โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศัลยา ประชาชาติ : สันติ พร้อมพัฒน์ "พร้อมมาก" ลุ้น พปชร.--บิ๊กป้อมหนุน ขึ้น รมว.คลัง หลังกวาด "ปรีดี" พ้นกระดาน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 13 ก.ย 2563 เวลา 01.53 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2563 เวลา 01.53 น.

การควานหาคนดี-คนเก่ง-มืออาชีพ และ “มือสะอาด” ให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 2/2 ว่ายากแล้ว ครม.ประยุทธ์ 2/3 “ยากยิ่งกว่า”

ยากยิ่งกว่า เพราะการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนายปรีดี ดาวฉาย “เหนือธรรมชาติ”

เหนือธรรมชาติ เพราะนายปรีดีดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพียง “27 วัน”

เป็น 27 วันที่นายปรีดีต้องเผชิญกับ “แรงเสียดทานทางการเมือง” ทั้งใน-นอกห้องประชุม ครม. ทั้งจาก “นักการเมืองพันธุ์พิเศษ” และ “นักธนกิจการเมือง” ที่ปรารถนาแรงกล้าจะเป็นผู้ลงนามในธนบัตร แข่งขันกับนายปรีดี

ตำแหน่ง “ขุนคลังคนใหม่” จึงต้องอาศัย “ความกล้า”

 

“สันติ พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็น “ผู้กล้า” ที่อาสาขอเป็นคนดี-คนเก่ง หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี-หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ “ไว้วางใจ”

นายสันติ “พร้อมมาก” เพราะเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ เป็น “นายทุน” ของพรรคตัวจริง-เสียงจริง

นายสันติเป็นผู้เนรมิต “อาคารรัชดาวัน” ตรงข้ามศาลอาญารัชดา ให้เป็น “รังใหม่” ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่ทำการหลังใหม่ที่ “โอ่โถง-โอ่อ่า” สมฐานะ พล.อ.ประวิตร-หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ และพรรคใหญ่-แกนนำรัฐบาล

นายสันติยังเป็น “หัวหน้ามุ้งเพชรบูรณ์” งานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง “low profile” แต่ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค-ผู้อำนวยการพรรค “high power” ใจถึง-พึ่งได้

เป็นผู้กว้างขวาง-พวกพ้องมาก สามารถ “ต่อสาย” กับ “กบฏเพื่อไทย” ในฐานะลูกน้องทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ความเป็น “นายทุนพรรค” ทำให้นายสันติเกือบขึ้นชั้นเป็นพ่อบ้าน-เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แต่สุดท้ายต้องยอมถอยให้กับนายอนุชา นาคาศัย เพราะมี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทยในตำนานเป็นผู้สนับสนุน

 

นายสันติ “พร้อมมาก” มีชื่อคั่วเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตั้งแต่ ครม.ประยุทธ์ 2/1 แต่ต้องผ่านหลายด่าน ทั้งคนในพรรค-นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐขณะนั้น ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแบ๊กอัพ

และคนนอกพรรค-ประชาธิปัตย์ ที่มีชื่อ “กรณ์ จาติกวณิช” เป็นแคนดิเดต เพราะพรรคพลังประชารัฐเก็บเอาไว้เทรดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์-กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในช่วงทำศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคคนใหม่

ทว่า “กรณ์” อกหัก-แพ้ให้กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทำให้ไม่สามารถใช้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปแลกกับเก้าอี้กระทรวงเกษตรฯ-กระทรวงพาณิชย์ได้

ขณะที่ ครม.ประยุทธ์ 2/2 แม้สามารถเขี่ยนายอุตตม “ตกเก้าอี้” หัวหน้าพรรค-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ต้องหลีกทางให้กับนายปรีดี ชื่อที่ถูกส่งตรงมาจาก “ตึกไทยคู่ฟ้า” และแกนนำก๊ก กทม.ในพรรคพลังประชารัฐ

รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์มี “ตัวเลือกที่ดีกว่า” ในบัญชี “คณะที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี” และคนเก่ง-มือสะอาดที่อยู่ในคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจหลายคณะ อาทิ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล และนายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติคนปัจจุบัน และนายบุญทักษ์ หวังเจริญ 1 ในคณะผู้จัดทำแผนฟื้นฟู-กู้วิกฤตบริษัทการบินไทย

และถึงแม้จะ “เลื่อยขาเก้าอี้” นายปรีดีได้สำเร็จ แต่นายสันติยังต้องเจอ “ก้างขวางคอ” อย่าง “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” กุนซือเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ และเป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเงา” แหวกม่านบ้านนรสิงห์ ออกมายืนแถวหน้าเต็มตัว

 

แต่นายสันติ “พร้อมมาก” ที่จะมาเป็น “ขุนคลังคนใหม่” เพราะเท้าจิกพื้น-ก้นติดเก้าอี้ รมช.คลังมาแล้ว 1 ปี ที่มีนายอุตตมเป็นรัฐมนตรีว่าการ และนายสมคิด อดีตรัฐมนตรีว่าการคลัง “ขุนพลทักษิณ” เป็นเงาขุนคลังในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2

พร้อมมากที่จะปฏิบัติหน้าที่ชนิด “สั่งได้” ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.ประวิตร สั่งซ้ายหัน-ขวาหัน ทั้งในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่ยืนยันว่าประเทศจำเป็นต้องซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ

แม้ถูกฝ่ายค้านยื่นตรวจสอบวุฒิการศึกษา แต่นายสันติให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่รุก-ไล่เรื่อง “วุฒิการศึกษาปลอม” ว่า เตรียมเข้ารับพระราชทานปริญญาเอก สาขา “รถยนต์ไฟฟ้า” สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

พร้อมมากที่จะเข้ามาผลักดันนโยบายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้ในยุคที่นายอุตตมเป็น รมว.คลัง ในยุคที่นายสมคิดเป็นรองนายกฯ กำกับกระทรวงการคลัง

 

ในอีกด้านหนึ่งเมื่อย้อนมองการลาออกจาก “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ของ “ปรีดี ดาวฉาย” ภายหลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 27 วันนั้นถือว่า “ได้ไม่คุ้มเสีย” เมื่อนักบริหารมืออาชีพ-มือสะอาด ต้องอาศัยความกล้า 27 วันเข้ามาทำงานได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่สิ่ง “ต้องเสียไป” คือ อดเข้าวงการธุรกิจ-ตกงาน 2 ปี

ไม่สามารถกลับเข้าไปในทำงานในภาคเอกชนที่เคยดำรงตำแหน่งก่อนนี้ ทั้งในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

รวมถึงบริษัทชื่อดังหลายแห่งที่เคยนั่งบริหารการเงิน-การธนาคารก่อนหน้านี้ อาทิ กรรมการบริษัทเงินทุน ภัทรธนกิจ จำกัด (มหาชน) กรรมการบริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด กรรมการบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

หลังจากนี้นายปรีดีต้องอยู่ “นอกวงโคจร” ภาคเอกชน การเงิน-การธนาคารถึง 2 ปี

เนื่องจากตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 หมายถึง “เจ้าพนักงานของรัฐ” หรือ “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง”

หมวด 6 การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม มาตรา 127 ห้ามมิให้กรรมการ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง

และ “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด ดำเนินการใดตามมาตรา 126(4) ภายในสองปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา 126(4) กำหนดว่า เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงาน หรือลูกจ้างในธุรกิจของเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสังกัดอยู่

หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ทางราชการ หรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้น

หมวดบทลงโทษ มาตรา 170 เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 127 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทำให้นายปรีดีไม่สามารถเข้าไปดำรงตำแหน่งประธาน-กรรมการ-ที่ปรึกษา แม้กระทั่งพนักงานในบริษัทเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของกระทรวงการคลัง

นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการใช้ความกล้า เสียสละเข้าไปนั่งเก้าอี้ร้อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นาน 27 วันในครั้งนี้

 

ส่วนเส้นทางที่จะก้าวไปพิชิตเก้าอี้ขุนคลังของ “สันติ” คนที่พร้อมมากและพร้อมตลอดนั้น จะลงเอยด้วยความสมหวังหรือไม่ ยังคงต้องจับตากันต่อไป

คุณสมบัติสำคัญของขุนคลังคนใหม่นั้น ลำพัง “กระดูกแข็ง” อย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องได้รับความไว้วางใจจากตึกไทยคู่ฟ้า

และจะต้องเป็นบุคคลประเภท “ศีลเสมอกัน” ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...