แก้วขวัญ วัชโรทัย 88 ปี ข้ารองพระบาทผู้ภักดี
แก้วขวัญ วัชโรทัย 88 ปี ข้ารองพระบาทผู้ภักดี
*“เรามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะพระองค์ท่าน การถวายการรับใช้ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา จึงมีความรู้สึกว่ายังน้อยเกินไป ไม่สมกับพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับพระราชทานมา ข้าพเจ้าจึงตั้งปรารถนา ขอให้ได้มีโอกาสถวายการรับใช้ ใต้เบื้องพระยุคลบาท ตลอดไปในทุกชาติภพ” *คำกล่าวของ นายแก้วขวัญ วัชโรทัย อดีตเลขาธิการพระราชวัง (พ.ศ.2530-15 กันยายน 2559) ในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ที่ถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาตลอดชีวิตด้วยความจงรักภักดี
อดีตเลขาธิการพระราชวัง ถึงแก่อสัญกรรมเนื่องจากปอดอักเสบติดเชื้อ ณ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 2559 วลา 10.02 น. สิริอายุ 88 ปี
เมื่อความทราบถึงฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานโกศมณฑปประกอบศพ ฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวดตั้งประดับ ณ บ้านเลขที่ 152/1 ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปในการพระราชทานเพลิง นายแก้วขวัญ วัชโรทัย ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดยเสด็จด้วย
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอาลัยรักของคนที่รักนายแก้วขวัญ ที่ตั้งใจมาร่วมส่งอดีตเลขาธิการพระราชวังเป็นครั้งสุดท้าย อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภริยา, ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี, เจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี, ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร, อิสระ ว่องกุศลกิจ, ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร, ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร, พงศ์เทพ เทพกาญจนา, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล เป็นต้น โดยมี ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย ภรรยาของนายแก้วขวัญ บุตร ธิดา อาทิ รัตนาภา-รัตนาวุธ-วัชรกิติ วัชโรทัย และหลานๆ อาทิ ณพอาภา-จินดาภา เทวกุล ณ อยุธยา, นภัสภา วัชโรทัย ให้การต้อนรับ
โดยภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงแล้ว บุตร ธิดา และหลานๆ ได้นำเถ้าอัฐิไปลอยอังคารที่หัวหิน ปราณบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายแก้วขวัญชอบ ส่วนอัฐิได้นำไปเก็บไว้กับบิดาและมารดา พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร และท่านผู้หญิงพัวอนุรักษ์ราชมณเฑียร ณ ศาลาสุจริตกุล วัดราชาธิวาสวิหาร
ทั้งนี้ ผู้มาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงจะได้รับหนังสืออนุสรณ์“แก้วขวัญ วัชโรทัย ๘๘ ปี ข้ารองพระบาทผู้ภักดี” ซึ่งนับเป็นหนังสืออันทรงคุณค่าที่ประมวลประวัติของนายแก้วขวัญตลอดชีวิต ความจงรักภักดีของข้าพระบาทในการสนองงานใต้เบื้องพระยุคลบาท และความรักความผูกพันของครอบครัววัชโรทัย พร้อมทั้งภาพที่หาชมได้ยาก
นับเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ สมัยรัชกาลที่ 9 ผ่านอดีตเลขาธิการพระราชวัง
ดังบันทึกตอนหนึ่งถึงสิ่งของที่นายแก้วขวัญหวงแหนนักหนา คือ บัตรเชิญที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเชิญให้ไปงานพระราชทานน้ำชา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2475 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพครบ 5 พระชันษา
“บัตรนี้สำคัญมาก เพราะเป็นบัตรที่ทรงทำเอง ใช้กระดาษวาดเขียนพับสอง แล้วใช้กระดาษสีตัดเป็นรูปต้นไม้ ดอกไม้สีต่างๆ ทรงเขียนชื่อผู้รับเชิญด้านหน้า กำหนดการอยู่ด้านใน พร้อมกับพระปรมาภิไธย ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่า ลายพระหัตถ์ตอนนั้นจะงดงามมากถึงเพียงนั้น บัตรเชิญนี้แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงโปรดที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยพระองค์เองตั้งแต่ทรงพระเยาว์ นอกจากเป็นการประหยัดแล้ว ยังมีคุณค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้มาจนถึงทุกวันนี้”
และบทความตอนหนึ่ง ที่นายแก้วขวัญเขียนลงในนิตยสารพลอยแกมเพชร เมื่อปี 2538 ความว่า
“งานสำนักพระราชวังนั้นเป็นงานในลักษณะพิเศษ ผู้ปฏิบัติต้องเป็นผู้ที่พร้อมจะเสียสละเวลาความสุขส่วนตัว เพราะจะต้องพร้อมที่จะปฏิบัติงานตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง และมีความสามารถบริหารงานได้ทุกด้าน โดยเฉพาะงานการเงินและบริหารงานบุคคล เพราะบุคลากรของสำนักพระราชวังมีจำนวนมากแตกต่างกันในด้านวุฒิ ตั้งแต่ต่ำสุดจนถึงสูงสุด มีระบบระเบียบการปฏิบัติเป็นการเฉพาะตัวที่สืบทอดกันมา หลายยุคหลายสมัย บุคลากรหลายกลุ่มมีเจตคติและค่านิยมยึดมั่นถือมั่นในวิชาความรู้แห่งตนที่สืบทอดมา จากบรรพบุรุษ จนกลายเป็นความหวงวิชาไม่ยอมถ่ายทอดให้ผู้อื่น นอกจากผู้สืบสายโลหิตโดยตรง เพราะเกรงว่าตนเองจะขาดความสำคัญไป เจตคติและค่านิยมนี้ต้องใช้กลวิธีและใช้เวลายาวนานพอสมควรในการปรับปรุงแก้ไข โดยให้มีการจัดพิมพ์เป็นเอกสารบ้าง จัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่บ้าง และรับไปบรรยาย ในหน่วยงานต่างๆ ที่เชิญมา เป็นต้น
ด้วยการศึกษาและการอบรมที่ได้รับพระราชทานการปูพื้นฐานดังกล่าวประกอบกับโลกทัศน์อันกว้าง ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการที่ได้มีโอกาสตามเสด็จฯในสถานที่ต่างๆ จึงทำให้มีโอกาสได้รู้เห็นพระราชกรณียกิจโดยใกล้ชิด นับเป็นการเพิ่มพูน สติปัญญา ทั้งได้รับการสั่งสมความรู้ความเข้าใจจากประสบการณ์หลากหลายล้วนแต่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้บริหารงานในสำนักพระราชวังให้พัฒนายิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้รับพระเมตตา ทรงสั่งสอนวิทยาการต่างๆ เริ่มจากงานช่างทั่วไป การถ่ายภาพนิ่ง การถ่ายภาพยนตร์ การปฏิบัติราชการเช่นไรให้ได้รับผลดี วิธีแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ การดำรงตนให้เป็นผู้มีสติในการประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมกับหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ การบริหารร่างกายและบริหารจิต ฝึกจิตให้มีพลังสามารถต่อสู้กับอุปสรรคนานาชนิดได้อย่างมีสติ การควบคุมตน ฯลฯ จนสามารถประสบความสำเร็จของชีวิตทั้งทางราชการ ส่วนตัวและครอบครัว ตลอดจนลูกหลานทุกคนต่างก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโดยทั่วถึง ทุกชีวิตได้มีความสุขตลอดมาจนทุกวันนี้ก็เพราะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมโดยแท้ ยิ่งกว่านั้นยังทรงพระเมตตาพระราชทานพระมหากรุณาให้ต่อเวลาราชการอีกครั้งละ ๑ ปี จนถึงปัจจุบันรวม ๘ ครั้งแล้ว อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ การถวายการรับใช้ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา จึงมีความรู้สึกว่า ยังน้อยเกินไปไม่สมกับพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทาน จึงตั้งความปรารถนาขอให้ได้มีโอกาสถวายการรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดไปในทุกชาติทุกภพ”
หมายเหตุ สามารถดาวโหลดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ebook แก้วขวัญ วัชโรทัย ๘๘ ปี ข้ารองพระบาทผู้ภักดี ได้ ที่นี่
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่