โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

"แอลเอ" ชูเมดอินไทยแลนด์ ปลุกตลาด "จักรยานไฟฟ้า"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ย 2563 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2563 เวลา 04.45 น.
รุกหนัก - แอลเอ เตรียมเปิดตัวจักรยานไฟฟ้าไลน์อัพใหม่ เน้นชูจุดขายด้านคุณภาพจากการออกแบบและผลิตเอง รวมถึงความหลากหลายของสินค้า

“แอลเอ” มั่นใจเทรนด์จักรยานไฟฟ้ามาแน่ ลั่นขอลุยปลุกตลาดรอบใหม่เตรียมส่งทัพจักรยานไฟฟ้าออกแบบ-ผลิตเองลงตลาดปี 2564 พร้อมอาศัยโนว์ฮาวฐานะผู้ผลิตส่งออกหนุนจุดขาย ด้านคุณภาพ-บริการหลังการขาย รับมือคลื่นสินค้าจีน ตั้งเป้าเจาะลูกค้าระดับกลาง

นายสุรสิทธิ์ ติยะวัชรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล เอ ไบซิเคิ้ล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายจักรยานแบรนด์“แอลเอ” เปิดเผยถึงสถานการณ์ของตลาดจักรยานในภาพรวมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาตลาดจักรยานผันผวนสูง

โดยในช่วงปี 2558-2559 จักรยานได้รับความนิยมสูงมากจนถึงกระทั่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดจักรยานในประเทศซบเซาลง เนื่องจากธุรกิจจักรยานให้เช่าในจีนเสื่อมความนิยมลง ทำให้ยอดสั่งซื้อทั่วโลกลดลง ขณะเดียวกัน คลื่นจักรยานจากจีนจำนวนมากถูกส่งออกมาขายยังประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทยในราคาถูก กระทบกับผู้ผลิตในประเทศและบริษัทอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ตลาดเริ่มกลับฟื้นตัวขึ้นมาและมีดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังผู้บริโภคในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ และยุโรป หันมาเดินทางด้วยจักรยานเพราะตอบโจทย์การเว้นระยะห่าง โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้าที่เป็นเทรนด์มาแรง นอกจากตอบโจทย์การเดินทางแล้วยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคในหลายประเทศสนใจและเชื่อว่ากระแสนี้จะช่วยสร้างดีมานด์จักรยานไฟฟ้าในไทยด้วยเช่นกัน

สำหรับทิศทางของบริษัทจากนี้ไปได้วางกลยุทธ์เพื่อชิงความได้เปรียบรองรับกระแสจักรยานไฟฟ้า โดยได้เตรียมเปิดตัวจักรยานไฟฟ้าไลน์อัพใหม่ในปี 2564 ที่จะถึงนี้ เน้นชูจุดขายด้านคุณภาพจากการออกแบบและผลิตเองเกือบ 100% ยกเว้นเพียงมอเตอร์และแบตเตอรี่เท่านั้น

รวมถึงความหลากหลายของสินค้า พร้อมกับบริการหลังการขายเต็มรูปแบบทั้งการรับประกันสินค้าและบริการซ่อมที่ถือเป็นเรื่องสำคัญของจักรยานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างจากจักรยานนำเข้าจากจีนที่ไม่มีทั้ง 2 บริการนี้ได้

ขณะเดียวกัน ก็จะอาศัยความเชี่ยวชาญของโรงงานในฐานะที่เป็นผู้รับจ้างผลิตจักรยานไฟฟ้าและส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงการหาซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนทั้งมอเตอร์และแบตเตอรี่ในราคาเหมาะสมมาชดเชยกับอัตราภาษีนำเข้าที่ค่อนข้างสูง โดยวางราคาสินค้าในระดับประมาณ 3 หมื่นบาทเพื่อจับผู้บริโภคระดับกลาง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจักรยานไฟฟ้ายังมีข้อจำกัดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่ที่ต้องเสียในอัตราสูงถึง 35-40% ทำให้ราคาจักรยานสูงหรือระดับราคาประมาณ 2 หมื่นบาท ทำให้ผู้บริโภคจับต้องได้ยาก, การมีจักรยานไฟฟ้านำเข้าจากจีนมาขายในราคาต่ำ รวมถึงความไม่ชัดเจนทางกฎหมายว่าการขับขี่จักรยานไฟฟ้าจะต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ ทำให้เกิดปัญหาด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ดังนั้น การปลุกตลาดอาจจะต้องใช้เวลาอีกสัก 2-3 ปีที่กระแสความนิยมจะมีความชัดเจนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ก็จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในธุรกิจรับจ้างผลิตจักรยานไฟฟ้าส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ช่องว่างที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทำให้ซัพพลายเออร์หลาย ๆ รายต้องเร่งหาแหล่งผลิตที่อยู่นอกประเทศจีน เพื่อเข้ามารองรับดีมานด์ดังกล่าวโดยบริษัทมีแผนจะให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมงานแฟร์ด้านอุตสาหกรรมจักรยานในประเทศต่าง ๆ มากขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องรอให้สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายก่อน

“ตอนนี้ในแง่ของการส่งออกจักรยานไฟฟ้ามีแนวโน้มดีมาก โดยเฉพาะการมีโอกาสส่งออกไปยุโรปและอเมริกา ประกอบกับบริษัทได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ จึงได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าแบตฯ คาดว่าปีหน้าตัวเลขการส่งออกจักรยานไฟฟ้าจะมีสัดส่วนมากขึ้น อาจมากถึง 60% ของการส่งออกทั้งหมดของบริษัท”

นายสุรสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ส่วนจักรยานธรรมดาตลาดในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าจักรยานในลักษณะตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงจักรยานเลียนแบบจากจีนที่นำเข้ามาขายในราคาถูกกว่ารุ่นเดียวกันของบริษัทถึงระดับ 1,000 บาท ซึ่งกระทบกับโครงสร้างราคาสินค้าในตลาด เนื่องจากปัจจุบันการนำเข้าจักรยานจากจีนไม่ต้องเสียภาษีตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนฉบับใหม่ 2560

โดยจักรยานสองล้อสำหรับแข่งขัน จักรยานเด็ก และจักรยานสองล้ออื่น ๆ ได้รับการยกเว้นอากรนำเข้า บริษัทจึงต้องรับมือด้วยการย้ำจุดแข็งในแง่ของคุณภาพและการบริการ รวมถึงชูไลน์อัพจักรยานที่เป็นลายแคแร็กเตอร์การ์ตูนมาทำตลาด เช่น เฮลโลคิตตี้ ซึ่งบริษัทถือลิขสิทธิ์ผลิตแต่เพียงผู้เดียวในไทยและอาเซียนผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...