โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

LINE BK ฮอต! ยอดสมัครสินเชื่อ 6-7 พันรายต่อวัน ลั่นปี'64 ชิงตลาดนาโนฯ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ต.ค. 2563 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2563 เวลา 09.40 น.

LINE BK ปลื้มคนแห่สมัครขอสินเชื่อ 6-7 พันรายต่อวัน สมัครใช้บริการอีกหลักหมื่นราย เผย ช่วงแรกอาจจะอนุมัติช้า เหตุยังต้องขอเอกสารเงินเดือนตามเกณฑ์ธปท. ชี้ช่วงเศรษฐกิจชะลอเห็นยอดอนุมัติต่ำ 20% ลั่นต้นปี 64 เร่งพัฒนาระบบประเมินรายได้-ดึงไลเซ่นส์นาโนไฟแนนซ์ปล่อยกู้สะดวก-อนุมัติเร็วขึ้น ย้ำ ปีแรกขอโกยฐานลูกค้า 1 ล้านราย พร้อมต่อยอดโปรดักต์ลงทุน-ประกัน

นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกรไลน์ กล่าวว่า ภายหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ “LINE BK” ที่ให้บริการบัญชีเงินฝาก, บริการงินออมดอกพิเศษ, บริการเดบิต และบริการวงเงินให้ยืม (Credit line) เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ได้ผลตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดี โดยมีผู้สนใจสมัคร (App In) ในส่วนของสินเชื่อ (Lending) เข้ามาประมาณ 6,000-7,000 รายต่อวัน และเป็นผู้สมัครใช้ LINE BKอีกหลักหมื่นรายต่อวัน ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้ากสิกรไทย

อย่างไรก็ดี ในช่วงแรกของการทำธุรกิจภายใต้ใบอนุญาต (License) สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้บริษัทยังต้องขอเอกสารเพิ่มเติมจากลูกค้า เช่น สเตตเมนต์ย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งเป็นกรอบที่ธปท.กำหนดไว้ ทำให้การอนุมัติสินเชื่อในช่วงแรกค่อนข้างล่าช้า แต่หลังจากบริษัทมีการพัฒนาระบบการประเมินรายได้ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จะทำให้ลูกค้าสมัครดีขึ้น และภายในต้นปี 2564 บริษัทจะขยายการปล่อยสินเชื่อไปสู่ใบอนุญาต (Nano Finance) จะทำให้บริษัทไม่ต้องใช้เอกสารในการกู้ยืม และขยายกลุ่มลูกค้าในการปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ของ LINE BK มองว่าค่าเฉลี่ยการอนุมัติในส่วนของ Digital Lending จะอยู่ไม่เกิน 20% แต่ในช่วงในภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวและไม่ฟื้นตัวอัตราการอนุมัติสินเชื่อจะต่ำลงเหลือเพียงระดับกว่า 10% ซึ่งแตกต่างจากการอนุมัตสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั่วไปที่อยู่ระดับเฉลี่ยราว 40% ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มลูกค้าธนาคารและบริษัทคนละกลุ่ม โดยธนาคารจะเน้นกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง-สูงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและเป็นการเดินไปหาลูกค้า ซึ่งในส่วนของบริษัทเป็นลูกค้าเดินเข้ามาสมัคร และส่วนใหญ่ประมาณ 80% เป็นกลุ่มที่ต้องการสินเชื่อ

“ตอนนี้เรายังต้องวิเคราะห์ลูกค้าจากสเตตเมนต์ลูกค้า ทำให้ยอดอนุมัติยังช้าและสะดุด แต่ในอนาคตเราจะพัฒนาการประเมินรายได้ดีขึ้น จะทำให้การอนุมัติทำได้เร็วขึ้นและคล่องตัวขึ้น โดยจะเห็นว่าหากเป็นธนาคารจะวิเคราะห์จากทรานแทกชั่นธุรกรรมการเงินและผลิตภัณฑ์ของลูกค้า และในส่วนของ LINE จะใช้จากพฤติกรรม TV,Payment,News,Sticker, ส่วนช่องทาง Traditional จะดูจาก NCB เป็นหลัก”

นายธนา กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับการดูแลบริหารจัดการความเสี่ยงภายหลังจากการปล่อยสินเชื่อ บริษัทยังคงใช้การติดตามด้วยตัวเอง โดยใช้ทรัพยากรของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นวิธีการปกติ ขณะที่ในส่วนของ LINE อาจจะเป็นการส่งไลน์เตือนลูกค้าเท่านั้น อย่างไรก็ดี หากลูกค้าค้างชำระเกิน 30 วัน บริษัทจะใช้วิธีการจ้างบริษัทภายนอก (OA) ในการติดตามแทน 2-3 เจ้า

นายธนากล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากการปล่อยสินเชื่อในช่วงแรกอาจจะค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องสู้เพื่อขยายฐานลูกค้า แต่ในระยะยาวจะต้องควบคุมหนี้ไม่เกิน 5% และจะต้องมีการตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS9 ตามปกติ

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าภายใน 1 ปี จะต้องมีฐานลูกค้าประมาณ 1 ล้านราย และภายใน 5 ปี จะต้องเป็นผู้นำ 1 ใน 5 ของกลุ่มธุรกิจรายย่อย (Consumer Finance) ทั้งในแง่รายได้และพอร์ตสินเชื่อ โดยภายหลังจากออกผลิตภัณฑ์เบื้องต้นไปแล้ว ภายในอีก 2 ปี บริษัทจะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางด้านการลงทุนและประกัน โดยจะเปิดกว้างไม่ขายเฉพาะของธนาคารกสิกรไทยเท่านั้น

“เรามองโจทย์ที่ต้องทำให้ไลน์สามารถเชื่อมต่อกับบัญชีกสิกรไทยได้ และปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางนี้ได้ ซึ่งเมื่อเราสามารถผูกกับไลน์ได้ ก็จะได้ Digital Lending ที่ฉีกออกไป แล้วส่วนของลูกค้ากลุ่มแมส หรือกลุ่มที่ยังเข้าถึงสถาบันการเงินได้น้อยหรือไม่ได้เลย ก็คือจะทำอย่างไรให้สามารถเข้าถึงง่าย และขั้นตอนการใช้งานง่าย เพราะปัจจุบันไทยมีคนเข้าถึงบริการธนาคารเพียง 37% เทียบสิงคโปร์สูง 60% มาเลเซีย 45%

ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้บริการของธนาคารสามารถใช้บริการของธนาคารได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งไลน์ก็เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ใหญ่มาก ทำให้เราตอบสนองลูกค้าเก่า และสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ด้วย”

สำหรับ ผลิตภัณฑ์ LINE BK ครอบคลุมบริการโอน ถอน จ่าย ทำทุกอย่างได้บน LINE ไม่ต้องสลับแอปพลิเคชัน ไม่ต้องจำเลขบัญชี ,บริการบัญชีเงินออมดอกพิเศษ (Powered by KBank) : บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1.5% ต่อปี และสามารถกำหนดระยะเวลาออมเงินได้เอง ทั้งแบบระยะสั้น 6 เดือน หรือระยะยาว 12 เดือน , บริการบัตรเดบิต (Powered by KBank)

บัตรเดบิตวีซ่า LINE BK ให้เงินคืน 0.5% เมื่อช้อปออนไลน์ 100 บาทขึ้นไป โดยมีบัตรให้เลือกถึง 3 ประเภท เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง บัตรเดบิต (Debit Card) ที่มาพร้อมลายคาแรคเตอร์น่ารักสดใส จาก LINE ทั้งบราวน์ โคนี และ แซลลี บัตรเดบิตออนไลน์ (Online Debit Card) ที่สามารถสมัครและใช้งานได้ทันทีบนแอปพลิเคชัน LINE และ บัตรเดบิตคู่วงเงิน (Debit Card with Credit Line) ที่สามารถแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อยอดเงินในบัญชีไม่เพียงพอ พร้อมให้ดึงเงินจากวงเงินให้ยืมมาใช้จ่ายต่อได้ทันที ไม่มีสะดุด

และบริการวงเงินให้ยืม (Credit Line)บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบดิจิทัล ผู้ใช้บริการสามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ด้วยตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลา อนุมัติไว เบิกเงินเข้าบัญชีได้ทันที โดยผู้มีรายได้ขั้นต่ำแค่ 7 พันบาทก็สามารถขอสินเชื่อได้ ในวงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ สูงสุดไม่เกิน 800,000 แสนบาท ในอัตราดอกเบี้ย 18-25% ตามความเสี่ยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...