ระทึกกรุง! เจดีย์วัดเก่า สมัยร.2 ถล่มทับคนงานฝังทั้งเป็น ดับสยอง1 เจ็บ11
ระทึกกรุง เจดีย์วัดเก่า พังถล่มทับคนงานดับสยอง 1 ศพ เจ็บอีก 11 ราย คาวัดพระยาทำย่านบางกอกน้อย เผยอยู่ระหว่างการบูรณะในความควบคุมของกรมศิลปากร แต่ขณะคนงานดีดองค์เจดีย์ขึ้นจู่ๆ แท่งเหล็กที่ใช้รองฐานเจดีย์เพื่อใช้แม่แรงดีดเกิดเหลื่อมกันจนเสียศูนย์ ทำให้รูปปั้นยักษ์และยอดเจดีย์พังถล่มลงมา
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ก.ย. ร.ต.อ.พีชญา ฮะวังจู รองสว.สอบสวน สน.บางกอกน้อย รับแจ้งเหตุหอระฆังโบราณ ภายในวัดพระยาทำวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ซอย 15 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย พังถล่มมีคนติดอยู่หลายราย
ที่เกิดเหตุเป็นหอระฆัง สร้างสมัยรัชกาลที่ 2 สูง 15 เมตร กว้าง 6 เมตร ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวเรียกกันว่า เจดีย์ยักษ์ อยู่ระหว่างบูรณะพังถล่มลงมา พบคนงานถูกรูปปั้นยักษ์และเศษปูนทับบาดเจ็บ 11 ราย ติดอยู่ใต้ฐาน 4 ราย ที่เหลืออีก 7 รายบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ทยอยนำส่งรักษาบาดแผลที่ ร.พ.ศิริราช พร้อมเร่งช่วยผู้ติดอยู่ใต้ซาก ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงช่วยเหลือทั้งหมดออกมาได้
รายชื่อผู้บาดเจ็บทั้ง 11 ราย ประกอบด้วย 1.นายปิยะพัฒน์ เอี่ยมศรี 2.นางรำพึง โภคานิตย์ 3.นายสายัน พะทะนะ 4.นายสายัน หมื่นวงษ์ 5.นางศรีทอง หมื่นวงษ์ 6.นายจันธร คงยิ่งหาร 7.นายวินัส แก้วสุวรรณ 8.นายไพศาล เอี่ยมศรี 9.นายกสิน ชัยศิริ 10.นายบุญเสริม แสงประเสริฐ และ 11.นายวิลาศ ใจจังหรีด
ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบใต้ซากเจดีย์อีกครั้ง หลังญาติของนายสุริยันต์ ทองสาย อายุ 46 ปี ช่างเชื่อมหายตัวไป โดยใช้เครื่องสแกนความร้อนตรวจค้นหา จนพบศพนายสุริยันต์ สภาพศพนอนคว่ำหน้า ถูกปูน หินทับอยู่ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางกอกน้อยได้ปิดกั้นที่เกิดเหตุไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยว ข้องเข้าไปภายใน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย
นางหยาดวนา ประเสริฐสม อายุ 48 ปี หัวหน้าคนงาน บริษัท ฟีเนสส์ ซอยล์ เทสติ้ง จำกัด ซึ่งรับช่วงการบูรณะเจดีย์โบราณดังกล่าวจากบริษัท ปรียะกิจ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามีคนงานทำงานทั้งหมด 11 คน โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่ใช้แม่แรงดีดเหล็กไอบีมที่วางใต้ฐาน เพื่อยกตัวเจดีย์ที่มีน้ำหนักประมาณ 100 ตันให้สูงขึ้น แต่ระหว่างยกตัวเหล็กไอบีมเกิดเหลื่อมกันทำให้ตัวเจดีย์เอียงเสียศูนย์ถ่วง เป็นเหตุให้รูปปั้นยักษ์และยอดเจดีย์พังถล่มลงมาทับคนงาน
ต่อมาเวลา 15.30 น. รศ.เอนก ศิริพานิช ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) พร้อม รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษา วสท. เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า โครงการงานบูรณะหอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร มีกรมศิลปากรเป็นเจ้าของโครงการ เริ่มดำเนินการบูรณะตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 2561-22 ม.ค. 2562 เจดีย์คูหาองค์ดังกล่าวชาวบ้านเรียกว่าเจดีย์ยักษ์ เป็นรูปนาค 8 ตัว คชสาร 8 ตัว ยักษ์ 8 ตน ครุฑจับนาค 4 ตัว เทพนม 8 องค์ เป็นเจดีย์ที่มีทรวดทรงงดงามและแปลกตา มีผู้สันนิษฐานว่าเจดีย์องค์นี้เป็นหอระฆังมาก่อน แต่ปัจจุบันชำรุดทรุดโทรม ก่อนที่จะมีการปฏิสังขรณ์ดังกล่าว
“เข้าใจว่าเจดีย์นี้มีการยกขึ้น โดยขั้นตอนการยกขึ้นถ้าเป็นอาคารทั่วไปมันทำง่าย เห็นเสา เห็นคานก็ค้ำยันได้ แต่เจดีย์นี้เป็นเจดีย์โบราณ และก็เป็นการก่อสร้างด้วยอิฐ ด้วยปูน ดังนั้นการค้ำยันจึงยากกว่า เพราะไม่มีตำแหน่งเสาชัดเจน เข้าใจว่าผู้รับเหมาก่อสร้างพยายามล็อกฐานให้แน่น แล้วยกลอยขึ้น แล้วในระหว่างที่ยกลอยขึ้นมันเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้ตัวเจดีย์มันทรุดลงมา แบบนั้นยังไม่ทราบ ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากที่เจดีย์ทรุดลงมาแต่ไม่ได้ทำให้เจดีย์ถล่ม แสดงว่าฐานรากแข็งแรงมาก อย่างไรก็ตามต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้ง ในขั้นตอนต่อไปคงต้องให้ทางวิศวกรเข้ามาตรวจสอบว่า จะมีการบูรณะต่อไป หรือต้องมีการรื้อถอนต่อไป” รศ.เอนกกล่าว
ต่อมาเวลา 20.30 น. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อม นายประทีป เพ็งตะโก รองอธิบดี นายสตวัน ฮ่มซ้าย ผอ.สำนักสถาปัตยกรรมกรมศิลปากร ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดย นายอนันต์ เปิดเผยว่า หอระฆังเป็นโบราณสถานสำคัญที่บูรณะมาแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดเมื่อพ.ศ.2555 วัดแจ้งว่าเจดีย์ทรุดโทรมไปมากจมลงไปในดินถึง 1.30 เมตร กรมศิลปากรจึงมาตรวจสอบและได้อนุมัติการบูรณะ โดยมีการทำงาน 3 ขั้นตอน 1.ขุดหารากฐาน และทำรากฐานใหม่ 2.ปรับดีดให้สูงขึ้น 3.บูรณะให้มีความมั่นคงแข็งแรง
“หลังจากขุดดูรากฐานแล้วจะปรับดีดให้สูงขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร และได้ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ผมได้รับแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้สั่งให้ระงับทุกอย่างไว้ก่อน และทางวิศวกรได้รายงานว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระแทก และวันนี้หลังจากที่มาตรวจสอบดูแล้ว ได้สั่งการให้ทางวิศวกรเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อวางมาตรการคุ้มครอง เพื่อไม่ให้ตัวเจดีย์เสียหายมากไปกว่านี้” อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว
นายอนันต์กล่าวอีกว่า ส่วนที่ทางชาวบ้านกังวลถึงความเสียหายของเจดีย์ ขอเรียนว่าโชคดีที่ก่อนจะบูรณะได้สแกนตัวเจดีย์ โดยวิธีสแกนสามมิติ สแกนเจดีย์ที่ 4 มุม และตรวจสอบด้วยมือไว้ก่อนแล้ว สามารถที่จะบูรณะให้กลับคืนมาในสภาพที่เหมือนเดิมให้มากที่สุด โดยวันที่ 26 ก.ย. เวลาประมาณ 09.00 น. จะให้วิศวกรมาดูในส่วนของโครงสร้าง และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรมาตรวจสอบดูลวดลายของเจดีย์ เพื่อจะวางแผนบูรณะต่อไป ในส่วนของผู้เสียชีวิตทางกรมซึ่งเป็นเจ้าของโครงการจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จะได้พูดคุยกับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง และทางญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกี่ยวกับเรื่องการเยียวยา