก “ลูกค้า” ที่ขับรถผ่าน…ลูกค้าที่จะซื้อ “บริการ” ของพวกเธอเพื่อแลกกับชั่วโมงแห่งความสุขทางเพศ มันคงเป็นภาพที่ใครหลายๆคนชินตา บ้างอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา บ้างอาจรู้สึกแสลงใจ ส่วนกลุ่มคนที่ไม่ชินตากับภาพเหล่านี้ก็คงอยากจะขับรถผ่านไปโดยไว  

แต่จะเป็นอย่างไร หากเราได้นั่งลงข้างถนนและพูดคุยกับพวกเธอสักคนหนึ่ง เพื่อให้ได้รู้ลึกถึงชีวิตจริงๆของคนที่ทำอาชีพนี้ “ทางเลือก” ที่บางคนก็ไม่ได้อยากจะเลือก หรือบางคนก็อาจจะ “เลือกเอง” เพราะไม่มีทางเลือก…

อายุเท่าไหร่แล้ว

"20 ค่ะ" 

ทำงานมาตั้งแต่อายุเท่าไหร่

"ก็… 14…15 ประมาณนั้น" 

ทำไมถึงมาทำงานนี้ล่ะบอกได้ไหม

"ก็ตามเพื่อนนะ…คือเพื่อนเขาก็ถาม อยากได้เงินมั้ย อะไรอย่างงี้ อยากมีเงินเยอะๆมั้ย ลองมาทำดูมั้ย ได้เงินดีนะ" 

แล้วเงินดีจริงๆใช่ไหม 

"มันก็ได้นะคะพี่ มันก็อยู่ที่เราด้วย ถ้าเรารับเยอะ เราก็ได้เยอะ" 

ทำงานแบบนี้ไม่กลัวเหรอ 

"กลัว…แต่อยากได้เงิน" 

รู้เรื่องการป้องกันดีแค่ไหน 

"ก็ระวังมากนะ กับลูกค้าเราก็ป้องกันตลอด เราก็กลัวเหมือนกัน" 

คนที่มาซื้อบริการเป็นยังไงบ้าง 

"ก็มีหมดตั้งแต่หนุ่มยันแก่ เจ็ดสิบแปดสิบแต่เขาแข็งแรงอยู่ มีทั้งคนหน้าตาดี หน้าตาไม่ดี มันมีหมดแหละพี่ แต่เราก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก เขาเป็นแขก ทำงานเสร็จก็จบๆ" 

เคยเจอคนน่ากลัวๆมาซื้อบริการบ้างไหม 

"ถ้าน่ากลัวแบบโรคจิต ซาดิสม์อะไรอย่างงี้มันก็มีนะ แต่เราก็จะปฏิเสธไม่ไปกับเขา เราเลือกได้ไง เพราะปกติเขาก็จะมาถามก่อน จริงๆเมื่อก่อนก็พกอาวุธป้องกันตัวด้วย แต่เราเป็นคนใจร้อน เลยไม่อยากพกไว้ ถ้าจะสู้ก็สู้ด้วยมือเปล่าดีกว่า พวกที่ยืนๆอยู่นี่ก็มีอาวุธกันหมดนะ…อย่าไปทะเลาะกับเขาแล้วกัน (หัวเราะ)" 

คิดจะหางานอย่างอื่นทำบ้างหรือเปล่า

"คิดนะพี่ มันคิดอยู่ตลอด แต่หนูจะไปทำอะไรล่ะ หนูจบแค่ ป.สี่ เอง แต่หนูก็ไม่ได้ทำตรงนี้อย่างเดียวนะ หนูทำงาน เก็บเงินได้ หนูก็เอาไปลงทุน ซื้อของ ขายของ หนูอยากเป็นแม่ค้า แต่เศรษฐกิจมันไม่ดี พอเศรษฐกิจมันไม่ดีเงินก็ไม่พอ หนูก็ต้องมายืนอีก หนูก็มีภาระที่ต้องใช้จ่าย ไหนจะครอบครัวอีก" 

ครอบครัวรู้ไหมที่มาทำงานนี้ 

"รู้ก็ตายสิ…พ่อแม่ไม่รู้เลย…แฟนก็ไม่รู้…"

มีแฟนด้วย? 

"มีแฟน มีลูกด้วย จริงๆเขาคงสงสัยแหละ แต่เราก็บอกเขาว่าทำงานในบาร์" 

อย่างนี้ไม่รู้สึกผิดกับแฟนเหรอ 

"รู้สึกผิดน่ะ…ก็รู้สึกนะ ช่วงแรกๆ แต่คือเราทำเป็นงาน คิดซะว่ามันเป็นงาน อย่างนอนกับลูกค้าเราไม่รู้สึกอะไร แต่นอนกับแฟนเรามีความสุข" 

ไม่กลัวลูกรู้เหรอ? 

"(ลังเล) ไม่กลัวนะ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เขารู้ ให้เขารู้ว่าเรามีเงินเลี้ยงเขาก็พอ คือเราไม่ได้กลัวใครมองเรายังไงหรอก เรากลัวใครมองลูกเรายังไงมากกว่า" 

เคยคิดจะเลิกไหม 

"จริงๆหนูเคยเลิกไปแล้ว พักหนึ่ง แต่มันก็ต้องกลับมายืนอีก เพราะมันหาเงินไม่ทัน" 

แต่ไม่ได้โดนบังคับมาทำงานแบบนี้? 

"ไม่ได้โดนบังคับก็เหมือนโดนนั่นแหละ เราโดนชีวิตบังคับ" 

มีช่วงที่หลงระเริงไปกับงานบ้างมั้ย 

"มี…ช่วงที่ได้เงินเยอะๆ ช่วงที่ทำใหม่ๆน่ะ คืองาน…มันเจ็บมั้ย เจ็บนะ เราไม่ได้ชอบทำเลย แต่พอทำเสร็จแล้วได้เงินมา มันก็รู้สึกว่า เฮ้ย…ได้เงินแล้วเว้ย ทำไปเหอะ แล้วเราก็สุรุ่ยสุร่ายมากช่วงนั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้คงเก็บเงินนะ ป่านนี้คงไปทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ต้องมาทำแบบนี้แล้ว" 

มีลูกค้าชวนไปอยู่ด้วยบ้างหรือเปล่า

"มีนะ แต่หนูไม่ไปน่ะพี่ ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนหนูมั้ยนะ แต่หนูรู้ว่าลูกค้าที่มาชวนเราไปอยู่ด้วย ถึงจะเลี้ยงดูให้เงินรายเดือนยังไง ถ้าไม่ให้เป็นเมียน้อยก็เป็นเมียเก็บ ไม่เป็นเมียเก็บก็ต้องเป็นแค่เด็ก ซึ่งมันก็ต้องแปลว่าเขามีเมียอยู่แล้วหรือเปล่า บางคนก็อาจจะยอมไปเพราะอยากแลกกับความสบาย แต่หนูไม่เอานะ ไม่เอาจริงๆ หนูมีแฟน มีลูกแล้วด้วย…ให้ขายบริการชั่วครั้งชั่วคราวน่ะมันได้ แต่งานก็คืองาน หนูไม่อยากผิดผัวผิดเมียใคร"

มองอาชีพนี้ยังไง 

"มองว่ามันไม่ใช่เรื่องดีนะ…คือสำหรับคนอื่นหนูไม่รู้ บางคนเขาอาจจะชอบทำก็ได้ แต่ของหนูคือ ตื่นมาแล้วรู้ว่าต้องทำงานก็คืออยากนอนต่ออ่ะ ก็เหมือนคนทำงานออฟฟิศแหละมั้ง มันก็ไม่ได้อยากทำ แต่มันต้องทำ เพราะมันได้เงินน่ะ เราอยากได้เงินเราก็ต้องทำงานใช่มั้ย แต่คือถ้ามีทางเลือกเราก็ไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้ ถ้าเลือกได้เราก็ไป" 

ถ้ามีงานประจำที่รายได้พอๆกับที่ทำอยู่นี่ก็พร้อมจะไป 

"ไปสิ(ตอบทันที) แต่ก็ต้องดูด้วยนะว่าเขาให้เงินพอจริงๆหรือเปล่า คือเราไม่ได้ขออะไรมากเลย บ้าน รถ เราก็ไม่ได้มีต้องผ่อน ห้องเช่าที่อยู่ก็ไม่ได้แพงขนาดนั้น แต่มันก็ยังมีภาระเรื่องครอบครัวอยู่ ไหนจะค่าเทอมลูก ค่านมลูกอีก ถ้าเกิดเราได้เงินเท่าที่เราหาที่นี่ได้เราก็ไปนะ ใครจะไม่อยากไป…แต่อย่างว่า…มันก็ไม่มีไง ที่ไหนที่เขาจะรับคนจบ ป.สี่ แล้วให้เงินเดือนเท่าคนจบ ป.ตรี มันไม่มีหรอกมั้งพี่ 

มีความฝันเหมือนคนอื่นๆไหม

"ก็มีฝันเล็กๆนะ แค่อยากขายของ เราชอบขายของอยู่แล้ว เราอยากทำกิจการร้านค้าให้มันประสบความสำเร็จ จะได้ไม่ต้องมายืนอีกแล้ว นี่พอขายของแล้วกิจการแย่ หมุนเงินไม่ทัน เป็นหนี้ ก็ต้องมายืนใหม่ มันวนอยู่อย่างนี้ มันไม่ได้มีความสุขเลย" 

ถ้าหากมีทางเลือก…

"จริงๆมันน่ากลัวนะ งานแบบนี้มันน่ากลัว สังคมแบบนี้ก็น่ากลัว ถ้าเรามีทางเลือกเราก็คงไม่มาอยู่ตรงนี้ มันโหดนะ เราต้องปกป้องตัวเอง ไม่มีใครมาปกป้องเรา มาทำตรงนี้ชีวิตมันไม่ได้ง่ายอย่างงั้น แต่เราก็ไปทำอย่างอื่นไม่ได้ไง ก็ต้องทำต่อไป…"

สิ้นคำถามสุดท้าย บทสนทนาจบลงด้วยการจ่ายเงินค่าเสียเวลาให้กับเธอ ต่างคนต่างแยกย้าย หญิงสาวยังคงยืนอยู่ตรงที่ประจำของเธอ ที่ๆแสงไฟมัวๆยังคงส่องสว่าง ให้เธอได้ใช้เพื่อยืนรอลูกค้าคนใหม่ที่จะมาใช้บริการ พร้อมกับเพื่อนร่วมอาชีพอีกหลายคน ที่ต่างกรรม ต่างวาระ บางคนโดนชีวิตบังคับให้ต้องทำ บางคนทำเพราะเลือกแล้ว แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใด สิ่งสุดท้ายที่ทุกคนต้องการก็คือ"เงิน" เพราะ "ศีลธรรม" มันซื้อข้าวกินไม่ได้!!

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...