โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

[รีวิวซีรีส์] The Boys Season 2: ต่อมแฟนบอยคันยิบ ๆ โหดขิง ๆ จนอยากให้รีบมีตอนต่อ

BT Beartai

อัพเดต 22 ต.ค. 2563 เวลา 02.47 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2563 เวลา 14.22 น.
[รีวิวซีรีส์] The Boys Season 2: ต่อมแฟนบอยคันยิบ ๆ โหดขิง ๆ จนอยากให้รีบมีตอนต่อ
The Boys Season 2

The Boysบท9โพรดักชัน8.5การแสดง8ความสนุกตามแนวหนัง9ความคุ้มค่าการรับชม10คะแนนจากผู้อ่าน0 Votes0จุดเด่นความเดายาก และการนำเสนอความรุนแรงผ่านการเสียดสีซูเปอร์ฮีโรแบบที่มีเซอร์ไพรส์ทุกตอนจุดสังเกตมีช่วงที่เล่าเรื่องย้วย ๆ นิดหน่อย และความรุนแรงของภาพอย่างหัวคนระเบิด หรือการสำเร็จความใคร่ตนเอง ก็อาจไม่เหมาะกับเด็กนัก8.9

The Boys คือซีรีส์แนวซูเปอร์ฮีโร (หรืออย่างน้อยก็เกี่ยวกับยอดมนุษย์) ที่อาจพูดได้ว่าเป็นคอนเทนต์ระดับเรือธงของบริการสตรีมมิงอย่าง Prime Video และผมเองก็ยอมรับโดยดุษฎีว่ายอมจ่ายรายเดือนเพียงเพื่อดูซีรีส์นี้สัปดาห์ละตอน แบบไม่อยากรอให้มันลงครบทั้งซีซันก่อน เพราะแต่ละตอนที่มันปล่อยออกมา มันเต็มไปด้วยเรื่องหรือฉากที่เกินคาดเดา หรือเกินจินตนาการของเราได้อยู่เสมอ ประโยคแบบ Surprise Me! แทบไม่จำเป็นต้องท้าทายสำหรับซีรีส์นี้ เพราะมันมีให้แน่ ๆ อย่างเพียบ!

อ่านรีวิวซีซันแรกได้ที่นี่ https://www.beartai.com/lifestyle/347216

เนื้อหาสำหรับคนที่ไม่เคยดูซีซันแรกมาก่อนเลย พอเล่าคร่าว ๆ ได้ว่ามันเป็นเรื่องราวของ กลุ่มคนธรรมดากลุ่มหนึ่งชื่อ The Boys ที่ต่างคนต่างก็มีประสบการณ์ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงอันมาจากการกระทำของกลุ่มฮีโรที่ชื่อ เดอะเซเว่น อันมีผู้นำคือ โฮมแลนเดอร์ (แอนโทนี่ สตาร์) ที่มีภาพลักษณ์แบบซูเปอร์แมนก็ไม่ปาน

พระเอกของเราคือ ฮิวอี้ (แจ็ก เควด) พนักงานร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แฟนสาวถูกหนึ่งในฮีโรที่ชื่อ เอ-เทรน (ที่เปรียบไปก็คือเดอะแฟลชที่เราคุ้นเคย) วิ่งชนด้วยความเร็วสูงจนร่างระเบิดเลือดสาดกระจาย และเอ-เทรนก็ได้แต่ขอโทษเพราะเขากำลัง เมาอยู่! จากนั้นฮิวอี้ก็ถูก วอจธ์ บริษัทด้านยาที่บริหารงานเดอะเซเว่นเข้ามาจัดการปิดปากให้ยอมรับการชดเชยที่ไม่เป็นธรรม และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่เขาถูก บิลลี่ บุตเชอร์ (คาร์ล เออร์แบน) หัวหน้ากลุ่มเดอะบอยเข้ามาตีสนิทและหลอกใช้เพื่อให้ช่วยในการไล่ฆ่าฮีโรกลุ่มเดอะเซเว่น ซึ่งเป็นการตอบโต้ด้วยความเลือดเย็น โหดเหี้ยม ราวกับปีศาจสู้กับพระเจ้าจอมปลอมก็ไม่ปาน

เรื่องราวในซีซันแรกจบลงที่บิลลี่ระเบิดตึกของวอจธ์ ส่งผลให้เขาถูกโฮมแลนเดอร์โยนความผิดในการตายของเมเดลีน ผู้บริหารของวอจธ์ไปทั้งที่จริงเป็นโฮมแลนเดอร์ใช้ตาเลเซอร์เผาเจาะใบหน้าเมเดลีนอย่างเลือดเย็นต่างหาก จริง ๆ บิลลี่ควรตายในการระเบิดนั้นแต่เขากลับได้รับการช่วยเหลือจากโฮมแลนด์เดอร์และพามาเจอภรรยาที่บิลลี่เชื่อว่าฆ่าตัวตายเพราะถูกโฮมแลนเดอร์ข่มขืนไปในอดีต แถมซ้ำมีลูกกับโฮมแลนเดอร์เสียอีก

ส่วนฮิวอี้ก็มีความรักกับหนึ่งในฮีโรกลุ่มเซเว่นอย่าง สตาร์ไลต์ (อีริน มอริอาร์ตี้) สาวซื่อใสจากบ้านนอกที่ได้รับเลือกให้เป็นฮีโรกลุ่มเซเว่น จนมาเจอความจริงอันโหดร้ายว่าพวกฮีโรไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด ตั้งแต่เจอเดอะดีป (อารมณ์อะควาแมน) รับน้องด้วยการให้ทำโบลว์จ็อบ ก่อนจะเริ่มแปรพักตร์มาเป็นหนอนบ่อนไส้อยู่ในวอจธ์

ถ้าว่ากันตามตรงคนที่จะบันเทิงกับซีรีส์เต็มเหนี่ยวคงไม่พ้นแฟนบอยหนังซูเปอร์ฮีโร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารู้จักค่ายดีซีเป็นทุนยิ่งสนุกมาก เพราะตัวซีรีส์จากคอมิกชื่อเดียวกันนี้เรียกว่ายกดีซีเอามาเสียดสีเลยทีเดียว และไม่เพียงเท่านั้นความโหดด้านภาพ (ตลอดจนเนื้อหา) ที่มาแบบจังหวะนรกนั่นกลายเป็นเสน่ห์ที่สะใจสายฮาร์ดคอร์อย่างยิ่ง โลกของซูเปอร์ฮีโรที่แฟนตาซีและมักอยู่ในบริบทขาวดำ ธรรมะชนะอธรรม ได้ผสานโลกความเป็นจริงที่ว่าไม่มีใครขาวสมบูรณ์ได้เข้าไป ทำให้มันสัมผัสจิตใจผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ (ตลอดจนเด็กโต) ที่เริ่มมีประสบการณ์เทา ๆ ในโลกจริงมาได้อย่างดี

ดิบ เสียดสี 18+ ภาพซูเปอร์แมนยืนแบบนี้คงเห็นได้แค่จากซีรีส์นี้เท่านั้นล่ะ

ในซีซันที่ 2 นี้ ตัวซีรีส์ได้ทำตัวเป็นหนังภาคต่อที่ดี ด้วยการเป็นสะพานที่เชื่อมเนื้อหาการต่อสู้ในระดับคนชนช้าง เริ่มเห็นความเป็นไอเดียชนไอเดียมากขึ้น ทั้งกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่มีนิสัยความเป็นคนให้เข้าใจมากขึ้นทั้ง วอจธ์ที่เราได้เห็นความลึกของมันผ่านความนิ่งและคาดเดายากของ สแตน เอสการ์ (จิอันคาร์โล เอสโปซิโต) ซีอีโอของวอจธ์ที่ขนาดว่าเขายืนท้าทายเครื่องจักรสังหารโรคจิตอย่างโฮมแลนด์เดอร์ได้อย่างไม่เกรงกลัว กลุ่มลัทธิประหลาดที่เข้ามามีส่วนพัวพันกับฮีโรตกอับก็เพิ่มความไม่ชอบมาพากลให้เนื้อเรื่อง ขณะเดียวกันฝั่งองคืกรใหญ่อย่างซีไอเอ หรือแม้แต่รัฐสภาของสหรัฐก็เริ่มเพิ่มบทบาทในเรื่องมากขึ้น

สแตน เอสการ์ (จิอันคาร์โล เอสโปซิโต) ตัวละครที่มนุษย์ธรรมดาที่ดูมีพลังน่าเกรงขามขนาดไม่กริ่งเกรงซูเปอร์ฮีโร
ส.ส. สาว ที่เข้ามาเป็นตัวแปรจากฝั่งรัฐสภาในการตรวจสอบเหล่าฮีโร

ต้องยอมรับว่าในช่วง 3 ตอนแรก ซีรีส์ยังคงไม่ได้มอบดอกผลอันพึงใจให้รู้สึกความแตกต่างจากซีซันแรกนัก นอกไปจากความรุนแรงที่ยังคงคาดเดาไม่ได้ที่ยังทำงานได้ดี แต่ตัวเรื่องนั้นกลับเดินไปอย่างเชื่องช้ามีความน่าหงุดหงิดในตัวละครนำอยู่ไม่น้อย เพราะบางตัวละครเหมือนกับวนกลับไปเจอปัญหาใจเดิม ๆ ไม่รู้จบ ราวกับไม่ค่อยเรียนรู้ใด ๆ มา เช่น การสติแตกของฮิวอี้เมื่อต้องนั่งเรือชนปลาวาฬของเดอะดีปจนตัวเองไปนั่งแช่อยู่ในตับไตไส้พุงปลายักษ์แบบน่าสะอิดสะเอียด แกก็กลับไปเป็นบ้าไม่เอาอะไรอีกครั้งทั้งที่เหล่าเดอะเซเว่นไล่ติดตูดมาติด ๆ ก็ตาม เป็นต้น

เจอเหตุการณ์ช็อกต่อหน้ามาหลายรอบ ฮิวอี้ก็ยังขวัญผวาอยู่เสมอ

จนกระทั่งเนื้อหาของการโต้กลับวอจธ์นับตั้งแต่ตอนที่ 4 ไปเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ๆ การผสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มก้อนต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดพันธมิตรที่คาดเดาการกระทำได้ยากขึ้น ทั้งอดีตศัตรูที่หันมาร่วมมือ เช่นฮีโรบางคน หรือคนที่เกลียดบิลลี่เป็นทุนเดิม และอดีตมิตรที่เกิดช่องว่างให้เคลือบแคลงใจกัน

การปรากฏตัวมาร่วมทีมโฮมแลนด์เดอร์อีกครั้งของเมเดลีนที่ชวนช็อกแล้ว เหตุการณ์หลังจากนั้นยิ่งชวนช็อกยิ่งกว่า

และที่สำคัญการปรากฏตัวของตัวละครใหม่ ๆ อย่าง สตรอมฟร้อนต์ (เอยา แคช) ที่เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวละครขวัญใจมหาชน ก่อนจะเริ่มเผยลายความแสบสันขึ้นเป็นลำดับ จนกลายเป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องราวช่วงหลังทีเดียว

ฉากร่วมรักของซูเปอร์ฮีโรที่จัดว่าซาดิสม์ไม่เบา

โดยสรุปซีรีส์ซีซันต่อนี้ ทำงานในการเชื่อมคนดูให้ไปชมภาพที่กว้างขึ้นของการต่อสู้ต่อต้านพระเจ้าจอมปลอมที่มีพลังระดับทำลายล้างโลกแต่ป่วยทางจิตเข้าขั้นฆาตกรต่อเนื่อง ให้น่าสนใจขึ้นไปอีก ยิ่งฉากท้ายของตอนสุดท้ายที่เปิดตัววายร้ายตัวใหม่ที่มีพลังสุดน่ากลัวอย่างการระเบิดหัวคนเพียงจ้องมอง ก็เรียกน้ำย่อยผู้ชมให้อยากชมจานหลักในซีซันถัดไปจนทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...