โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินหมื่นล้านไม่ถึงมือ"ไร่อ้อย" ลุ้นกอน.ปรับเกณฑ์จ่ายเยียวยาทันปิดหีบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มี.ค. 2563 เวลา 09.02 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2563 เวลา 09.02 น.
file. Photographer: Dario Pignatelli/Bloomberg via Getty Images

ลุ้น กอน. นัดหน้า 26 มี.ค.นี้ ปลดล็อกเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยหมื่นล้านสะดุด จะปิดหีบแล้วเงินยังไม่ถึงมือชาวไร่ หวั่นเงินชอร์ต ด้านผู้ผลิตผลไม้กระป๋องรับไม่ไหวขยับราคา 20% ออร์เดอร์ไม่เข้าเป้าเหลือแค่ 8.5 แสนตัน

นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสากรรม ในฐานะคณะกรรมการบริหาร (กบ.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) วันที่ 26 มี.ค. 2563 ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน จะมีการหารือถึงความกังวลต่อปัญหาเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิต 2562/2563 วงเงิน 10,000 ล้านบาท

“ในการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีวาระแต่งตั้งให้ตนรับตำแหน่งประธาน กบ. ซึ่งในการประชุมดังกล่าวได้หารือถึงโครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อซื้อปัจจัยการผลิตบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวไร่ โดยเฉพาะชาวไร่อ้อยรายเล็กให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพและบรรเทาภาระค่าครองชีพ แต่ขณะนี้ชาวไร่ยังกังวลเพราะเงินดังกล่าวยังไม่อนุมัติออกมา เนื่องจากอยู่ระหว่างการเวียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม.”

อีกทั้งที่ประชุมได้รับทราบรายงานการหีบอ้อยปี 2562/2563 ซึ่งขณะนี้ยังเหลืออีกเพียง 2 โรงงาน คาดว่าจะมีการปิดหีบภายในเดือนนี้ โดยมีปริมาณอ้อยเข้าหีบ 74.8 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อน ที่มี 135 ล้านตัน จึงทำให้เกิดความกังวลว่าปริมาณเพียงเท่านี้ จะมีผลให้เงินช่วยเหลือต่อรายต่อตันจะน้อยเกินไป นี่จึงเป็นอีกเรื่องที่ชาวไร่กังวล

ด้าน นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 กล่าวว่า ชาวไร่อ้อยยังรอเงินช่วยเหลือจากทางภาครัฐ เพื่อจะนำมาใช้เป็นทุนในการเพาะปลูกอ้อยในปีนี้ โดยคาดว่าหลังการปิดหีบอ้อยปีนี้แล้วจะต้องได้รับเงินดังกล่าวอย่างช้าที่สุดในช่วงปลายเดือน พ.ค. ผ่านช่องทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามปกติ

“ปีนี้ต้นทุนชาวไร่สูงถึง 1,200-1,300 จากฤดูปกติ 1,110 บาท/ไร่ ขณะที่ค่าอ้อยขั้นต้นอยู่ที่ 750 บาท/ไร่ ไม่เพียงพอจึงต้องรอเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตมาช่วย หากล่าช้าแน่นอนว่าชาวไร่ต้องพึ่งพาการกู้จากโรงงานน้ำตาลคู่สัญญาซึ่งแต่ละโรงงานก็มีรูปแบบที่แตกต่างกันส่งผลให้ชาวไร่เป็นหนี้ผูกพันระยะยาว”

สำหรับเงื่อนไขในการขอรับเงินวงเงิน 10,000 ล้านบาทนั้น ชาวไร่เสนอหลักการคำนวณใหม่ เนื่องจากปริมาณอ้อยปีนี้ลดน้อยลงมาก เหลือเพียง 74.8 ล้านตัน ไม่ถึงที่คาดการณ์ 75 ล้านตัน การจัดสรรเงินจะแบ่งเป็น 2 ก้อน คือ 1.ช่วยอ้อยทุกประเภท 6,500 ล้านบาท เฉลี่ยจากปริมาณปีนี้ประมาน 75 ล้านตัน

ชาวไร่จะได้มากกว่า 100 บาท (จากเดิม 65 บาท คำนวณจากปริมาณอ้อยที่คาดการณ์ 110 ล้านตัน) 2.ช่วยอ้อยสด 3,500 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 50% ชาวไร่จะได้ประมาณ 100 บาท (จากเดิม 70 บาท คำนวณจากปริมาณอ้อยที่คาดการณ์ 110 ล้านตัน)

ขณะที่นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการ บริษัท สยามอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ SAICO เปิดเผยว่า ภัยแล้งปีนี้ส่งผลให้ผลผลิตอ้อย ปี 2562/2563 มีปริมาณลดลงเหลือ 75 ล้านตันจากปีก่อนที่ได้ 135 ล้านตัน โดยคิดเป็นปริมาณน้ำตาลประมาณ 7.51 ล้านตัน แบ่งเป็นส่วนใช้สำหรับบริโภคในประเทศ 2.0-2.51 ล้านตัน ทั้งในครัวเรือน ร้านอาหาร และอุตสาหกรรม ขณะที่การส่งออกน้ำตาลมีปริมาณ 4-5 ล้านตัน ซึ่งในด้านปริมาณน่าจะมีปริมาณเพียงพอ

ส่วนราคาน้ำตาลส่งออกปรับราคาสูงขึ้น ราคาส่งให้บริษัทนำมาใช้แปรรูปเป็นผลไม้บรรจุกระป๋อง กก.ละ 15-16 บาท จากปีก่อน กก.ละ 12-13 บาท หรือสูงขึ้น 3-4 บาท ส่วนราคาที่บริโภคในประเทศจะอยู่ที่ราคา 19-20 บาท ในส่วนของการผลิตและส่งออกสับปะรดกระป๋อง ผู้ส่งออกได้ต่อรองลูกค้า เพื่อขอปรับขึ้นราคาเพิ่มขึ้น 20% เพราะนอกจากราคาน้ำตาลสูงแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนสับปะรดซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักขยับสูงขึ้นไปหลายรอบ

เมื่อต้นปีราคา กก.ละ 7-8 บาท เป็น กก.ละ 13-14 บาท จากภัยแล้ง และน่าจะมีแนวโน้มยาวไปถึงไตรมาสที่ 2 การต่อรองลูกค้าขยับขึ้นอีกรอบ บางคนก็เข้าใจในเรื่องปริมาณปีนี้ผลผลิตจะมีผลผลิตออกน้อย เดือน มี.ค. อากาศร้อนไม่มีฝนเลย ซึ่งเราประเมินว่าภาพรวมการส่งออกอาจเหลือเพียง 8.5 แสนตัน จากเดิมคาดการณ์ไว้ 9.6-9.7 แสนตัน ขยายตัว 10% โดยตลาดหลักยังเป็นสหรัฐที่มีสัดส่วนสูงสุดมากกว่า 50% รองลงมา คือ ตลาดสหภาพยุโรป

“แม้ว่าต้นปีบาทอ่อนค่า แต่หากเทียบค่าบาทเฉลี่ยทั้งปี 2562 ยังอยู่ที่ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนเฉลี่ยทั้งปีนี้ยังอยู่ที่ 31.2 ก็ยังถือว่าแข็งค่ากว่า ถ้าค่าบาทอ่อนกว่านี้น่าจะทำให้การส่งออกได้ดีกว่านี้ โดยบาทแข็งค่า 1 บาทจะทำให้เราสูญเสีย 1,000 ล้านบาท”

รายงานข่าวระบุว่า ช่วง 2 เดือนแรก ไทยส่งออกน้ำตาล ปริมาณ 1.226 ล้านตัน ลดลง 9.8% มูลค่า 390 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.8% จากปีก่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...